แจ้งเลื่อนปิดจราจร ถ.ติวานนท์ สร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู 13 ส.ค.นี้

เลื่อนปิดจราจร ถ.ติวานนท์31-แยกสนามบินน้ำ 1 ช่องทาง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี เป็น 13 ส.ค. นี้ เพื่อลดปัญหาจราจร

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี มีความจำเป็นต้องขยายตัวกั้นถนน (Barrier) เพื่อปิดช่องจราจร 1 ช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) ฝั่งขาออก มุ่งหน้าปากเกร็ด ตลอด 24 ชั่วโมง บนถนนติวานนท์ จาก บริเวณซอยติวานนท์ 31 ถึง บริเวณแยกสนามบินน้ำ เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบการจราจร ทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี ร่วมกับสถานีตำรวจท้องที่ มีความจำเป็นต้องเลื่อนการปิดช่องจราจร 1 ช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) ฝั่งขาเข้าและขาออก บริเวณโรงเรียนกรมชลประทานสงเคราะห์ ถึง บริเวณแยกกรมชลประทาน จากเดิมวันที่ 8 สิงหาคม 2561 เป็น วันที่ 13 สิงหาคม 2561 ต้องขออภัยในความไม่สะดวก และฝากผู้ใช้ทางชะลอความเร็วก่อนถึงพื้นที่ดำเนินงาน

หนุ่มควักปืนปลอม จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ หาเงินเล่นเกมออนไลน์

หนุ่มติดเกม ควักปืนปลอม จี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ หาเงินเล่นเกมออนไลน์

วันนี้(9 ส.ค.) พ.ต.อ.เอนก พงษ์สวัสดิ์ ผกก. พ.ต.ท.คนาวิทย์ ถานะวุฒิพงศ์ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.มาโนช บุญส่ง สว.สส. สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ควบคุมตัว นายภควุฒิ พิชัยรัตน์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมเข้าไปชิงเงินสด ภายใน ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดเทศบาลบางปะหัน ม.2 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น.ของวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา

โดยนายภควุฒิ พิชัยรัตน์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหา ได้ขับขี่รถจยย.มาจอดบริเวณซอยใกล้กับร้านสะดวกซื้อ สวมเสื้อแขนยาวแบบมีฮูดคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า แล้วเดินเข้ามาดูลาดเลาก่อน ทำทีเดินซื้อเลือกสินค้าภายในร้าน พอเห็นว่าภายในร้านไม่ลูกค้า จึงเดินเข้าไป ที่เคาน์เตอร์ ส่งสินค้าให้กับ น.ส.ทัดดาว ปีจัตุรัส อายุ 20 ปี พนักงานของร้านสะดวกซื้อ ได้เปิดลิ้นชักเพื่อเก็บเงิน นายภควุฒิ ได้ใช้อาวุธปืนปลอมสีดำ จี้บังคับ หยิบเอาเงินในลิ้นชักไป จำนวน 2,750 บาท แล้วได้วิ่งหลบหนี ขี่รถจยย.หลบหนีไป

นายภควุฒิ ให้การรับสารภาพตนเองทำงานอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ใน อ.บางปะหัน ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์มาก และต้องการเงินไปเติมและเล่นเกมส์ออนไลน์ จึงได้คิดหาเงินด้วยวิธีการหาปืนปลอมเข้าไปจีชิงเงินในร้านสะดวกซื้อ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบพยานแวดล้อม นำภาพถ่ายไปแสวงหาข้อมูลจนสามารถสืบทราบได้ว่าผู้ก่อเหตุคือนายภควุฒิ จึงนำพยานหลักฐาน ขอหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 336/2561 ลง 8 ส.ค. 2561 ติดตามไปจับกุมได้ที่ห้องพัก ใช้เวลาเพียง12 ชั่วโมงสามรรถจับกุมตัวได้

คุมตัว ‘บ่าว’ ทำแผนฯที่เขาชีจรรย์ คดียิงน้องสปาย-ฟอส

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดียิง น้องสปายและน้องฟอส เสียชีวิต หน้าเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังยอมรับใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน แลกกับเงินค่าจ้าง 5 หมื่นบาท

ตำรวจนำโดย พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทจิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 คุมตัวนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืนที่ร่วมยิงนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จำลองเหตุการณ์ตามจุดต่างๆ

จุดแรกเริ่มที่ลานจอดรถ หน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลังสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงใส่ผู้ตายทั้งสองคน โดยได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 5 หมื่นบาท ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องชู้สาว
โดยนายบ่าว ได้นำชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่ผู้ตายและกลุ่มเพื่อน ขับรถมาจอดตรงจุดเกิดเหตุ จากนั้นนายกฤษณะ สีสุข หรือมด ขับรถฮอนด้าซีอาร์วีเข้ามาจอด หลังรถยนต์คันของผู้เสียชีวิต โดยมีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน และนายณรงค์ นั่งมาด้วย

ซึ่งจากคำรับสารภาพของนายบ่าว เบื้องต้นระบุว่า ขณะนั้นเสี่ยอ้วน เห็นน้องสปาย เดินจูงมือมากับน้องฟอส จึงได้ตะโกนเรียก แต่น้องสปายไม่หัน เสี่ยอ้วนโมโหมาก จึงได้ถือปืน 2 กระบอก ลงไปยิงน้องสปายทันที ขณะน้องฟอสพยายามวิ่งหนี แต่ถูกเสี่ยอ้วนยิงกลางหลัง 1 นัด ก่อนที่นายบ่าว จะใช้อาวุธปืนตามกระหน่ำยิงทั้งคู่อีกหลายนัด เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว จากนั้นทีมสังหารทั้งหมดได้นำอาวุธปืนไปทิ้งที่ข้างทางรถไฟใกล้ สถานีตำรวจภูธร ภูตาหลวงและแยกย้ายหลบหนี

โดยหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายบ่าว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามจุดอื่นอย่างละเอียด ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา

สำหรับคดีนี้ ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้แล้ว 5 ราย เหลือเพียงตัวบงการคือเสี่ยอ้วน ที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน