ผู้เสียหายโวย! ถูกแอบถ่ายคลิปในโรงแรมม่านรูด ก่อนโพสต์ลงโซเชียล

ผู้เสียหายร้องเรียนถูกแอบถ่ายคลิปแบล็คเมล์ แชร์ว่อนโซเชียลมีเดีย หลังเปิดโรงแรมม่านรูดกับแฟนสาว

ชายผู้เสียหาย วัย 34 ปี ยอมเผยคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาวที่ถูกโพสต์ลง “กลุ่มลับ” ใน “ทวิตเตอร์” ซึ่งนิยมแชร์ภาพและคลิปลามกอนาจาร ให้ผู้สื่อข่าวได้เห็น พร้อมอ้างว่า คลิปถูกแอบถ่ายมาจากโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังตัวเองและแฟนสาวไปใช้บริการพักผ่อนส่วนตัว

ผู้เสียหาย เล่าว่า ใช้บริการโรงแรมม่านรูดแห่งนี้ ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานมักจะพาไปห้องประจำเสมอ กระทั่งไปพบคลิปตัวเองกับแฟนสาว ในกลุ่มทวิตเตอร์ ที่เชิญชวนให้เข้าเป็นสมาชิก แบบจ่ายเงินค่าแรกเข้า ก็รู้สึกตกใจมาก อีกทั้งพบว่า คลิปถูกนำมาตัดต่ออีกหลายคลิป ตัวเองจึงติดต่อผู้โพสต์และกลุ่มทวิตเตอร์ ให้หยุดเผยแพร่ และขู่ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ถูกข่มขู่กลับว่า หากกลายเป็นข่าว จะปล่อยคลิปแบล็คเมล์อีก

นอกจากนี้ เมื่อพยายามทวงถามความรับผิดชอบกับเจ้าของโรงแรมม่านรูด ก็ได้รับการปฏิเสธบ่ายเบี่ยง อ้างว่าในห้องพัก ไม่มีการติดตั้งกล้องแอบถ่าย พร้อมวอนให้หยุดกล่าวหา เพราะกระทบชื่อเสียงของโรงแรม

ผู้เสียหาย ยืนยันจะเอาผิดให้ถึงที่สุด และไม่แน่ชัดว่า มีเหยื่อถูกแอบถ่ายเช่นนี้จำนวนเท่าใด โดยหลังจากนี้ เตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดี ทางโรงแรมม่านรูด และผู้โพสต์คลิป ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.)เมืองเพชรบูรณ์ ต่อไป

‘พายุไต้ฝุ่นยางิ’ พัดขึ้นฝั่งจีนแล้ว

พายุไต้ฝุ่น “ยางิ” ทำให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม ไฟฟ้าดับ และการจราจรตัดขัดหลายเมืองทางใต้และตะวันออกของจีน

พายุ “ยางิ” ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 14 ที่พัดถล่มจีนในปีนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม ลมกรรโชกแรง ไฟฟ้าดับ และการจราจรติดขัดหลายเมืองทางตอนใต้และตะวันออกของประเทศ เมื่อวานนี้ หลังจาก พายุ “ยางิ” พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกที่เมืองเหวินหลิง มณฑลเจ้อเจียง เมื่อเวลา 23.35 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น

ในมณฑลเจียงซู ฝนตกหนักและลมกรรโชกแรง ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ออกคำเตือนพายุฝนฟ้าคะนอง ระดับสีเหลือง หรือรุนแรงเป็นอันดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ

มีผู้ถ่ายวิดีโอที่เก้าอี้ถูกพัดไปตามถนนกลางเมือง ขณะฝนตกหนัก นอกจากนี้ ลมแรงได้โค่นต้นไม้มากกว่า 20 ต้น

พายุดังกล่าวทำให้ชาวบ้านราว 270 คน ของหมู่บ้านมั่นถัง ในมณฑลเจ้อเจียง ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนสะสมในหลายพื้นที่ยังทำให้รถยนต์จมอยู่ใต้น้ำ ถนนบางเส้นน้ำท่วมสูงจนทำให้รถหลายคันดับ ส่งผลให้การจราจรติดขัด

การไฟฟ้าจีน ระบุว่า พายุ “ยางิ” ทำให้ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่กว่า 300 นายได้ลงพื้นที่เพื่อซ่อมแซมเป็นการฉุกเฉินแล้ว

สำนักข่าวซินหัวของจีนระบุว่า จนถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ มีประชาชนราว 205,000 คน ใน 10 เมืองของมณฑล  เจ้อเจียงต้องอพยพ และยังมีเรือหาปลาจำนวน 20,949 ลำ และเรือใหญ่อีก 4, 526 ลำ ต้องกลับเข้าฝั่ง เนื่องจากพายุดังกล่าว

