สะเทือนใจ ตร.-ทหาร บุกจับชายคนหนึ่งต่อหน้าลูกในโรงเรียน

หนุ่มในคลิปสะเทือนใจถูกตำรวจ-ทหารบุกจับกลางโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่เปิดใจ ถูกกระทำเพราะอดีตภรรยาไม่อยากให้เข้าใกล้ลูกหลังหย่าร้างกันมากว่า 5 ปี

วันนี้ (8 ส.ค. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ เรารักพัทยา ได้มีการโพสต์ภาพสุดสะเทือนใจ นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าควบคุมตัวคนหนึ่งขณะกำลังนั่งทานข้าวกลางวันอยู่กับลูกภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งต่อหน้าเด็กนักเรียนและผู้คนจำนวนมาก ทราบชื่อชายคนดังกล่าวต่อมาคือ นายธารา เวลาแจ้ง อายุ 35 ปี

โดยจากการสอบสวนนายธารา ได้ความว่า สาเหตุที่เขาถูกจับกุมในครั้งเป็นเพราะฝ่ายอดีตภรรยาที่เคยอยู่กินกันมาไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ลูก หลังหย่าร้างกันมากว่า 5 ปี และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์ครอบครองลูก ซึ่งตลอดระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ตนเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด ทำให้ฝั่งภรรยาไม่พอใจตลอด เวลาที่ตนเป็นคนดูแลลูก ทุกครั้งที่เขามาเอาลูกไป จะเอาทหาร ตำรวจ รถตู้มาข่มขู่และเอาลูกไป ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง

ทั้งนี้ทราบต่อมาว่า ฝั่งอดีตภรรยาได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมประมาณว่า ตนเองมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว

อย่างไรก็ดีหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติด และอาวุธปืน แต่ไม่พบเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวกลับจากนั้นตนได้เดินทางมาตรวจร่างกาย เพื่อเป็นหลักฐานในการร้องทุกข์ว่า ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บต่อไป

สดร.ชวนชม ‘ฝนดาวตกวันแม่’ ในคืน 12 ส.ค. หากฟ้าใสไร้ฝนชมตาเปล่าได้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนคนไทยลุ้นชมฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ หรือ “ฝนดาวตกวันแม่” หลังเที่ยงคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2561

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ในคืนวันที่ 12-13 สิงหาคม 2561 นี้  จะเกิดปรากฏการณ์ “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “ฝนดาวตกวันแม่” คาดว่าปีนี้มีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 110 ดวงต่อชั่วโมง มีศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวเพอร์เซอัส สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 12 สิงหาคม 2561 เวลา 03.00 น. จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2561

คืนดังกล่าวยังตรงกับดวงจันทร์ขึ้น 1 ค่ำ ส่งผลให้ท้องฟ้าไร้แสงจันทร์รบกวน เหมาะสำหรับการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเป็นอย่างยิ่ง หากฟ้าใสปลอดเมฆ สามารถดูด้วยตาเปล่าได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย และควรเลือกสถานที่ที่โล่งแจ้ง ท้องฟ้ามืดสนิทปราศจากแสงไฟรบกวน จะสังเกตเห็นดาวตกที่มีความสว่างและสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมาก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยสังเกตการณ์ใดๆ สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า

การชมฝนดาวตกให้สบายที่สุดนั้นอาจใช้วิธีนอนรอชม หรือนั่งบนเก้าอี้ที่สามารถเอนนอนได้ ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในประเทศแถบซีกโลกเหนือ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่วงฤดูร้อน ส่วนในประเทศไทยตรงกับช่วงฤดูฝน จึงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสังเกตการณ์

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle)เหลือทิ้งไว้ในวงโคจรเมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้ เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ มีสีสันสวยงาม

สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม – 24 สิงหาคมของทุกปี โดยในช่วงประมาณวันที่ 12 -13 สิงหาคม จะเป็นช่วงที่เกิดฝนดาวตกมากที่สุด ชาวไทยนิยมเรียกฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ว่า “ฝนดาวตกวันแม่” เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และวันแม่แห่งชาติ

สำหรับผู้สนใจถ่ายภาพฝนดาวตก นายศุภฤกษ์แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ตามดาว และเลือกวิธีถ่ายภาพแบบต่อเนื่องหลายชั่วโมง เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์การกระจายตัวของดาวตกได้ นอกจากนี้ ควรใช้เลนส์มุมกว้าง ตั้งค่าความไวแสงสูง และเปิดรูรับแสงกว้างสุด เพื่อให้กล้องเก็บเส้นแสงของดาวตกได้ดีที่สุด นอกจากนี้ศูนย์กลางการกระจายอยู่ใกล้กับแนวทางช้างเผือก และวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก อาทิ กระจุกดาวคู่ และกาแล็กซีแอนโดรเมดา จึงเป็นคืนพิเศษสำหรับผู้ชื่นชอบถ่ายภาพดาราศาสตร์อีกด้วย

นายศุภฤกษ์ กล่าวปิดท้ายว่า เนื่องจากในช่วงนี้พื้นประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงฤดูฝน จึงต้องลุ้นกับสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ยกเว้นบริเวณภาคใต้ตอนล่างซึ่งฝนตกค่อนข้างน้อย จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับของชาวใต้ที่จะได้ชื่นชมความสวยงามของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น สำหรับการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์นั้นต้องรอถึงช่วงหลังเที่ยงคืน

อย่างไรก็ตามในช่วงหัวค่ำยังมีดาวเคราะห์ที่น่าสนใจให้ชมกันมากมาย ทั้งดาวศุกร์ที่สุกสว่างทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ ดาวอังคารสีส้มแดงสว่างชัดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงอยู่ในช่วงใกล้โลก ดาวเสาร์ และดาวพฤหัสบดี สดร. จึงจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงค่ำให้คนไทยชมวัตถุท้องฟ้าอย่างเต็มอิ่ม เพื่อรอชมฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ในคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 18:00 – 24:00 น. ดังนี้

1) นครราชสีมา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา โทร. 086-4291489
2) ฉะเชิงเทรา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา โทร. 084-0882264
3) สงขลา : ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา จ.สงขลา โทร. 095-1450411
เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/NARITpage

คาดน้ำไหลเข้าพื้นที่เมืองเพชรบุรี 12 ส.ค. นี้ ท่วมนาน 7-10 วัน

อธิบดีกรมชลประทาน คาดน้ำไหลเข้าพื้นที่เมืองเพชรบุรี 12 ส.ค. นี้ ท่วมนาน 7-10 วัน

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เผยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ว่า ปริมาณน้ำที่ล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน ยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนมากนัก แต่ส่งผลกระทบกับรีสอร์ทริมตลิ่งแล้ว โดยช่วงเช้าที่ผ่านมามีการลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว

ส่วนเขื่อนเพชร ปริมาณน้ำผันใต้เขื่อนมีการผันน้ำ 95 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ อ.บ้านลาด อ.ท่ายาง และ อ.เมืองเพชรบุรี ยืนยันว่าพื้นที่ อ.เมือง ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะได้รับผลกระทบจริงในวันที่ 12 ส.ค. นี้ เนื่องจากช่วงนั้นปริมาณน้ำที่ผ่านเขื่อนเพชร อยู่ที่ 150-160 ลบ.ม./วินาที ที่จะส่งผลกระทบใน อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม ที่มีระดับน้ำ 20-50 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมการป้องกันแล้ว

ทั้งนี้ ระดับน้ำที่จะเข้า อ.เมืองเพชรบุรี จะมีปริมาณตั้งแต่ 30-50 เซนติเมตร และท่วมนาน 7-10 วัน ยืนยันว่า ไม่ท่วมนานเป็นเดือนตามกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ เพราะอ้างอิงจากสถานการณ์น้ำในปีที่ผ่านมา ที่มีน้ำผ่านเขื่อนเพชร อยู่ที่ 350 ลบ.ม./วินาที ที่มีการท่วมในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี เพียง 3-5 วัน ที่จะสามารถนำมาชี้วัดได้ ส่วนบริเวณคลองดี 9 เขื่อนเพชร ได้ทำการขุดลอกขยายคลองเพื่อให้สามารถรับปริมาณมวลน้ำได้ปริมาณ 35 ลบ.ม./วินาที ที่จะสามารถตัดตอนน้ำเข้าสู่เพชรบุรีได้

อีกทั้งการพร่องน้ำและการขยายน้ำ จะช่วยชะลอน้ำได้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนตัดเข้าสู่คลองซ้ายและขวา และคลองระบาย ซึ่งจะทำให้น้ำผ่านเขื่อนเพชรน้อยลง ทั้งนี้ บริเวณ อ.บ้านแหลม ที่เป็นจุดผลักดันน้ำ คาดว่าน้ำจะท่วมนานกว่า 1 เดือน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ติดกับทางออก และตัวเร่งสำคัญที่สุดที่จะลดระยะเวลาน้ำท่วมในพื้นที่ คือการผลักดันน้ำ พร้อมกับมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้วขณะนี้กว่า 40 เครื่อง และขณะนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ซึ่งจะช่วยเป็นการลดระยะเวลาน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่ง