อุตุฯ ประกาศเตือนพายุโซนร้อน ‘เบบินคา’ ฉบับที่ 18

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุโซนร้อน ‘เบบินคา’ ฉบับที่ 18

วันนี้ (14 ส.ค. 61) เมื่อเวลา 22.00 น. พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เกือบไม่เคลื่อนที่ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวในช่วงวันที่ 16-17 สิงหาคม 2561

โดยจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน เตือนคนไทยเลี่ยงถนนใกล้รัฐสภา จุดเกิดเหตุรถพุ่งชน

สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน เตือนคนไทยเลี่ยงถนนใกล้รัฐสภา จุดเกิดเหตุรถพุ่งชน

วันนี้(14 ส.ค.) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังเกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนประชาชนและสิ่งกีดขวางบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 07.40 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ ระบุว่า ขอให้พี่น้องชาวไทยในสหราชอาณาจักรหลีกเลี่ยงการสัญจรไปยังบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการสหราชอาณาจักร

หากประสงค์จะขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์และผู้ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข ๐๗๙๑๘ ๖๕๑๗๒๐

รู้ตัวแล้ว! เหยื่อฆ่าหั่นศพที่ไทรโยค เป็นแรงงานเมียนมา

รู้ตัวแล้ว! เหยื่อฆ่าหั่นศพที่ไทรโยค พบเป็นแรงงานเมียนมา อาศัยอยู่กับน้องชาย แต่น้องชายหายไป 

จากกรณีพบศพชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ อายุระหว่าง 30 – 40 ปี ถูกตัดศรีษะ และแขนทั้ง 2 ข้างขาดหายไป ซึ่งศพดังกล่าวลอยมาตามสายน้ำแม่น้ำแควน้อย

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้(14 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.กาญจนบุรี เข้าตรวจสอบบ้านพักคนงานที่อยู่กลางสวนผลไม้ ติดกับแม่น้ำแควน้อย พื้นที่บ้านแก่งจอ หมู่ 4 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จากการตรวจสอบพบคราบเลือดติดอยู่ที่จอบ รวมทั้งผนังบ้าน ส่วนพื้นมีร่องรอยการทำความสะอาดและใช้ปูนเททับรอบคราบเลือดเอาไว้ นอกจากนี้ ยังพบเศษผ้าถุงลายเดียวกันกับที่พบที่เอาของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่า บ้านพักหลังดังกล่าวมีคนงานกรีดยางพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน คือ นายสุไข่ อายุ 40 ปี กับนายสุนัย พี่ชายภรรยา ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมาทั้งคู่ สอบสวนเพื่อนบ้าน ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า ศพที่ถูกตัดคอและแขนจนขาดนั้น คือนายสุไข่ เพราะจำรอยสักได้ โดยเพื่อนบ้านคนเดียวกันบอกว่า เห็นนายสุไข่ครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และจากนั้นก็ไม่พบตัวอีกเลย ส่วนนายสุนัย ที่พักอยู่ด้วยกันก็ได้หายตัวไป

คนงานหญิง ชาวเมียนมาที่ทำงานที่เดียวกับนายสุไข่ ให้การว่า ช่วงบ่ายของวันที่ 11 ส.ค.หัวหน้าคนงานกรีดยางได้สั่งให้ตนมาทำความสะอาดบ้านพัก ด้วยการล้างคราบเลือด รวมทั้งโยนอุปกรณ์เครื่องครัวทิ้งลงไปในแม่น้ำ แต่ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการฆาตกรรม

ที่มา จส.100