พบศพ นทท.เยอรมัน ตายปริศนาบนโขดหิน ที่เกาะพีพี

พบร่างนักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมัน นอนเสียชีวิตปริศนาบนโขดหิน ที่ แหลมตง เกาะพีพี เบื้องต้นตำรวจคาดเดินลื่นล้มหัวฟาดโขดหิน เตรียมส่งศพชันสูตร

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 29 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา  ร.ต.ท.ศานติพจน์ นวนเรือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งจากสายตรวจบ้านแหลมตง ว่า พบศพชาวต่างชาติเสียชีวิตอยู่บริเวณโขดหินหาดแหลมตง ใกล้กับสุสานชาวไทยใหม่ (ชาวเล) หมู่ที่ 8 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.โชคดี มาบางยาง สวญ.สภ.เกาะพีพี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และแพทย์เวร รพ.เกาะพีพี

ข่าวจังหวัดกระบี่, เกาะพีพี, นักท่องเที่ยว, ข่าวสดวันนี้

ที่เกิดเหตุเป็นโขดหินริมทะเล บ้านแหลมตง พบศพชายชาวต่างชาติ สภาพนอนหงายอยู่บนพื้นทราย ในร่องโขดหิน สวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีเขียว สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าสีเขียว ทราบชื่อ ต่อมาคือ Mr.Steinbach Markus อายุ 50 ปี สัญชาติ เยอรมัน

สภาพศพมีบาดแผลบริเวณคิ้วซ้าย ศีรษะฝั่งซ้ายมีรอยช้ำ จากการกระแทก ตรวจสอบภายในกระเป๋า ยังมีทรัพย์สินอยู่ครบ ทั้งเอกสารประจำตัว บัตรเครดิต เงินสดอีกบางส่วน ทั้งนี้จากการสอบถาม น.ส.สุบิน ชาวน้ำ ชาวบ้านซึ่งเป็นคนพบศพ ทราบว่า ขณะที่ออกไปหาหอยเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงน้ำลง เมื่อเดินมาถึงที่เกิดเหตุ ได้สังเกตุเห็นร่างผู้ตายนอนอยู่ที่บริเวณดังกล่าว ก็เข้าใจว่าดื่มเหล้าจนเมาหลับ

แต่เมื่อน.ส.สุบิน หาหอยเสร็จ และกำลังเดินกลับ ก็พบว่าผู้ตายยังนอนอยู่ที่เดิม ในลักษณะเดิม จึงได้เข้าไปดู พบว่าหมดสตินอนนิ่ง จึงแจ้งให้ตำรวจทราบ เบื้องต้นแพทย์ยังไม่ระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัด เตรียมส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอีกครั้ง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้น คาดว่าผู้ตายน่าจะไปเดินเที่ยวบริเวณโขดหินดังกล่าว แล้วเกิดลื่นล้มหัวกระแทกกับโขดหิน อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะรอผลการตรวจพิสูจน์ศพอีกครั้งเพื่อยืนยันการเสียชีวิต ขณะนี้ได้ประสานไปยังสถานฑูตเยอรมัน เพื่อติดต่อญาติผู้ตายถึงเหตุที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก จนท.ตำรวจ สภ.เกาะพีพี

‘เฮอริเคนมาเรีย’ ถล่มเปอร์โตริโก คร่าชีวิตประชาชนแตะ 3,000 คน

ทางการเปอร์โตริโก ปรับยอดผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนมาเรีย ที่พัดถล่มเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พุ่งเป็น 2,975 ศพ สูงกว่าตัวเลขทางการก่อนหน้านี้ ถึงเกือบ 50 เท่า

ผลการศึกษาล่าสุด ซึ่งจัดทำขึ้นตามคำสั่งรัฐบาลเครือรัฐเปอร์โตริโก ประเมินว่า พายุเฮอริเคนมาเรีย เป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่พัดถล่มเปอร์โตริโกในรอบเกือบ 90 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนมาเรีย ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากถึง 2,975 คน นับตั้งแต่พายุพัดถล่มเปอร์โตริโกเดือนกันยายนปีที่แล้ว จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ตัวเลขล่าสุดนี้สูงกว่าการประเมินก่อนหน้า ที่ระบุว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิต 64 คน หรือสูงกว่าราว 47 เท่า

