สายเคเบิ้ลไฟฟ้าใต้ทะเลมีปัญหา ไฟดับกระทบท่องเที่ยวเกาะสมุย

สายเคเบิ้ลไฟฟ้าใต้ทะเลมีปัญหาไฟดับกระทบท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน แนะให้ช่วยกันประหยัดไฟฟ้าในช่วงนี้

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 จากกรณีที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านเคเบิ้ลใต้ทะเลในระบบ 115 KV (กิโลวัตต์) วงจรที่ 3 มายังสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 2 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟบนเกาะสมุยและเกาะพะงัน ทำให้กระแสไฟฟ้าดับพื้นที่ตำบลแม่น้ำบางส่วน และตำบลบ่อผุด ของเกาะสมุย รวมถึงพื้นที่เกาะพะงัน

ในเรื่องนี้นายนพชาติ โปสกนิษฐกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่าถึงปัญหานี้ว่า ขณะนี้สายเคเบิ้ลไฟฟ้าใต้ทะเลวงจรที่ 1 และ 2 ในระบบขนาด 115 KV (กิโลวัตต์) ได้เกิดปัญหาหนึ่งเส้นทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าจาก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ามายังสถานจ่ายกระแสไฟฟ้าเกาะสมุย 2 ตำบลแม่น้ำ ได้ จึงทำให้กระแสไฟฟ้าหายไปจากระบบขนาด 115 KV (กิโลวัตต์ ) จึงเหลือสายเคเบิ้ลที่จ่ายกระแสไฟฟ้าได้เพียงหนึ่งเส้นขนาด 115 KV (กิโลวัตต์ ) มายังสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าบ้านพังกา ทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าบนเกาะสมุย และเกาะพะงันได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ

ล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเกาะสมุย ได้นำเครื่องจักรเข้าขุดหาสาเหตุบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างสายเคเบิ้ลใต้ทะเลมายังสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้า 2 ตำบลแม่น้ำ และบริเวณสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็ยังไม่พบสาเหตุ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาจึงได้ทดลองจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านสายเคเบิ้ลใต้ทะเลสำรองขนาด 33 KV (กิโลวัตต์ ) จำนวน 2 เส้นมายังเกาะสมุย เพื่อเป็นการชดเชยกระแสไฟฟ้าที่ขัดข้อง

แต่กระแสไฟก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเกาะสมุย จึงต้องสลับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ตำบลแม่น้ำบางส่วน และพื้นที่ตำบลบ่อผุด โดยมีการสลับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และได้ประสานขอสนับสนุนรถโมบายผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวน 8 คัน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าชดเชยเข้าระบบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

เรื่องนี้นายนพชาติ โปสกนิษฐกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเกาะสมุย ได้กล่าวขอโทษกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอเกาะสมุย ได้เพิ่มการจ่ายกระแสไฟฟ้าเคเบิ้ลใต้ทะเลสำรองผ่านระบบ 33 KV (กิโลวัตต์ ) จำนวน 2 เส้น เพื่อให้กระทบต่อผู้ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยที่สุด เพื่อเป็นการแก้ปัญหากระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอจึงขอให้ทางผู้ประกอบการโรงแรมที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เดินเครื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ไฟรายย่อย และขอให้ช่วยกันประหยัดไฟฟ้าในช่วงนี้

กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ – กทม.ฝนตก 70%

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

วันนี้ 8 ส.ค.61 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2561

ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ผุด! โครงการพี่วินตาสับปะรด แจ้งจับรถจักรยานยนต์ทำผิดกฎจราจร

ตั้งเครือข่าย “จักรยานยนต์รับจ้างตาสับปะรดเขตตลิ่งชัน” เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการสำรวจตรวจสอบปัญหาการฝ่าฝืนกฎจราจร การขับขี่บนทางเท้า และยาเสพติด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา

วานนี้ (7 สิงหาคม 2561) ที่ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และคณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ประกอบด้วย พ.อ.กิตติภพ เธียรสิริวงษ์ เสนาธิการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองพลทหารราบที่ 9, พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน, ว่าที่ ร.ต.สวิทย์ ทองกลอง หัวหน้างานกิจการพิเศษ สำนักงานเขตตลิ่งชัน และนายสมหวัง ทองขาว ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 แถลงข่าวเปิดโครงการจักรยานยนต์รับจ้างตาสับปะรด เขตตลิ่งชัน

เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบปัญหาการฝ่าฝืนกฎจราจร การขับขี่บนทางเท้า และปัญหายาเสพติดให้โทษ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน โดยมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะทุกคนจากทุกวินที่มีที่ตั้งวินอยู่ในท้องที่ความรับผิดชอบของ สน.ตลิ่งชัน เข้าร่วมเป็นเครือข่ายฯ

นอกจากนี้ ได้บูรณาการกับโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เพื่อนำร่องในการจัดให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาได้มีโอกาสในการเรียนรู้วินัยเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้จัดทำโครงการจักรยานยนต์รับจ้างตาสับปะรดเขตตลิ่งชัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาในการสอดส่องเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎจราจร การจอดรถและขับขี่บนทางเท้าและปัญหายาเสพติดให้โทษ

อีกทั้งยังเสริมสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบต่อสังคมสาธารณะและชุมชน โดยริเริ่มนำร่องในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในท้องที่ความรับผิดชอบของ สน.ตลิ่งชัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนวินในพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 50 วิน และมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะทั้งสิ้นจำนวน 821 คน

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ คณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ประกอบด้วย สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2, สำนักงานเขตตลิ่งชัน, กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำเขตตลิ่งชัน สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน และโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชันให้เข้ามาเป็นจิตอาสาในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎจราจร การจอดรถบนทางเท้าและการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ โดยได้จัดตั้งไลน์กลุ่ม “พี่วินตาสับปะรด” เพื่อเป็นกลุ่มสำหรับประสานแจ้งปัญหาที่พบในพื้นที่

โดยระบุสภาพปัญหา วันเวลาและสถานที่หรือพิกัดที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว และส่วนที่สอง เป็นการให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาให้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้องและปลอดภัย โดยบูรณาการกับโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