กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก จากผลการสำรวจของ The Economist Intelligence Unit
กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก (Global Liveability Index 2018) ตามผลการจัดอันดับรายปีของ “ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต” (The Economist Intelligence Unit) ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 140 เมืองทั่วโลก โดยให้คะแนนจาก 0 ถึง 100 ตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น มาตรฐานการครองชีพ, สถิติอาชญากรรม, การคมนาคมขนส่ง, การศึกษา, ระบบสาธารณสุข และเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
กรุงเวียนนาได้คะแนน 99.1 แซงหน้านครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ซึ่งตกไปอยู่อันดับที่ 2 ด้วยคะแนน 98.4 ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ นครโอซากาของญี่ปุ่น 97.7 คะแนน
ออสเตรเลียและแคนาดามีเมืองที่ติด 10 อันดับแรกอยู่ถึงประเทศละ 3 เมือง โดยในออสเตรเลีย ได้แก่ เมลเบิร์น ในอันดับ 2, ซิดนีย์ (อันดับ 5) และแอดิเลด (อันดับ 10) ส่วนแคนาดา ได้แก่ แคลการี (อันดับ 4), แวนคูเวอร์ (อันดับ 6) และโตรอนโต (อันดับ 7) โดยทั้ง 2 ประเทศ มีความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 3.2 และ 4 คนต่อตารางกิโลเมตร ตามลำดับ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 58 คนต่อตารางกิโลเมตร
นักวิจัยชี้ว่า เมืองที่ได้คะแนนสูงมักเป็นเมืองขนาดกลางที่อยู่ในประเทศร่ำรวย และประชากรไม่หนาแน่นมาก ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้มีโอกาสทำกิจกรรมสันทนาการ โดยไม่นำไป สู่อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น หรือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ
แต่นครโอซากา ในอันดับ 3 และกรุงโตเกียว ซึ่งติดอันดับ 7 ร่วมกับโตรอนโต ถือเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นถึง 347 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่มีระบบขนส่งสาธารณะและมาตรฐานการครองชีพที่ดี ส่วนกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก อยู่ในอันดับ 9 และเป็นเพียง 1 ใน 2 เมืองของยุโรปที่ติด 10 อันดับแรกในปีนี้
สำหรับ 5 เมืองที่ได้คะแนนรั้งท้ายที่สุด ได้แก่ กรุงดามัสกัสของซีเรีย กรุงธากาในบังกลาเทศ เมืองลากอสของไนจีเรีย นครการาจีของปากีสถาน และกรุงพอร์ตมอร์สบีของปาปัวนิวกีนี ตามลำดับ
ส่วนเมืองที่พัฒนาเร็วสุดช่วง 5 ปีมานี้ คือ เมืองอาบีจานของไอวอรีโคสต์ กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ของเวียดนาม กรุงเบลเกรดของเซอร์เบีย และกรุงเตหะรานของอิหร่าน

