ศาลให้ประกันตัวพี่สาว ‘บูม จิรัชพิสิษฐ์’ คดีตุ๋นบิทคอยน์ สั่งห้ามออกนอกประเทศ

ศาลให้ประกันตัวพี่สาว นักแสดงหนุ่ม “บูม จิรัชพิสิษฐ์” ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินบิตคอยน์ ตีราคาประกัน 2 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศ

พลตำรวจไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุภายหลังสอบปากคำนางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาวของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงหนุ่ม ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังผู้เสียหายชาวต่างชาติแจ้งความเอาผิดในคดีหลอกลวงให้ลงทุนสกุลเงินดิจิตอลหรือบิทคอยน์ มูลค่าเสียหายกว่า 790 ล้านบาท โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นางสาวสุพิชย์ฌา ร้องไห้ตลอดการให้ปากคำ พร้อมปฏิเสธไม่ทราบเรื่องหลอกลวงประชาชน แต่รับว่ารับโอนเงินจาก นายปริญญา พี่ชาย และนำออกไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น โดยทุกขั้นตอนเป็นคำสั่งจากพี่ชาย แต่ตนไม่ได้ร่วมลงทุน หรือชักชวนใครประกอบธุรกิจหุ้นใดๆ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานที่ได้จากการค้นบ้านพักของพ่อและเเม่บูม ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อออกหมายเรียกพ่อและเเม่มาให้ปากคำภายในสัปดาห์นี้ หลังพบเอกสารการโอนเงินจากนายปริญญาโอนให้แม่ จำนวน 90 ล้านบาท ก่อนที่แม่จะโอนต่อให้พ่อเป็นจำนวน 40 ล้านบาท

ด้าน ทนายความยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว นางสาวสุพิชฌาย์ ระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นางสาวสุพิชฌาย์ ประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 2 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

เร่งค้นหาชาวบ้าน พลัดหลงป่าภูพาน 5 วัน หลังเข้าไปเก็บเห็ด

กองอำนวยการร่วมเฉพาะกิจเร่งค้นหาชาวบ้าน พลัดหลงป่าภูพาน 5 วัน หลังเข้าไปเก็บเห็ด เชื่อยังมีชีวิตหลังเช็คสัญญาณโทรศัพท์วานนี้มีการโทรออกเป็นเวลา 14 วินาที 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และ จังหวัดกาฬสินธุ์ บัญชาการเหตุการณ์กองอำนวยการร่วมเฉพาะกิจ เพื่อค้นหานาย สมพูล ภูมองชัย อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เข้าไปเก็บเห็ดหาของป่ากับเพื่อนแล้วหายไปในป่าเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ทางทิศตะวันตก ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2561

โดยได้แบ่งเจ้าหน้าที่ 500 นาย ออกเป็น 10 ชุด ปูพรมค้นหา บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ในพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร ขณะนี้ยังไม่พบผู้พัดหลง

จึงประสานขอความร่วมมือเช็คสัญญาณโทรศัพท์ของนายสมพูล จากเครือข่ายผู้ให้บริการ ซึ่งนอกจากจะได้พิกัดที่สัญญาณปรากฏในคืนวันเกิดเหตุแล้ว เมื่อเวลา 11:00 น. ของเมื่อวานนี้ ยังพบสัญญาณหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว มีการโทรออกเป็นเวลา 14 วินาทีแล้วสัญญาณขาดหายไป จึงยังเชื่อว่านายสมพูลน่าจะยังมีชีวิตอยู่ และเตรียมแผนค้นหาอีกครั้งในวันนี้

เตือน! เฝ้าระวังพายุโซนร้อน ‘เบบินคา’ 15-19 ส.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สั่ง 9 หน่วยงาน เฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนตัวของ “พายุโซนร้อนเบบินคา” ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ 5 เขื่อนใหญ่เร่งระบายน้ำออก เตรียมรับฝนตกหนัก

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์ว่าพายุโซนร้อน “เบบินคา” จะส่งผลกระทบต่อไทยตั้งแต่วันที่ 15-19 สิงหาคมนี้ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มได้ ใน 28 จังหวัด ได้แก่

ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ตาก เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี

ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ // ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด

ภาคใต้ จังหวัดระนอง และพังงา

ส่วนอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ซึ่งมีจำนวน 3 แห่ง คือ

1. เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปริมาณน้ำ 726 ล้านลูกบาศก์เมตร หากมีฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์นี้ จะส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป

2. เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร มีน้ำ 534 ล้านลูกบาศก์เมตรมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม บ้านพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

3. เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี มีน้ำ 7,669 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีจำนวน 2 แห่ง คือ 1. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ปริมาณน้ำ 4,889 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีแผนทยอยระบายน้ำเพิ่มขึ้นจนถึงวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร

2. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก มีปริมาณน้ำ 183 ล้านลูกบาศก์เมตร

พร้อมเตือนอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ให้เร่งพร่องน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนวชิลาลงกรณ เขื่อนน้ำอูน เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนคิรีธาร เขื่อนแก่งกระจาน อาจจส่งผลกระทบให้น้ำไหลข้ามทางระบายน้ำล้นของเขื่อนและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ให้เฝ้าระวัง และให้ 9 หน่วยงานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง