เกิดเหตุปะทะที่ชนวนกาซา ทำแรงงานไทยเจ็บ 2 ราย ด้านสถานทูตแนะเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ยิงจรวดกว่าร้อยลูกตอบโต้กันไปมาบริเวณชนวนกาซา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายบาดเจ็บนับสิบคน รวมแรงงานไทย  ด้านสถานทูตแนะคนไทยเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวใกล้ชิด 

สำนักข่าว เอเอฟพี ได้รายงานว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (9 ส.ค. 2561) ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณฉนวนกาซา เขตพิพาทระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยในผู้บาดเจ็บมีแรงงานชาวไทยรวมอยู่ด้วย 2 ราย

ทั้งนี้รายงานเผยว่าความรุนแรงครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่อิสราเอลเปิดฉากยิงจรวดตอบโต้ใส่ปาเลสไตย์ หลังจากมีจรวดจำนวน 150 ลูกที่ถูกยิงมาจากฝั่งชนวนกาซา มาตกในฝั่งอิสราเอล ในเขตชุมชนเมืองสเดอร็อต จนทำให้อิสราเอลไม่พอใจและยิงตอบโต้กลับไป

โดยชนวนเหตุที่ปาเลสไตน์ยิงจรวดใส่อิสราเอลก่อนนั้น  คาดว่ามาจากการที่สมาชิกกลุ่มนักรบฮามาส ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิต 2 ราย ที่พรมแดนระหว่างกาซ่ากับอิสราเอล ซึ่งต่อมาทางหน่วยทหารท้องถิ่นของอิสราเอลยอมรับว่าเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากทหารอิสราเอลเดิมเข้าใจว่านักรบฮามาสยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอล

ขณะที่ทางฮามาสระบุว่า เป็นเพียงภารกิจซ้อมรบเท่านั้น ทำให้กลุ่มฮามาสตอบโต้ด้วยการยิงใส่วิศวกรจากหน่วยงานพลเรือนอิสราเอลบริเวณพรมแดนทำให้อิสราเอลใช้รถถังยิงถล่มตอบโต้ นำมาซึ่งการที่กลุ่มฮามาสใช้จรวดหลายร้อยลูกยิงถล่มอิสราเอลดังกล่าว

ขณะที่ทาง สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง เทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนให้แรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอลเลี่ยงอย่าเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยระบุว่า  สถานทูตขอแจ้ง ให้คนไทยในเขตพื้นที่เสี่ยง โปรดติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

และหากมีเสียงเตือนไซเรนให้หลบเข้าที่กำบังหรือบังเกอร์ รวมทั้งทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสถานทูต ได้ที่ 099548412-3

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายนั้น ขณะนี้อัครราชทูตที่ปรึกษาได้เดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว ทั้งสองคนปลอดภัยดี ซึ่งหญิงไทยมีอาการบาดเจ็บมาก แต่ตอนนี้สามารถพูดได้แล้ว

คุณยายวัย 93 ปี ทำสถิติเล่นพาราไกลดิ้ง ขณะมีอายุมากสุดในไต้หวัน

คุณยายวัย 93 ปี ทำสถิติเล่นพาราไกลดิ้ง ขณะมีอายุมากสุดในไต้หวัน

คุณยาย “หวู รุ่ย หลิน” วัย 93 ปี มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม และโบกไม้โบกมืออย่างสนุกสนาน ขณะเล่นพาราไกลดิ้ง (paragliding) หรือร่มชูชีพที่ร่อนกลางอากาศ ในเมืองไถตงของไต้หวัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทให้บริการพาราไกลดิ้ง ยืนยันว่า คุณยายหวู ผู้ชื่นชอบความตื่นเต้น เป็นลูกค้าอายุมากสุดที่ใช้บริการ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คุณยายหวูเป็นผู้ที่มีอายุมากสุดในไต้หวันที่เล่นพาราไกลดิ้ง

ด้าน คุณยายสูงวัยหัวใจเกินร้อย บอกว่า นี่เป็นการเล่นพาราไกลดิ้งครั้งที่ 2 ของเธอ และหวังว่าจะได้เล่นพาราไกลดิ้ง อีกเมื่อมีอายุครบ 100 ปี ด้านบริษัทผู้ให้บริการพาราไกดิ้งได้เตรียมซองอั่งเปาไว้เพื่อมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษแก่คุณยาย และสัญญาว่าจะให้เธอเล่นพาราไกลดิ้งฟรี เมื่อเธอมีอายุครบ 100 ปี

ตำรวจเร่งสอบคดี ‘เรือฟินิกส์ล่ม’ สาวตัวนายทุนใหญ่

ตำรวจเร่งตรวจสอบหาผู้ร่วมรับผิดชอบเหตุเรือฟินิกซ์ล่มกลางทะเลภูเก็ต เชื่อมีนายทุนไหญ่ หนุนอยู่เบื้องหลัง

วันนี้(10 ส.ค.) พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า การสอบสวนคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 70 มีการจับกุมผู้ต้องหา 3 คนคือ กรรมการผู้จัดการบริษัท, ผู้จัดการ และกัปตันเรือ แนวทางการสอบสวนไม่ได้สอบประเด็นศักยภาพผู้ต้องหา มีอำนาจบริหารในบริษัทเรือจริงหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่า ผู้ต้องหาไม่น่าจะมีศักยภาพพอที่จะรับผิดชอบบริษัททัวร์และเรือขนาดใหญ่

นอกจากนี้ จะต้องสืบสวนต่อไปว่า จะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ ใครเป็นเจ้าของบริษัทที่แท้จริง นอกเหนือจากนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปีกรรมการบริษัท ทีซีบลู ดรีม จำกัด โดยทางตำรวจจะจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นชนชาติใดเป็นพิเศษ แต่จะหาว่าใครเป็นเจ้าของบริษัทที่มีอำนาจที่แท้จริง

ส่วนกรณีนี้จะเข้าข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องแยกเป็นอีกคดีหนึ่ง ตนเองดูในเรื่องของความประมาทในการเดินเรือจนทำให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก จากสาเหตุการฝ่าฝืนเดินเรือออกจากฝั่ง ทั้งๆ ที่มีการประกาศเตือนเรื่องสภาพภูมิอากาศแล้ว ซึ่งตนจะต้องมาหาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการเสียชีวิต หากพบตัวคนที่เป็นเจ้าของ และคดีเข้าสู่ชั้นศาล ศาลจะยึดทรัพย์เพื่อนำมาชดใช้ให้กับผู้เสียหายต่อไป เช่นเดียวกับคดีการแจ้งความเท็จกับเจ้าหน้าที่ในการจดทะเบียนบริษัท ก็แยกเป็นคดีหนึ่ง

พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 20 ปาก และจะมีการสอบเพิ่มเติมอีก หลักฐานสำคัญที่สุดคือ ซากเรือที่กำลังรอการกู้ ซึ่งคาดว่ากรมเจ้าท่าจะสามารถกู้ซากเรือล่มขึ้นมาได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ จากนั้นจะเข้าตรวจสอบมาตรฐาน อุปกรณ์ วัสดุ รวมถึงโครงสร้างของเรือว่าเป็นไปตามข้อบังคับของกรมเจ้าท่าหรือไม่ รวมทั้งจะตรวจสอบการต่อเรือลำนี้ และประวัติผู้ครอบครองเรือย้อนหลัง