กทม. ให้ถนนข้าวสารเป็นจุดผ่อนผัน ผู้ค้าขายของบนทางเท้าได้ 16.00 -24.00 น.

กทม. ให้ถนนข้าวสารเป็นจุดผ่อนผัน ผู้ค้าขายของบนทางเท้าได้ ช่วงเวลา 16.00 -24.00 น. คาดใช้เวลา 1 เดือน ออกประกาศกรุงเทพมหานคร

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดระเบียบถนนข้าวสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว สำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขตพระนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กองอำนวยการร่วมรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องเอราวัณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้กรุงเทพมหานครได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือการจัดระเบียบการค้าขายบริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งได้มีการพิจารณาหลายเงื่อนไขเพื่อที่จะทำให้ถนนข้าวสารเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือแลนมาร์คของกรุงเทพมหานคร และผู้ค้าสามารถทำการค้าได้อย่างถูกกฎหมาย

เบื้องต้นที่ประชุมมีข้อสรุปว่า กรุงเทพมหานครจะดำเนินการร่างประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดจุดผ่อนผัน บริเวณถนนข้าวสารและบริเวณโดยรอบ โดยจะใช้มาตรา 20 ตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ซึ่งสามารถพิจารณาอนุญาตให้มีการทำการค้าได้ ซึ่งจากการหารือร่วมกับ บช.น. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เวลาที่เหมาะสมให้สามารถทำการค้า คือระหว่าง 16.00 – 24.00 น. และขนาดแผงค้าที่เหมาะสมคือ 1.5 x 1 เมตร

ทั้งนี้ให้สำนักงานเขตพระนครดำเนินการพิสูจน์สิทธิผู้ค้าว่าเป็นผู้ค้าตัวจริง ภายในเวลา 10 วัน โดยจะให้สิทธิ์ทำการค้า 1 คนต่อ 1 แผง รวมถึงปรับลดขนาดแผงค้าจากที่เป็นอยู่ให้เท่ากับขนาดที่ กทม.กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับร่างประกาศฯ ที่จะออก โดยระหว่างนี้จะยังคงอนุโลมให้ผู้ค้าถนนข้าวสารทำการค้าได้ ระหว่างเวลา 18.00 – 24.00 น. จนกว่าจะออกประกาศกรุงเทพมหานครได้ ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าว จะครอบคลุมรวมไปถึงการจัดระเบียบถนนบริเวณโดยรอบ อาทิ ถนนจักรพงษ์ ถนนรามบุตรี ถนนไกรสีห์ และถนนสิบสามห้างด้วย ซึ่งจะมีการทำประชาพิจารณ์ เชิญผู้ค้า และเจ้าของตึกแถวมาร่วมแสดงความคิดเห็นก่อนการจัดระเบียบ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า เมื่อกรุงเทพมหานครออกประกาศจุดผ่อนผันแล้ว การค้าบริเวณถนนข้าวสารจะต้องถูกกฎหมาย ไม่อนุญาตให้ทำการค้าขายสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงผู้ค้าต่างด้าว ส่วนหากพื้นที่อื่นๆ ที่ กทม. จัดระเบียบหรือยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว ต้องการขอกลับมาค้าขายอีกนั้น ต้องดูสภาพแวดล้อมว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ มีความเหมาะสมกับพื้นที่โดยรวม มีความเป็นอัตลักษณ์ และไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรในวงกว้าง

คนลอบขนขยะกองโตทิ้งริมถนนสายเอเชีย 41 ชาวบ้านโอดส่งกลิ่นเหม็นเน่า

คนลอบขนขยะทิ้งริมถนนสายเอเชีย 41 พบขยะกองยาวร่วม 30 เมตร สูง 2 เมตร ชาวบ้านโอดส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ส.ค.61 ที่ริมถนนสายเอเซีย 41 ช่องทางขาขึ้น กทม. นายภาคิน มากภักดี ปลัดเทศบาล ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมด้วย จนท.เทศบาล จนท.หมวดทางหลวงหลังสวน เดินทางมายังจุดดังกล่าวเพื่อทำการจัดเก็บขยะ หลังจากพบว่ามีผู้แอบนำขยะจำนวนมากมาทิ้งไว้ที่ริมถนนดังกล่าว

บริเวณดังกล่าวเป็นย่านชุมชนของ อ.หลังสวน ที่มีถนนสายหลักของประเทศ สายเอเชีย 41 ในช่องทางขาขึ้น กทม.ผ่าน มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกตั้ง 2 ข้างถนนจำนวนมาก ซึ่งพบว่ากองขยะกองมหึมาทั้งที่ใส่ในถุงดำ ใส่ถุงพลาสติค และไม่ใส่ภาชนะถูกนำมาทิ้งไว้จำนวนมาก มีความยาวริมถนน ร่วม 30 เมตร กองสูง 2 เมตร มีทั้งเปลือกทุเรียน เศษอาหาร เศษสิ่งของเครื่องใช้ ทั้งของสดของแห้ง

