ครอบครัว ‘น้องแอ๋ม’ เหยื่อฆ่าหั่นศพ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล

ทนายครอบครัว ‘น้องแอ๋ม’ เหยื่อแก๊งเปรี้ยวฆ่าหั่นศพ ยื่นศาลอุทธรณ์ขอศาลตัดสินลงโทษประหารชีวิต พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

นายนพดล สีดาทัน ทนายความของครอบครัว น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม ซึ่งถูกฆ่าหั่นศพ ในพื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้ายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อพิจารณาแก้คำพิพากษา โดยพิพากษาโทษจำเลยที่ 1 คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว / น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิน จำเลยที่ 2 / นายวศิน นามพรม หรือ นิว จำเลยที่ 4 และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ จำเลยที่ 5 ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ทั้งค่าปลงศพ, ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าขาดอุปการะ รวมทั้งสิ้น 10 ล้าน 3 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

สำหรับคดีนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีคำพิพากษาเมื่อ 10 พฤษภาคม คือ สั่งจำคุกตลอดชีวิต น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว จำเลยที่ 1 และ น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น จำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นทำลายศพ และลักทรัพย์ แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 34 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ส่วน น.ส.อภิวันท์ หรือ แจ้ จำเลยที่ 5 มีโทษจำคุก 33 ปี 9 เดือน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ซ่อนเร้นทำลายศพ และเสพเมตแอมเฟตามีน / นายวศิน จำเลยที่ 4 โทษจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน ฐานสนับสนุนฆ่าผู้อื่น ร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพ และลักทรัพย์ / ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์ จำเลยที่ 3 โทษจำคุก 1 ปี ในข้อหารับของโจร โดยไม่รอลงอาญา พร้อมให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 1,070,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

สาวขาซิ่งไม่ละอาย สวนคนตำหนิขับรถเร็วบนถนน เย้ยเพราะ ‘รวยจบป่ะ’

สาวซิ่งตอกกลับผู้หวังดีเตือนจะเกิดอุบัติเหตุ หลังซิ่งเก๋งพร้อมถ่ายรูปไมล์ความเร็วรถ โพสต์ลงกลุ่มรถยนต์ อ้างรวยจบป่ะ

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ผู้คนในโลกออนไลน์ได้เข้าไปแสดงความเห็นตำหนิพฤติกรรมของสาวรายหนึ่งที่มีการขับรถเร็วกว่า 224-245 กม./ชม. แต่ไม่สำนึกแถมย้อนกลับคนที่เข้าไปติเตียนด้วยความหวังดีว่า เพราะรวยจบป่ะ อย่าเยอะ

โดยภาพได้เผยให้เห็นสาวคนดังกล่าวกำลังขับรถ ก่อนถ่ายภาพมาตรวัดความเร็วของรถที่สูงถึง 225 กม./ชั่วโมง แถมระบุด้วยว่าหากถนนโล่งคงทำความเร็วได้ไกลกว่านี้ ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นตำหนิและห่วงใยในการใช้รถใช้ถนนของเธอทำนองว่า ไม่จำเป็นต้องขับเร็วแล้วถ่ายรูปมาโชว์ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ อีกอย่างหากเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่แค่ตัวเองที่เสียชีวิต แต่ยังพาคนอื่นซวยตายไปด้วย

จากนั้นสาวขาซิ่งเจ้าของภาพจะเข้ามาแสดงความเห็นตอบกลับว่า เพราะรวยจะทำอะไรก็ได้ และให้คนโพสต์เตือนเอาเวลาไปหาเงิน หรือเอาเวลาไปสอนคนอื่นจะดีกว่า เพราะภาพที่ลงไม่ใช่จะโชว์ แต่อยากให้เห็นถึงปัญหาของรถเพื่อเป็นกรณีศึกษา  พร้อมกันนี้เธอยังมีการแจ้งอย่างไม่ละอายด้วยว่าโดนใบสั่งไปแล้ว 6  ใบภายในเดือนเดียว

ภาพจาก โคตรห้าว V.4

สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรรัสเซีย ปมวางยาอดีตสายลับในอังกฤษ

สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย กรณีรัสเซียใช้สารทำลายระบบประสาทเล่นงานอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียและลูกสาวในอังกฤษ

นางฮีเธอร์ นอยเอิร์ต โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า จะใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เพื่อลงโทษรัสเซีย หลังสหรัฐฯ ลงความเห็นว่ารัสเซียใช้สารเคมีหรืออาวุธชีวภาพ กรณีทำร้ายอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ หรือใช้สารเคมีอันตรายหรืออาวุธชีวภาพในการโจมตีพลเมืองของตนเอง

โดยมาตรการคว่ำบาตรจะเริ่มมีผลในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ หรือในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรรวมถึงการยกเลิกการให้ใบอนุญาตส่งออกสินค้าควบคุมด้านความมั่นคงไปยังรัสเซีย แต่จะยกเว้นกิจกรรมที่เกี่ยวกับเที่ยวบินไปในอวกาศ ความร่วมมือทางด้านอวกาศระหว่างรัฐบาลและความปลอดภัยด้านการบินของผู้โดยสารในเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งจะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า มาตรการคว่ำบาตรนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วันหลังจากรัฐสภารับทราบ ส่วนมาตรการคว่ำบาตรระลอก 2 ที่รุนแรงกว่าจะบังคับใช้หลังจากนี้ 90 วัน หากรัสเซียยังไม่ให้คำรับรองที่เชื่อถือได้ว่า จะไม่ใช้อาวุธเคมีอีก และยอมให้สหประชาชาติหรือกลุ่มสังเกตุการณ์ระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบ

เมื่อเดือนมีนาคม นายเซอร์เก สกรีปาล อดีตทหารยศพันเอกในหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย และเป็นสายลับสองหน้าให้กับอังกฤษ กับ น.ส.ยูเลีย บุตรสาววัย 33 ปี ถูกพบนอนหมดสติที่บริเวณม้านั่งในเมืองซัลส์บิวรีของอังกฤษ และเจ้าหน้าที่ตรวจพบของเหลวที่เป็นสารทำลายประสาทประเภทโนวิช็อกที่บริเวณประตูหน้าบ้าน

ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุวานนี้ว่า ท่าทีของสหรัฐฯ ไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน ซึ่งการเชื่อมโยงเหตุการณ์วางยาพิษดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ด้านสถานทูตรัสเซียในสหรัฐฯ ระบุเมื่อวานนี้ว่า ได้รับแจ้งถึงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงเกินกว่าเหตุแล้ว พร้อมระบุว่าคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียวางยาพิษสายลับรัสเซียและลูกสาวนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งที่เรายังคงไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือมีหลักฐานใดๆ