ชีวิตพลิกผันจากทาสนิโคติน สู่บทบาทการเป็นแม่ ‘แวร์โซว’ เลิกบุหรี่ได้เพราะ ‘ลูก’

ชีวิตพลิกผันจากทาสนิโคติน สู่บทบาทการเป็นแม่ ‘แวร์โซว’ เลิกบุหรี่ได้เพราะ ‘ลูก’

ในเวทีเสวนาเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด รักต้องเลิกบุหรี่จัดโดยโครงการ 3,000,003 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไทองค์ราชัน แวร์โซว นักแสดงชื่อดัง เผยถึงจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่จากธาตุนิโคตินสู่ชีวิตใหม่ เลิกบุหรี่ได้เพราะลูก

วันที่ 10 สิงหา 2561 เวลา 10.00 น. ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดลในเวทีเสวนาเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปีภายใต้แนวคิดหลักต้องเลิกซึ่งจัดโดยโครงการ 3ล้าน 3ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไทองค์ราชัน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. รวมถึงสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวและมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว โดยในงานมี แวร์โซว นักแสดงสาวที่ได้มาร่วมเผยถึงประสบการณ์การเลิกบุหรี่ได้เนื่องจากความรักที่มีต่อ น้องคนดี ลูกสาว

ทั้งนี้ แวร์โซว ซึ่งมีประสบการณ์โดยตรงในการสูบบุหรี่มากกว่า 12 ปีแต่สุดท้ายก็สามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้สำเร็จโดยเธอเราประสบการณ์ในการสูบบุหรี่โดยเริ่มสุกครั้งแรกตั้งแต่วัยเด็กเนื่องจากคนในครอบครัวและคนใกล้ตัวสูบให้เห็นเป็นตัวอย่างจึงอยากทดลองบ้าง โดยในสมัยก่อนการสูบบุหรี่ถือเป็นแฟชั่นในสังคม ประกอบกับการทำงานในวงการบันเทิงซึ่งบางครั้งอาจมีความเครียดจึงใช้วิธีสูบบุหรี่ในการคลายเครียด

โดยแวร์โซวระบุว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่คือเมื่อตั้งครรภ์น้องคนดี ลูกสาว จึงตั้งใจเลิกสูบเพื่ออนาคตของลูกเนื่องจากไม่อยากให้ลูกได้รับผลกระทบและต้องการให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงจึงหยุดสูบบุหรี่และดื่มเหล้าซึ่งนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเก็บเงินให้ลูกเพราะการสูบบุหรี่เหมือนเผาเงินอย่างไร้ประโยชน์

นอกจากนี้ แวร์โซว ยังได้ฝากถึงคุณแม่หรือผู้ที่สูบบุหรี่รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในครอบครัวถ้ามีใครสุขทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งได้เพราะจะส่งผลกระทบต่อคนอื่นอื่นทั้งผลกับเด็กในครรภ์ฉะนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หากรักลูกของตัวเองต้องหยุดเพราะผลกระทบที่ตามมาคือร่างกายของลูกเมื่อเขาไม่แข็งแรงจะส่งผลในระยะยาวที่คุณต้องดูแล โดยอาจสร้างความทุกข์ทรมาณเมื่อลูกป่วยขนาดที่น้องน้องวัยรุ่นเยาวชนในสายตาของสังคมสมัยใหม่ไม่ได้มองว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องที่เท่และมีพื้นที่จำกัดในการสุขทั้งดูไม่ดีและรบกวนผู้อื่นรวมทั้งมีราคาแพงท้ายที่สุดหากไม่รักตัวเองก็ขอให้รักคนรอบข้างอย่าไปทำลายสุขภาพของพวกเขา

นอกจากนี้ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญอาทิ นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดลระบุเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ในงานนี้ว่า หากมีบุคคลในครอบครัวสูบบุหรี่ สารเคมีต่างๆที่เกาะอยู่ในห้องอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเพราะสารเคมีจะฝังตัวอยู่ในสิ่งของรอบ ๆ บ้านรวมทั้งการสูบบุหรี่ในรถจะมีสารพิษเข้ามาเป็นอันตรายมากต่อเด็กคนรอบตัวอย่างเช่นทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาเมื่อได้รับสารพิษจะส่งผลในเรื่องการเจริญเติบโตและเมื่อคลอดออกมาแล้วเด็กทารกมีโอกาสตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งลักษณะของโรคเหล่านี้สัมพันธ์กับครอบครัวที่มีคนสูบบุหรี่

โดยได้ระบุอีกด้วยว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการหยุดสูบบุหรี่ได้คือตระหนักในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวและผลกระทบที่ตนเองได้รับรวมถึงกำลังใจจากคนในครอบครัวซึ่งจะเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ได้ ทั้งนี้ความห่วงใยจากคนในครอบครัวจะเป็นพลังใจที่สำคัญอย่างมาก

พร้อมกันนี้ นพ. วันชาติ ศุภจัตุรัส กรรมการสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ซึ่งในรวนเสวนาในงานครั้งนี้กล่าวว่ากิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันแม่แห่งชาติรักต้องเลิก (บุหรี่) เพื่อต้องการให้สังคมตระหนักนึกถึงภัยจากบุหรี่โดยเฉพาะคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และที่สำคัญหากกำลังตั้งครรภ์ก็จะส่งผลถึงลูกไปโดยปริยาย รวมถึงผลกระทบที่อาจได้รับจากคุณพ่อหรือคนใกล้ตัวที่สูบบุหรี่เลได้ว่าขวัญมือหนึ่งแม้จะไม่สูบแต่ได้รับอันตรายโดยตรงต่อตัวเองและลูก ทั้งนิโคตินสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็งรวมถึงโรคเส้นเลือดตีบอุดตันล้วนเป็นพิษภัยที่ต้องเผชิญ จึงอยากให้กิจกรรมวันแม่เป็นส่วนสร้างหนุนเสริมต่อยอดให้สังคมร่วมกันช่วยงดบุหรี่ในวันสำคัญนี้ด้วย เพื่อที่จะสร้างครอบครัวคนไทยให้ปลอดบุหรี่และขยายรวมไปสู่สังคมไร้บุหรี่ต่อไป

ผู้ว่าฯ กทม. ยันไร้กลุ่มมีเซ็กส์ในสวนลุม ท้าพิสูจน์ หากพบยอมจ่าย 1 แสน

ผู้ว่าฯ กทม. ยันไร้กลุ่มมีเซ็กส์ในสวนลุม ท้าพิสูจน์มือโพสต์เรื่อง หากพบยอมจ่าย 1 แสน

วันนี้(10 ส.ค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กล่าวถึงกรณีมีผู้โพสต์ทวิตเตอร์ พบคนมีเพศสัมพันธ์กลางสวนลุมพินี ว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาเพิ่งลงพื้นที่สำรวจความเรียบร้อย ไฟส่องสว่างภายในสวนสาธารณะลุมพินี ไม่พบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว

แต่เบื้องต้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตามที่ปรากฏเป็นข่าว เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้เพราะสวนลุมฯ มีประชาชนหมุนเวียนไปออกกำลังกายนับหมื่นคน ยืนยันในสวนลุม ไม่มีพื้นที่จุดอับ หรือที่มีไฟไม่เพียงพอ โดยภายหลัง 3 ทุ่ม เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการปิดสวนสาธารณะ

ทั้งนี้ พร้อมเชิญผู้โพสต์ให้มาพบ ไปร่วมตรวจสอบลงพื้นที่ร่วมกัน หากพบเป็นความจริง ยินดีมอบเงินให้ 1 แสนบาท วอนสังคมอย่าพยายามสร้างข่าวที่ไม่มีข้อเท็จจริง สร้างความตื่นตระหนกให้กับส่วนรวม เพราะที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ตรวจสอบสวนสาธารณะใน กทม.เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2 แห่ง ถือโอกาสไปเดินออกกำลังกายด้วย ซึ่งสวนสาธารณะที่อยู่ในความดูแลของ กทม.มีทั้งหมด 35 แห่ง ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพื้นที่ ไม่ให้มีจุดอับ เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างทุกจุดแล้ว พร้อมกำชับทั้ง 50 เขตให้กวดขันความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

รัฐบาลเตือนประชาชนภาคอีสาน-เหนือ ระวังฝนตกหนักปลายส.ค.-ก.ย.นี้

รัฐบาลเตรียมรับมือ น้ำท่วม ในห้วงฤดูฝนปี 2561 เตือนประชาชนภาคอีสาน-เหนือ ระวังฝนตกหนักในช่วงปลายเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

วันนี้ (10 ส.ค.61) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมดุตุนิยมวิทยา และนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับ “การบริหารจัดการแบบบูรณาการ….แก้วิกฤติน้ำท่วมในห้วงฤดูฝน ปี 2561” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สทนช. บูรณาการและอำนวยการดูแลเรื่องแผนระบายน้ำต่าง ๆ ซึ่งแผนการระบายน้ำต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการคาดการณ์หรือการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะที่กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องดูแลเรื่องอ่างเก็บน้ำ

โดยตั้งแต่ต้นฤดูฝน (26 พฤษภาคม 2561) มีอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำมากกว่า 80% อยู่ 60 แห่ง และมีการพร่องน้ำออกอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เหลือ 34 แห่ง แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำที่เกิน 80% มีถึง 107 แห่ง โดยตั้งแต่หลังวันที่ 20 สิงหาคม 2561 หลายพื้นที่ต้องมีการเฝ้าระวังฝนตกหนักโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และฝั่งตะวันตก

ซึ่งได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมกับร่องฝนที่พาดผ่านประเทศไทยในช่วงเวลานั้น ขณะที่เดือนกันยาน 2561 พื้นที่เฝ้าระวังคือภาคกลาง และช่วงเดือนตุลาคม 2561 พื้นที่เฝ้าระวังคือภาคกลางตอนล่าง รวมไปถึงภาคใต้ ทั้งนี้ นับจากวันนี้ถึง 20 สิงหาคม 2561 ประมาณ 10 วัน อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ต้องเร่งระบายน้ำออก ซึ่งอาจทำให้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

ดังนั้นก่อนการดำเนินการต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าเพื่อจะได้เตรียมความพร้อมได้อย่างทันท่วงทีและปฏิบัติตนถูกต้อง โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมและปรับแผนให้สอดคล้องสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงโดยตลอด ซึ่งขณะนี้แผนการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่อยู่ที่จังหวัดเรียบร้อยแล้ว

รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ตลอดจนระบบระบายน้ำทุกแห่งอย่างใกล้ชิด ซึ่งในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% จะมีการติดตามทุกชั่วโมง โดยใช้โมเดลการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งขณะนี้เขื่อนแก่งกระจานแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเริ่มทรงตัวและลดลงตามลำดับ หากไม่มีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนในช่วงนี้

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังต้องมีการเฝ้าระวังอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำสูงกว่า 80% ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ ปราณบุรี และเขื่อนน้ำอูน รวมถึงอ่างฯ ขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำ 100% โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนการระบายน้ำจากอ่างฯ ที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์

รวมทั้งจัดทำมาตรการเตรียมความพร้อมลดความเสี่ยงอุทกภัยกรณีการระบายน้ำฉุกเฉินของอ่างฯ และกรณีเขื่อนวิกฤติ สำรวจความแข็งแรงของเขื่อน และสร้างการรับรู้ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกพื้นที่ เช่น การตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด (โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการ) เพื่อติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสภาวะอากาศ น้ำท่า น้ำหลาก คลื่นลมทะเล ตลอด 24 ชั่วโมง

หากพบแนวโน้มเกิดสาธารณภัย จะมีการประสานสั่งการอพยพ/แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทันทีเพื่ออพยพไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่จัดเตรียมไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมความพร้อมของกำลังพล เครื่องจักร การประสานงานกับเหล่าทัพเพื่อขอสนับสนุนกำลังพลในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หากเกิดเหตุขึ้น

ขณะที่ในส่วนของการเฝ้าระวังและเตรียมการ กรมป้องกันฯ ได้มีการประชุมหารือร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้ง สทนช. กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ ปริมาณน้ำ การแจ้งเตือนจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ และการแจ้งข้อสั่งการที่เกี่ยวข้องให้จังหวัดต่าง ๆ ได้รับทราบเพื่อจะปฏิบัติได้สอดคล้องตรงกัน

สำหรับการเตรียมการในพื้นที่โดยเฉพาะการแจ้งเตือนภัยสู่ประชาชน นั้น กรมป้องกันฯ ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัด แจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทุกช่องทาง ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ วิทยุภาคเอกชน วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว อาสาสมัครในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และทั่วถึง เพื่อประชาชนจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและเกิดความปลอดภัย ตลอดจนทราบถึงช่องทางในการติดต่อสื่อสารและแจ้งข้อมูลกับทางราชการ เพื่อขอความช่วยเหลือหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น