ตร.เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด-อาวุธมีคม หลังนักเรียนช่างกลนำมาซุกซ่อนกลางชุมชน

ตำรวจ สน.เพชรเกษม เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดและอาวุธมีคม บริเวณพงหญ้าข้างทางเข้าชุมชน ย่านบางแค หลังได้รับแจ้งว่าพบกลุ่มนักเรียนช่างกลไม่ทราบสถาบัน นำมาซ่อนไว้ เพื่อใช้ก่อเหตุทำร้ายคู่อริ

ตำรวจ สน.เพชรเกษม พร้อมเจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด นำกำลังเข้าตรวจสอบ บริเวณพงหญ้าข้างทางเข้าซอยชุมชนโค้งวีเหลี่ยม ถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าเพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ หลังได้รับแจ้งพบวัตถุระเบิดและอาวุธมีดจำนวนมาก

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นถนนทางเข้าชุมชน ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว ตรวจสอบโดยรอบพบมีดดาบ มีดดายหญ้า และมีดหัวตัด ความยาวไม่น้อยกว่า 1.5 ฟุต รวม 15 เล่ม นอกจากนี้ ยังมีระเบิดแสวงเครื่องแบบผลิตเอง คล้ายระเบิดปิงปองพันด้วยเทปกาวสีดำ ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายสีแดง อีก จำนวน 5 ลูก เจ้าหน้าที่จึงเร่งเก็บกู้ ทำการตรวจยึดเพื่อส่งไปทำลายได้อย่างปลอดภัย

ด้าน พันตำรวจเอกพงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 กล่าวว่า การตรวจยึดวัตถุระเบิดและอาวุธมีดจำนวนมากในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการข่าวของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจ สน.เพชรเกษม ที่ร่วมกับโรงพักข้างเคียงคอยวางแผนสกัดกั้นเหตุนักเรียนช่างกลทะเลาะวิวาทกัน โดยนำกำลังไปกดดันตามจุดเสี่ยงพื้นที่ต่างๆ ทำให้บรรดานักเรียนเหล่านี้ต้องหาสถานที่เก็บอาวุธ ซึ่งอาจนำมาใช้ในการก่อเหตุได้ กระทั่งมีสายข่าวรายงานว่า พบกลุ่มเด็กช่างกลยังไม่ทราบสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันแวะเข้ามาในซอย เพื่อทิ้งสิ่งของบางอย่างตามข้างทาง จากนั้นนักเรียนทั้งหมดก็พากันขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ยังกล่าวอีกว่า ทันทีที่ได้รับแจ้ง ได้สั่งการให้สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหาร เข้ามาตรวจสอบและยึดระเบิดกับมีดดาบทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งในส่วนของระเบิดนั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดผลิตเอง มีอานุภาพทำลายล้างไม่มาก แต่เพื่อความปลอดภัยได้ประสานให้อีโอดีนำไปตรวจสอบและทำลายทิ้ง จากนั้นฝ่ายสืบสวนจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวนักเรียนกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ย้อนรอยคดีฉาว ‘เณรคำ’ สะเทือนวงการสงฆ์ ก่อนถูกตัดสินจำคุก 114 ปี

ย้อนรอยคดีฉาว ‘เณรคำ’ สะเทือนวงการสงฆ์ ก่อนถูกตัดสินจำคุก 114 ปี

ย้อนกลับไปในปี 2556 ชื่อของอดีตพระเณรคำ ฉัตติโก หรือ นายวิรพล สุขผล แห่งวัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ได้กลายเป็นประเด็นฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ของไทย ภายหลังถูกเปิดโปงพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำตัวไฮโซ อวดอภินิหาร ฉ้อโกงเงินบริจาค และมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาว กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ผนึกกำลังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ตรวจสอบเอาผิด

โดยจากประวัตินายวิรพล สมัยเป็น “เณรคำ” ผู้ยิ่งใหญ่ พบว่าเต็มไปด้วยเรื่องฉาวมากมาย ตั้งแต่การมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กสาววัย 14 ปี ถึงขั้นมีลูกด้วยกัน 1 คน, มีสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาวถึง 8 ราย โดยมีหลักฐานเด็ด เป็นภาพหลุดที่นอนอยู่กับหญิงสาว จนมาถึงพฤติกรรมอวดอุตริ ออกหนังสือ “ชาติหน้าไม่ขอเกิด” และ “นิพพานมีจริง” สร้างความงมงาย, หลอกลวงเอาเงินบริจาคมหาศาล ถึงขั้นผุดโครงการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง องค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่พบการขออนุญาตจากกรมศิลปากร แถมยังนำเงินที่ได้รับบริจาคจำนวนมาก ไปซื้อรถหรู, แจกจ่ายถวายพระผู้ใหญ่ และนำไปก่อสร้างบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง ในจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆถึง 41 บัญชี และทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ บ้าน 2 หลัง พร้อมรถหรูราคาแพงอีกหลายสิบคัน รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

จากหลักฐานทั้งหมดนี้ ทำให้คณะสงฆ์ มีมติให้นายวิรพล พ้นจากความเป็นพระ ตามด้วยคำสั่งอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก และสำนวนสั่งฟ้องของดีเอสไอ ในหลายข้อหา ตั้งแต่ พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี, กระทำชำเราเด็กหญิง, ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ขณะที่นายวิรพล ได้หลบหนีไปเริ่มชีวิตใหม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “พระวิมุติญาณ” กบดานที่วัดป่าขันติบารมี เมืองซานติเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีภาพทำกิจนิมนต์อย่างพระสงฆ์ ปรากฏในโลกออนไลน์ต่อเนื่อง
ต่อมา 22 กรกฎาคม 2559 ก็ปรากฏข่าวใหญ่ เมื่อทางการสหรัฐฯ จับกุมนายวิรพล ได้ที่ย่านริเวอร์ไซด์ อิส ลอสแอนเจลิส

จากนั้น 15 กรกฎาคม 2560 ศาลชั้นต้นแคลิฟอร์เนีย ได้มีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพล กลับมาดำเนินคดีที่ไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ต่อมา 19 กรกฎาคม นายวิรพล ถูกควบคุมตัวถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งถือเป็นการปิดฉากการติดตามตัวถึง 4 ปี ก่อนเจ้าตัวจะถูกพาไปสอบสวน จนกระทั่งวานนี้ ศาลอาญา ได้ตัดสินจำคุกนายวิรพล เป็นเวลา 114 ปี โดยจำคุกจริงตามกฎหมาย 20 ปี

เปิดกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย คาดดัชนีแกว่งตัว 1,715–1,730 จุด

นักวิเคราะห์มอง ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัว 1,715 – 1,730 จุด ชี้ แรงซื้อดักงบและปันผล 2Q18  จะช่วยพยุงดัชนีในจังหวะอ่อนตัวได้

บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (10 ส.ค.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีมุมมองเป็นกลาง คาดดัชนีแกว่งตัว 1,715 – 1,730 จุด จากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามความกังวล Demand ที่ลดลงจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่รุนแรงมากขึ้นหลังจีนตอบโต้สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษี 25% สินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังต้องระวังการปรับน้ำหนักหุ้น A-Shares ของจีนเข้าคำนวณดัชนีในเฟส 2 ของ MSCI ที่จะมีผลสิ้นเดือนส.ค. ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทิศทางการลงทุนในช่วงถัดไป อย่างไรก็ตามแรงซื้อดักงบและปันผล 2Q18 รวมถึงแรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่องโดยเป็น Net Buy 9 วันติดต่อกันราว 1.3 หมื่นลบ. จะช่วยพยุงดัชนีในจังหวะอ่อนตัวได้

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q18 เติบโต BANPU, SVI และ EPG กลุ่มอาหาร (CPF, TU) และอิเล็คทรอนิกส์ (HANA, KCE, SVI) ได้อานิสงส์เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าซึ่งหนุนต่อผลประกอบการ 3Q18 กลุ่มธนาคาร (BBL, KKP) ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในครึ่งปีหลัง