ป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์สาว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดี ‘เสี่ยชูวงษ์’

ป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์สาว พร้อมแม่และน้องชาย เดินทางเข้าพบตำรวจกองปราบปราม ตามหมายเรียกข้อหาร่วมกันฟอกเงินคดีเสี่ยชูวงษ์ โดยเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา  

นางสาวอุรชา วชิรกุลฑล หรือ ป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์สาวคนสนิท พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องหาฆาตกรรม และปลอมแปลงการโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน พร้อม ด้วย น.ส.ศรีธารา พรหมมา ซึ่งเป็นแม่  และนายชัยพรรณ พรหมมา น้องชาย เดินทางเข้าพบตำรวจกองปราบปราม ตามหมายเรียกในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” หลังจากก่อนหน้านี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ชี้มูลความผิดในคดีดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปสอบปากคำที่ชั้น 2 โดยเจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน  

ด้านนายวุฒิกร พินิจมั้ง ทนายความ น.ส.อุรชา เปิดเผยว่า ลูกความได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งว่าคดีนี้สืบเนื่องมาจากคดีการปลอมแปลงเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ซึ่งพบว่ามีการนำเงินที่ได้รับจากการโอนหุ้น ไปแปลงเป็นทรัพย์สินอื่น อาทิ บ้าน รถยนต์ โดยมีแม่และน้องชายเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าแม่ของป้อนข้าวได้รับการโอนเงินจากลูกสาว จากนั้นแม่ได้โอนเงินต่อไปยัง นายชัยพรรณ ลูกชาย มูลค่าประมาณ 35 ล้านบาท     

ขณะที่พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า ในส่วนของคดีการฟอกเงินของ นางสาวอรุชา นางสาวศรีธารา และ นายชัยพรรณ ทั้ง 3 คนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธ ภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นได้แจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวไป เนื่องจากทั้ง 3 คนได้เดินทางตามหมายเรียกและไม่มีท่าทีหลบหนี             

ส่วน พันตำรวจโทบรรยิน และ นางสาวกัญฑณา ศิวาธนพล หรือน้ำตาล อดีตพริตตี้สาว  ได้มอบหมายให้ทนายเลื่อนนัดมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 28 สิงหาคมนี้

รถจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนนถูกรถบัสเหยียบซ้ำเสียชีวิต

 เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนน ถูกรถบัสเหยียบซ้ำเสียชีวิต

เมื่อเวลา 19.40 น.วันที่ 15 สิงหาคม2561 พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธ์รี สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิตได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสชนคนเสียชีวิต ที่เหตุเกิดบนถนนซ่อมสร้าง มุ่งหน้าสะพานปทุมธานี 2  กม.17+500 หมู่ที่ 5 ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1ราย อายุประมาณ 60-65 ปี ไม่ทราบชื่อและที่อยู่  ไม่พบเอกสารของทางราชการติดตัวย ใกล้กันพบรถบัส ยี่ห้อนิสสันยูดี เป็นรถรับส่งพนักงาน ของบริษัท เฉลิมภัทรทรานสปอร์ต จำกัด หมายเลขทะเบียน 30-2080 ปทุมธานี จอดอยู่ที่บริเวณล้อด้านหน้าและล้อหลัง มีคราบเลือดติดอยู่ และห่างกันเล็กน้อย เป็นรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่ารุ่นเอ็นแม็กซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน 1กกณ-65 สมุทรสาคร สภาพด้านหนาพังเสียหาย ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ทราบชื่อคือ นายวัชระ   อ่อนเรือนอายุ 20 ปี

นายรัฐศักดิ์ ทองอินทร์ อายุ 35ปี คนขับรถบัสให้การว่าตนเอง ขับรถไปส่งพนักงานบริษัท ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกำลังจะเข้าบริษัทเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังรอเลี้ยวเพื่อกลับรถ จากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์ ชนคนเดินข้ามถนนจนร่างผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นมาใส่บริเวณล้อตนเองและเป็นจังหวะที่ตนเองกำลังออกรถจึงไม่ทราบเลยว่ากระเด็นเข้ามาตอนไหน

พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธ์รี สารวัตรเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมเชิญคนขับรถบัสไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมและให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างนำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไปชนคนข้ามถนนถูกรถบัสเหยียบซ้ำเสียชีวิต

สลดใจ ! ระเบิดฆ่าตัวตาย โจมตีศูนย์ศึกษาเอกชนในคาบูล

เหตุระเบิดฆ่าตัวตายในศูนย์การศึกษาเอกชนทางตะวันตกของกรุงคาบูลประเทศอัฟกานิสถานมีผู้เสียชีวิตมากถึง 48 ศพและบาดเจ็บ 67คน ยังไร้กลุ่มใด ๆ ออกมาอ้างความรับผิดชอบ

วันที่ 15 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน นายฮัชมัต สตานิกไซ โฆษกตำรวจอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย โดยมือระเบิดใช้ระเบิดผูกติดตัวแล้วเข้าไปจุดชนวนระเบิดโจมตีภายในศูนย์การศึกษาเอกชนมาวูดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของชาวชีอะห์ทางตะวันตกของกรุงคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 48 ศพและบาดเจ็บอีก 67 คนส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนที่เข้ามาเรียนพิเศษเพิ่มเติมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย 

รายงานระบุว่า ขณะเกิดเหตุภายในห้องเรียนนั้นมีนักเรียนราว 100 คน แม้ขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เหตุโจมตีครั้งนี้ เป็นฝีมือของ ‘กลุ่มไอเอส’ ซึ่งเลือกโจมตีเป้าหมายชาวชีอะห์ ที่เป็นชาวมุสลิมต่างนิกาย

อย่างไก็ตาม ที่ผ่านมากลุ่มไอเอส มักจะลงมือปฏิบัติการโจมตีครั้งรุนแรงเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แม้จุดโจมตีจะอยู่ใจกลางกรุงคาบูลเมืองหลวงของอัฟกานิสถาน

Cr. Photo Twitter : YosufiRafi