นายริการ์โด รอสเซลโล ผู้ว่าการเครือรัฐเปอร์โตริโก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า นี่คือเวลาที่เราควรแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันร่วมกับผู้สูญเสียญาติพี่น้องหรือเพื่อน และควรเป็นเวลาที่เราได้ไตร่ตรองว่า ทำพลาดอะไรเพื่อที่เราจะหาทางแก้ไขมัน

นอกจากนี้ ผลศึกษายังพบว่า กลุ่มคนยากจนและผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากเฮอริเคนค่อนข้างสูง

ผลการศึกษาก่อนหน้าที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม จัดทำโดยทีมวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนมาเรีย 4,645 คน ส่วนผลศึกษาของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สเตท อยู่ที่ 1,850 คน

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าใช้เวลานานเกินไปกว่าจะรับรู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครือรัฐซึ่งมีประชากรกว่า 3 ล้านคน และยังส่งความช่วยเหลือล่าช้าอีกด้วย

เฮอริเคนมาเรียซึ่งมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดเข้าสู่ชายฝั่งเปอร์โตริโกเมื่อวันที่ 17 กันยายนปีที่แล้ว และก่อความเสียหายคิดเป็นมูลค่าถึง 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.8 ล้านล้านบาท ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าใช้นานหลายเดือน

บราซิลเพิ่มทหารชายแดน-จำกัดจำนวนผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา

ผู้นำบราซิลสั่งเพิ่มกำลังทหารบริเวณชายแดน และเตรียมจำกัดจำนวนชาวเวเนซุเอลาที่หนีวิกฤตในบ้านเกิด ด้านโคลอมเบีย-เปรูหารือมาตรการสกัดคลื่นผู้อพยพ

ประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ ของบราซิล ระบุเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้ลงนามกฎหมายส่งทหารไปประจำการบริเวณชายแดนรัฐโฮไรมา ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่ติดกับเวเนซุเอลา เพื่อปกป้องกฎหมายและความสงบเรียบร้อยท่ามกลางวิกฤตผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาที่หลบหนีความวุ่นวายทางการเมืองและการล่มสลายทางเศรษฐกิจในบ้านเกิดเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้นำบราซิลยังระบุด้วยว่า รัฐบาลจะจำกัดการเข้าเมืองของชาวเวเนซุเอลาบริเวณชายแดนรัฐโฮไรมา หลังคลื่นผู้อพยพทำให้บริการต่างๆ ในท้องถิ่นไม่เพียงพอ และเกิดความรุนแรงกับคนท้องถิ่น

โดยบราซิลจำเป็นต้องจำกัดจำนวนชาวเวเนซุเอลาที่อพยพเข้าประเทศผ่านเมืองปากาไรมาในแต่ละวัน ซึ่งอยู่ที่ 700-800 คน ให้เหลือ 100-200 คนต่อวัน เนื่องจากทางการท้องถิ่นต้องรับมือกับผู้อพยพจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ ชาวเมืองปากาไรมาได้ปะทะและขับไล่ผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านอาหารถูกแทงและทุบตีจนเสียชีวิต ทำให้ชาวเมืองไม่พอใจ

นอกจากนี้ ทางการบราซิลยังได้เคลื่อนย้ายผู้อพยพจากชายแดนไปตั้งรกรากใหม่ในเมืองใหญ่อื่นๆ เพื่อลดความตึงเครียดลง หลังรัฐบาลท้องถิ่นรัฐโฮไรมาได้ขอให้รัฐบาลกลางระงับการรับคนเข้าเมือง ขณะที่ศาลสูงสุดไม่รับคำร้องเนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้เปิดพรมแดน

ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 2-3 ปีมานี้ มีชาวเวเนซุเอลาหลายหมื่นคนอพยพเข้าไปยังรัฐโฮไรมา

ด้านหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของโคลอมเบียและเปรูได้จัดประชุมร่วมกันที่กรุงโบโกตาของโคลอมเบีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะทำฐานข้อมูลร่วมกันและรับมือกับวิกฤตผู้อพยพจากเวเนซุเอลาอย่างเป็นระบบ

โคลอมเบียรับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาแล้วราว 1 ล้านคน ส่วนเปรูรับผู้อยพราว 4.2 แสนคน

ขณะที่ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร่ ของเวเนซุเอลาออกมาเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลากลับบ้าน และยุติการเป็นทาสทางเศรษฐกิจ และทำความสะอาดห้องส้วมในต่างประเทศ

รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศในอเมริกาใต้มีกำหนดจะประชุมกันที่เอกวาดอร์ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา