EU ขู่ลงโทษบริษัท คว่ำบาตรอิหร่านตามสหรัฐฯ

“อียู” เผยหากบริษัทใดในอียูคว่ำบาตรอิหร่านตามสหรัฐฯ จะถูกลงโทษด้วยการถูกคว่ำบาตรจากอียูเอ

นางนาตาลี ทอซซี ผู้ช่วยของนางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงสหภาพยุโรป ด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง เปิดเผยกับสถานีวิทยุบีบีซีว่า หากบริษัทยุโรปบริษัทใดหยุดทำธุรกิจกับอิหร่าน หลังจากสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง ก็จะถูกคว่ำบาตรโดยสหภาพยุโรป หรือ อียู เอง

นางทอซซี ระบุว่าเพิ่มเติมว่า มาตรการของอียูที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการปกป้องบริษัทในอียูเอง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณและดำเนินนโยบายทางการทูต เพื่อให้อิหร่านรับทราบว่า อียูจริงจังต่อกรณีนี้ เพื่อยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ซึ่งอิหร่านลงนามร่วมกับ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ สหรัฐฯ เยอรมนี และสหภาพยุโรป โดยอิหร่านตกลงจะจำกัดปริมาณการสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แลกกับการที่สหประชาชาติ สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ใช้ต่ออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม หลังจากสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน สหภาพยุโรปก็แสดงท่าทีตรงข้ามมาโดยตลอด และสหรัฐฯ ก็กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อล่วงเข้าวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการคว่ำบาตรอิหร่าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ การค้าทองคำ และอุตสาหกรรมโลหะต่างๆ

สหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะปิดกั้นการค้าระหว่างอิหร่านกับนานาชาติ และทำให้อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันไปยังนานาชาติได้เลย

สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์ รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ระบุว่า คู่ค้าอันดับ 1 ของอิหร่านคือ จีน ร้อยละ 19.5 อันดับ 2 คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร้อยละ 16.8 และอันดับ 3 คือ อียู ร้อยละ 16.3

สีกาปริศนา บุกกุฏิพระสงฆ์ยามวิกาล ขู่เอาเงินหากขัดขืนจะถูกถ่ายคลิปแบล็คเมล์

พระสงฆ์ เตือนพฤติกรรมสีกาปริศนา บุกกุฏิยามวิกาล อ้างญาติเสียชีวิต ต้องการเงินเดินทางกลับบ้าน ขู่หากขัดขืน จะถูกถ่ายคลิปแบล็คเมล์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงสาวรายหนึ่ง บุกขึ้นกุฏิวัดราชาธิวาส ราชวรวิหาร หรือ วัดราชาธิวาสวิหาร แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในช่วงกลางดึก แล้วไปขอเงินจากพระภิกษุ หรือผู้ที่อยู่ในกุฏิ โดยอ้างว่า มีญาติเสียชีวิต ต้องการเงินเดินทางกลับบ้าน และหากขัดขืน จะถ่ายคลิปเพื่อให้ตกเป็นจำเลยสังคม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สำหรับคลิปนี้ ถูกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของ พระครูปลัดกวีวัฒน์ ธีรวิทย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส โดยมีการอธิบายว่า หญิงรายนี้ ตระเวนไปตามกุฏิ โดยใช้วิธีสังเกตห้องที่เปิดไฟ แต่เคราะห์ดีที่ลูกศิษย์วัดไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไป พร้อมกันนี้ ขอให้แต่ละวัด หาวิธีป้องกันจากพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะหากมีภาพถ่าย หรือคลิปหลุดไปในโลกออนไลน์ พระภิกษุจะตกเป็นจำเลยของสังคมอย่างง่ายดาย

ภายหลังเกิดเหตุขึ้นทาง พระครูปลัดกวีวัฒน์ ธีรวิทย์ ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสน เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ามีสีกามาหาพระในยามวิกาล โดยยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี

ด้าน พระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร เปิดเผยว่า จากการสอบลูกศิษย์ ทราบว่า หญิงรายนี้ เคยมาที่วัด 3 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ เป็นช่วงกลางวัน ขณะที่ลักษณะภายนอกนั้น แต่งตัวดี พูดจาไพเราะ ไม่มีท่าทีเป็นคนวิกลจริต หรือมึนเมา โดยจะพูดขอเงินกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เนื่องจากมีญาติเสียชีวิต แต่ไม่มีใครให้ กระทั่งมาก่อเหตุในยามวิกาล

สำหรับ วัดราชาธิวาสวิหาร เมื่อถึงเวลา 22.00 น. ประตูใหญ่ด้านหน้าจะปิด ส่วนภายในจะไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเหตุการณ์นี้ ถือเป็นครั้งแรก ทำให้ทางวัดต้องเพิ่มมาตรการสอดส่องดูแลความเรียบร้อย

เร่งล่า! หนุ่มกร่าง ขี่จักรยานยนต์ก่อกวน-ข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยมีดอีโต้

ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี เร่งล่าตัวหนุ่มกร่าง ขับจักรยานยนต์ก่อกวน และข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยมีดอีโต้

คลิปเหตุการณ์ขณะชายรายหนึ่ง มีปากเสียงกับผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น บนถนนชยางกูร จังหวัดอุบลราชธานี แล้วยังขี่จักรยานยนต์มาชนรถกระบะของนายปรัชญา สำอางอินทร์ อายุ 29 ปี จนรถตัวเองล้ม กระทั่งมีปากเสียงกัน พร้อมแสดงท่าทางกวนโทสะ ก่อนขว้างมีดอีโต้ใส่รถกระบะ แล้วรีบขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งนายปรัชญา ได้นำคลิปจากกล้องหน้ารถ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธร (สภ.)เมืองอุบลราชธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับหนุ่มรายนี้

ทั้งนี้ เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับ ร้อยตำรวจเอก สมพร เหล่าสิงห์ อายุ 59 ปี รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 อุบลราชธานี ระหว่างขับรถเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี เมื่อมีชายซึ่งคาดว่าจะเป็นคนเดียวกัน ขี่จักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กท 1405 อุดรธานี ลักษณะปาดซ้าย-ขวา น่าหวาดเสียว แล้วจอดรถขวางทาง ก่อนใช้มีดอีโต้ ฟันกระจกหน้า และด้านข้างรถจนเสียหาย ซึ่งทางร้อยตำรวจเอก สมพร ไม่ต้องการมีเรื่อง แม้จะพกปืนประจำกายมาด้วย จึงขับรถไปแจ้งตำรวจ ประจำป้อมยามตำบลขามใหญ่

ขณะที่ พันตำรวจเอก ทวี กิติวิริยกุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พร้อมส่งชุดสืบสวน นำหมายเรียกไปที่บ้านพัก ในหมู่บ้านทุ่งขามเหนือ ตำบลหัวเรือ เพื่อเชิญมาพบพนักงานสอบสวน แต่ไม่พบตัว จึงแจ้งญาติเพื่อติดต่อให้มารับทราบ 4 ข้อหา ได้แก่ ขับรถประมาทฯ, พาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ, ทำให้เสียทรัพย์ และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หนุ่มกร่างรายนี้ เคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านถนนชยางกูร ซึ่งหลังก่อเหตุ และถูกติดตามตัว ได้ลาออกจากงาน พร้อมหลบหนีไปจังหวัดเพชรบุรี