บางส่วนแตกออกนอกถุงดำ ทั้งขยะ ทั้งน้ำที่เกิดจากขยะ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังส่งผลให้มีแมลงวัน หนอน ซึ่งน้ำจากกองขยะไหลไปลงคูน้ำที่ไหลไปลงแม่น้ำหลังสวน ห่างไปเพียง 100 เมตร สร้างความหดหู่แก่ผู้ที่พบเห็นและผู้ที่สัญจรไปมา ที่พบเห็นความมักง่ายของผู้ที่นำขยะมาทิ้งในจุดดังกล่าว ซึ่งมีผู้เดินทางผ่านไปมาในแต่ละวันนับหมื่นคน จนมีชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ กล่าวว่า คนทิ้งขยะไม่รู้สึกอับอายคนที่มาพบเห็นถึงขนาดนี้เลยหรือ

นายภาคิน ปลัดเทศบาล ต.วังตะกอ กล่าวว่า จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบว่า ขยะดังกล่าวน่าจะมาจากหลายแหล่ง อาทิ แผงทุเรียนที่มีจำนวนมากในย่านดังกล่าวจากหมู่บ้านตำบลที่ไม่มีระบบการจัดเก็บขยะ จากร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลจากจุดนี้ เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยตลอดเวลา ส่วนใหญ่คนมักง่ายจะมาทิ้งตอนกลางคืนดึกๆ เจ้าหน้าที่ของเทศบาล ต.วังตะกอ ต้องระดมกันมาเก็บ

โดยขอความร่วมมือเก็บจากหมวดทางหลวงหลังสวน และขอแม็คโครจากเอกชนมาช่วยตักขยะ จึงอยากให้ผู้ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ให้หยุดการกระทำ เนื่องจากถ้าจับได้จะมีโทษถึงขั้นจำคุกและปรับ โดยเฉพาะหน่วยงานระดับตำบล ที่ไม่มีงานจัดเก็บขยะก็ไม่ควร นำขยะมาทิ้งไว้ในสถานที่อย่างนี้

นอกจากนั้นเมื่อเดินทางต่อไป ยังพบว่า ริมสองข้างทางถนนเอเซีย 41 ทั้งขาขึ้นและขาล่องบริเวณตลาดผลไม้ทุกตลาดในเขต อำเภอหลังสวน พบว่า มีการนำขยะมาทิ้งไว้ริมถนน สร้างมลภาวะแก่ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย และไม่สนใจ ความเป็นระเบียบด้านความสะอาด ทั้งนี้ชาวบ้านจำนวนมากต้องการให้เจ้าหน้าที่หาวิธีจับกุมคนเหล่านี้เพื่อดำเนินคดีให้เป็นตัวอย่าง

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า ริมถนนเอเซีย 41 มีการจอดรถบรรทุกพ่วงที่เป็นตัวลูกพ่วง เพื่อรอขึ้นสินค้าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนแต่อย่างใด และอยากให้ตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ดำเนินการตามกฎหมายให้เด็ดขาดด้วย

นายกฯ เผย ยังมีข่าวถูกบิดเบือน แนะรับข่าวจากช่องทางของรัฐบาล

นายกฯ เผย พบยังมีข่าวถูกบิดเบือน แนะรับข่าวจากช่องทางของรัฐบาล ย้ำเป็นข้อเท็จจริงด้วยข้อมูลด้วยหลักการทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า ช่วงที่ผ่านมามีการพยายามสื่อสารถึงข่าวต่างๆ กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่ายังพบมีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารบางส่วนที่ผิดเพี้ยน บิดเบือน หรือไม่มีข้อมูลพื้นฐานเกิดขึ้นอยู่

ซึ่งเน้นย้ำว่า ช่องทางการสื่อสารของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกอบด้วย ไลน์แอดข่าวจริงประเทศไทย โดยกรมประชาสัมพันธ์ facebook สายตรงไทยนิยม สำนักนายกรัฐมนตรี และไทยคู่ฟ้า สำนักโฆษกฯ รวมทั้ง GNEWS จากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เป็นต้น

ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น เกิดจากการบูรณาการกันอย่างเป็นระบบถามมาตอบไปด้วยข้อมูลด้วยหลักการ อีกทั้งยังมีรายการเดินหน้าประเทศไทยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และความร่วมมือจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ทุกช่อง ได้ให้มีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รูปแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น