รองผู้การฯตรังร่วมตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ พบผู้นำศาสนาที่มัสยิด ตรวจสถานที่เกิดเหตุหาหลักฐานคดีฆ่า ‘น้าชายบ่าววี’
จากกรณีคนร้ายประกบยิงนายดรุณ ฤทธิ์หมุน อายุ 57 ปี อาชีพขายเนื้อวัว อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จนเสียชีวิต ซึ่งผู้ตายเป็นน้าชายของนักร้องลูกทุ่งเพื่อชีวิตชื่อดัง “บ่าววี ” เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา บนถนนสายกะช่อง-โคกทราย หมู่ที่ 6 ตำบลโพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยมีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกนิรภัย ได้ขับขี่รถมาประกบแล้วชักอาวุธปืนยิงใส่นายดรุณ จำนวนทั้งหมด 4 นัด จนเสียชีวิตดังกล่าว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และ พ.ต.อ.สันทัด วินสน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี รวมทั้งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และ พ.ต.ท.เจษฎา แสงมณี สารวัตรใหญ่ สภ.บ้านในควน เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง เริ่มจากมัสยิดบ้านโคกทรายเหนือ จุดที่ผู้ตายไปประกอบพิธีละหมาด โดยได้พบปะกับประชาชนและผู้นำศาสนา เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนขวัญให้ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะเหตุเกิดหลังจากที่ผู้ตายเดินทางกลับออกจากมัสยิด เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพัก ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตรเท่านั้น
ทั้งนี้ นายพนัส ฤทธิ์หมุน พี่ชายของผู้ตายซึ่งขับรถผ่านไปพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จอดแวะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ โดยกล่าวแสดงความรู้สึกวิตกกังวลกับคดีที่เกิดขึ้น เพราะตนเองได้เสียหลานชาย (ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตาย) จากการถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธสงครามจนเสียชีวิต เมื่อต้นปี 2559 และต้องมาสูญเสียน้องชายจากการถูกคนร้ายประกบยิงจนเสียชีวิตอีก เกรงว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมคนร้ายไม่ได้ ทางด้านเจ้าหน้าที่กล่าวให้ความมั่นใจว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่มาร่วมคลี่คลายคดีแล้ว เชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้แน่นอน

จากนั้นคณะของรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ก็ได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ ตรวจจุดที่คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงนายดรุณ ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ต.ช่อง อ.นาโยง เพื่อย้อนรอยสำรวจเส้นทาง และบริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ใช้ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นๆ ในการติดตามคนร้ายต่อไป
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามกว่า 15 นาย ลงพื้นที่เกิดเหตุเป็นวันที่ 2 หากล้องวงจรปิดทุกเส้นทาง โดยดูกล้องวงจรปิดทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ช่วงกลางวันและกลางคืน ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อหาผู้ต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบลงพื้นที่ทั้งวัน ก่อนที่จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดทุที่ได้มาเปิด เพื่อหาบุคคลต้องสงสัยและคนร้ายที่ก่อเหตุ

