จ่อฟันเจ้าหน้าที่กิจการพิเศษ หลังคลิปฉาวรับเงินนักท่องเที่ยวไร้ใบเสร็จ ท่าเรือพัทยาใต้

จ่อฟันเจ้าหน้าที่กิจการพิเศษ หลังมีคลิปฉาวรับเงินนักท่องเที่ยวไร้ใบเสร็จ ท่าเรือพัทยาใต้ นายกฉุนขาดสั่งตั้ง กก.สอบ หากพบผิดเตรียมให้ออกจากหน้าที่

จากกรณีที่เพจ “เรารักพัทยา” ได้มีการแชร์คลิปเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาที่ปฏิบัติหน้าที่ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีการระบุข้อความ เอ๊ะนั่นอะไร ใช่แบงค์พันหรือเปล่า นักท่องเที่ยวยื่นเงินใส่มือเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ที่ดูแลอยู่ในพื้นที่ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ยังไม่ทราบว่าให้ค่าอะไร แต่ยื่นให้แล้วก็รับไว้ก่อน ซึ่งหลังจากเพจดังกล่าวแชร์ภาพทางโซเซียล ก็มีอีกหลายเพจได้มีการแชร์คลิปวิดีกันอย่างแพร่หลาย พร้อมตั้งข้อสังเกต ถึงเห็นการที่เกิดขึ้นว่าไม่เหมาะสมสร้างความเสียหายให้กับเมืองพัทยา

ล่าสุดวันนี้ (15 ส.ค.) นายคมกฤช พลวิชิต สัตวแพทย์อาวูโส รักษาการ หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ ชี้แจงถึงเหตุการณ์ณ์ดังกล่าว ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามคลิปนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนเจ้าหน้าที่ ที่ปรากฏในคลิปนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ โดยจาการตรวจสอบทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเปรียบเทียบปรับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีการทิ้งขยะบนที่สาธารณะ ซึ่งตามปกติการเปรียบเทียบปรับนั้นจะมีการนำตัวผู้ต้องหามาเปรียบเทียบปรับที่ศาลาว่าการเมืองพัทยาก่อนจะนำเงินที่เปรียบเทียบปรับส่งเข้าสำนักคลัง

ซึ่งจากคลิปที่ปรากฏเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีการรับเงินจากนักท่องเที่ยวมา และยังไม่มีการนำเงินมาส่งให้ต้นสังกัด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ได้มีการเรียกตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสอบสวน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริงก็จะดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอน ซึ่งโทษสูงสุดคือให้ออกจากราชการ เนื่องจากโทษดังกล่าวถือเป็นโทษที่หนักสำหรับการรับราชการ

ทั้งนี้ เมืองพัทยาขอกราบอภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ฝ่ายกิจการพิเศษจะมีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด เพื่อกำชับในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและขั้นตอนในการปฏิบัติหน้าที่พร้อมจะมีการพิจารราการเปรียบเทียบปรับของ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดที่จะมีการลดค่าปรับลด เนื่องจากอัตราค่าเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายนั้นมีโทษสูงถึง 20,000 บาท ซึ่งเสี่ยงต่อการกระทำที่จูงใจเจ้าหน้าที่ในการกระทำความผิดในการนำเอาเงินเปรียบเทียบมาส่งให้กับต้นสังกัดได้

ขณะที่ พลตำรวจตรีอนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนตัวได้เรียกเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมาสอบถามแล้ว ก็ได้รับแจ้งว่านักท่องเที่ยวไม่ยินยอมไปที่เมืองพัทยาแต่จะขอจ่ายเงินในจุดเกิดเหตุ ซึ่งที่ถูกต้องแล้วต้องทำตามขั้นตอนโดยการออกใบเสร็จและนำเงินส่งเข้าหลวง แต่เมื่อมีภาพออกมาเช่นนี้ถือว่าเสียหาย ซึ่งหลังกรรมการสอบสวนแล้วหากพบว่าผิดก็คงต้องให้ออกจากราชการแน่นอน

ปล่อยตัว ‘พุทธะอิสระ’ กลางดึกแล้ว ศิษยานุศิษย์สวดมนต์รอรับหน้าเรือนจำ

เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว “พุทธะอิสระ” จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว หลังศาลให้ประกันตัวชั่วคราว

วันนี้(15 ส.ค.) เวลาประมาณ 21.00 น. อดีตพระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังเข้าไปรับหน้าประตูเรือนจำออกมา หลังได้รับการประกันตัว ความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ ให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไปข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 กรณีคุมตัวและทำร้ายตำรวจสันติบาล ที่ไปติดตามสถานการณ์ที่เวทีการชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ

โดยนายสุวิทย์ นั่งรถตู้โตโยต้าสีขาว ทะเบียน ฮพ 6969 กรุงเทพฯ ที่เข้าไปรับหน้าประตูเรือนจำออกมา ขณะเดียวกันมีบรรดากลุ่มศิษยานุศิษย์ประมาณ 20 คน มายืนสวดมนต์ และร้องเพลงมาลาบูชาครู ที่บริเวณหน้าป้ายทางเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เฝ้ารอนายสุวิทย์ ออกจากเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ นายสุวิทย์ จะต้องเดินทางไปยังศาลอาญา ถ.รัชดา ตามนัด เพื่อสอบคำให้การในคดีที่ทำร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยวตำรวจสันติบาล(คดีที่ได้รับการประกันตัว) โดยต้องมาด้วยตัวเองในเวลา 09.00 น.

รวบแล้ว! ‘เสี่ยอ้วน’ ฆ่า ‘สปาย-ฟอส’ คาด่านชายแดนกัมพูชา

รวบคาด่านกัมพูชา “เสี่ยอ้วน” ผู้บงการฆ่า “น้องสปาย-ฟอส” ขณะกำลังหลบหนีเข้าเวียดนาม ขณะนี้ตำรวจกำลังประสานคุมตัวกลับมาดำเนินคดี

จากกรณีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้บงการฆ่า นำลูกน้องรวม 6 คน บุกรัวยิงปลิดชีพ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี เบื้องหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งลูกน้อง “เสี่ยอ้วน” ถูกตามจับและยอมเข้ามอบตัว เนื่องจากกลัวถูกจับตาย ได้โดนตั้งข้อหาหนัก “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ทำให้ตอนนี้เหลือเพียง “เสี่ยอ้วน” คนเดียวที่ยังคงหลบหนีอยู่ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

น้องสปาย- น้องฟอส

ล่าสุด วันนี้(15 ส.ค. 61) มีรายงานข่าวว่า ชุดสืบสวนได้ประสานทางการกัมพูชาบุกจับนายปัญญา ได้แล้วที่ จ.ปรีเวง ชายแดนประเทศกัมพูชา ขณะจะหลบหนีเข้าประเทศเวียดนาม โดยจะคุมตัวกลับไทยในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) ที่ชายแดน จ.สระแก้ว