ขณะเดียวกันในเมืองมาริกินา ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ ก็กำลังเผชิญกับน้ำท่วม หลังปริมาณน้ำในแม่น้ำมาริกินาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนล้นตลิ่ง เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และอิทธิพลของพายุยางิ

นายโจเซฟ แบนสัน สมาชิกสภาเมืองมาริกินา ระบุว่า ได้ประกาศให้ผู้คน 23,000 คนอพยพ หนีน้ำท่วมดังกล่าวแล้ว

โดยคาดว่า สัปดาห์นี้จะยังคงมีฝนกตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

เปิดกลยุทธฺหุ้นไทย ชี้ ดัชนีลงต่ำกว่า1,700 จุด เป็นโอกาสเข้าซื้อ

นักวิเคราะห์มองแรงขายหุ้นไทยจะเบาบางลงหลังประกาศงบของ 120 บริษัท เลือก KTB COM7 SVI เป็นหุ้นเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (14 ส.ค.) ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะถูก Sentiment เชิงลบจากภาพที่ค่อนข้างแย่ของ Emerging Market บวกกับ Sell on fact หลังประกาศงบ แต่มองการลงต่ำกว่า 1,690 จุดเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เลือก KTB COM7 SVI เป็นหุ้นเด่น

ขณะที่สถานะเศรษฐกิจและการเงินของไทยแข็งแกร่ง จะทำให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติสกุล Lira จำกัด ปัญหาใหญ่ของตุรกีคือมีสถานะเศรษฐกิจและการเงินที่ค่อนข้างอ่อนแอ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง -6.3% ของ GDP (ติดลบมากที่สุดในกลุ่ม EM)

เงินเฟ้อพุ่ง 15% อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี 21% หนี้สินต่างประเทศ 53% ของหนี้ทั้งหมด และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมีเพียง 0.1% ของ GDP และ 0.2% ของหนี้ต่างประเทศ เช่นเดียวกับ อาร์เจนตินา บราซิล เม็กซิโก ที่มีสถานะอ่อนแอไม่หนีกันเท่าไหร่นัก

เมื่อเทียบกับไทยแม้ว่าไทยจะถูกจัดชั้นอยู่ในกลุ่ม Emerging Market แต่ภาพรวมแล้วแข็งแกร่งกว่ามาก โดยปี 2560 ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 11.2% ของ GDP เงินเฟ้อปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ 1.4% หนี้สินต่างประเทศมี 33% ของหนี้ทั้งหมด

ขณะที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเกิน 2.1 แสนล้านเหรียญหรือคิดเป็นกว่า 10% ของ GDP ภาพที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก จะทำให้ผลกระทบต่อไทยจากประเด็นวิกฤติค่าเงิน Lira และกระแสเงินไหลออกจาก Emerging Market มีจำกัด

หลังจากจบการรายงานงบ คาด SET Index จะมีแรงหนุนต่อจากการประกาศ GDP Growth ในงวด 2Q61 จากการรวบรวมผลประกอบการจนถึงวันที่ 10 ส.ค. 309 บริษัทคิดเป็น 72% ของ Market Cap ทั้งตลาด มีกำไรสุทธิรวม 2.07 แสนล้านบาท +11.10% YoY แต่ -16.80% QoQ วันนี้และพรุ่งนี้ติดตามบริษัทที่เหลืออีก 161 บริษัท

คาดว่าแรง Sell on Fact อาจเริ่มเบาลงหลังการรายงานงบของ 120 บริษัทเมื่อวันที่ 10 ส.ค.61 ภาพรวมไม่แย่เท่าไหร่นัก โดยมีกำไรรวม 5.92 หมื่นล้านบาท +10.2% YoY และ -2.4% QoQ ในจำนวนดังกล่าวมี 33 บริษัทที่ Consensus ออกบทวิเคราะห์ กำไรรวมค่อนข้างใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด

เมื่อพ้นการรายงานงบที่เหลือตลาดจะได้แรงหนุนจากการประกาศ GDP Growth ในงวด 2Q61 ของไทย ซึ่ง KS Research คาดไว้ที่ 4.5% จะเป็นปัจจัยบวกที่ดันให้ SET Index ฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

กลยุทธฺการลงทุน การปรับลงมาต่ำกว่า 1,700 จุด (คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,685 จุด) จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้ออีกครั้งเน้นไปที่ KTB COM7 และ SVI ส่วนหุ้นระยะกลางถึงยาวให้สะสมกลุ่มหุ้น Monthly Pick ของ KS Research เช่น BBL, KTB, MTC, ORI, LH, AP, SPALI, QH, CPN, CPALL, ROBINS, DELTA, TNR, IVL