กองทัพยัน พร้อมระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพิ่ม ช่วยชาวเพชรบุรี

กองทัพยัน พร้อมระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพิ่ม ช่วยชาวเพชรบุรี สนับสนุนการบริหารวิกฤตน้ำเขื่อนแก่งประจาน

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการด่วน ให้ทุกเหล่าทัพจัดกำลังพลและเครื่องมือช่าง ระดมเข้าไปช่วยสนับสนุนการแก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบของการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน

ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทัพไทยโดยทุกเหล่าทัพในพื้นที่ ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือช่าง เร่งเข้าไปเสริมและสนับสนุนการทำงานของ กรมชลประทานและส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่ ร่วมป้องกันและแก้ปัญหาในพื้นที่เสี่ยง ด้วยการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ อ.ท่ายาง, การติดตั้งระบบสูบนำ้บริเวณเขื่อนแก่งกระจาน, การติดตั้งเรือผลักดันนำ้ จำนวน 20 ลำ เร่งระบายนำ้ในแม่นำ้เพชรบุรี, การบรรจุกระสอบทรายจัดทำแนวป้องกันน้ำและเสริมความมั่นคงพนังกั้นนำ้ตามแนวตลิ่งในพื้นที่ อ.เมือง

รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือเพิ่มเติมให้ทันต่อสถานการณ์

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน! ไม่เคยแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่เคยแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระใด ๆ ระบุกรณี สนช. เสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ศ.2560 เป็นเรื่องของการคัดสรรผู้ตรวจการเลือกตั้งให้มีความเหมาะสม

วันนี้ (7 ส.ค.61) เวลา 13.10 น. ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวนหนึ่งต้องการที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ศ.2560 เกี่ยวกับประเด็นทีว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า

เป็นเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้ กกต.ใหม่และ กกต. เก่า ได้ร่วมมือในการที่จะดำเนินการคัดสรรผู้ตรวจการดังกล่าวให้เกิดความเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระใด ๆ ทั้งสิ้น วันนี้ต้องให้เกียรติกับ กกต. ใหม่ด้วยเพราะเป็นผู้ที่จะต้องทำงานต่อไป

ขณะที่ กกต.ชุดเก่าก็จะมีการส่งมอบหน้าที่ เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ กกต. ทั้งสองคณะได้มีการหารือร่วมกันเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงจำนวนมาก แม้จะมีความตกลงการจัดหาแรงงานจาก 4 ประเทศก็ยังมีปัญหาอยู่ เนื่องจากคนไม่ยากทำงานดังกล่าวเพราะงานหนัก เพราะฉะนั้นต้องหาทางออกให้ดีว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยรัฐบาลต้องดำเนินการทุกมาตรการอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์โดยรวม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ขอบคุณข้อมูลจาก กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

กระทรวงสาธารณสุข กำชับโรงพยาบาลเตรียมรับมือน้ำท่วม ทำแผนจัดบริการไม่ให้กระทบประชาชน

กระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ กำชับจังหวัดเสี่ยงเกิดอุทกภัย จัดระบบเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (7 สิงหาคม 2561) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation center :EOC) กรณีอุทกภัยและดินโคลนถล่ม และประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ กับผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับอุทกภัยและแผนการจัดบริการประชาชน

นพ.โอภาส กล่าวว่า ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนและสถานบริการในสังกัดในพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยที่ตั้งอยู่ในที่ลุ่ม ริมแม่น้ำ พื้นที่ใกล้เขื่อน ได้กำชับให้จัดระบบเฝ้าระวัง น้ำจากฝนตกหนัก น้ำจากเขื่อน ลุ่มแม่น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ ลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี น้ำจากเขื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรี สกลนคร ประจวบคีรีขันธ์และอุบลราชธานี รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงประสบภัยน้ำท่วม เช่น อำนาจเจริญ นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ บึงกาฬ

ในส่วนของสถานบริการ ให้เฝ้าระวังไม่ให้มีผลกระทบกับการบริการประชาชน โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต้องป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะหากน้ำท่วมจะกระทบกับประชาชนมาก ขณะนี้มีสถานบริการได้รับผลกระทบ 2แห่งเป็น รพ.สต.ในจังหวัดเพชรบุรี คงให้บริการได้ตามปกติ ในส่วนเฝ้าประชาชน ที่ได้รับผลกระทบได้ให้ส่งทีมหมอครอบครัวและ อสม. ออกเยี่ยมบ้านสำรวจและดูแลกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด ให้การดูแลต่อเนื่อง ไม่ให้ขาดยา นอกจากนี้ ยังได้เฝ้าระวังโรคป้องกันโรค อุบัติภัยที่มากับน้ำท่วม แนะนำให้ความรู้ในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการ จมน้ำ ไฟดูด โรคที่มากับน้ำท่วม เช่นโรคฉี่หนู

ผลการประชุมทางไกลนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ได้รายงานการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 5 ได้ไปอำนวยการและประสานการทำงานกับจังหวัดภายใต้การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นการป้องกันโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และโรงพยาบาลท่ายาง ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อน ได้เตรียมกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ ขนย้าย ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สิ่งของสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย เตรียมความพร้อมสาธารณูปโภคพื้นฐาน ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ออกซิเจน อาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้ป่วย สำรวจระบบสำรองไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ ให้พร้อมใช้งาน มีแผนการอพยพผู้ป่วย จัดระบบการส่งต่อผู้ป่วย สำรวจเส้นทางการขนย้าย เตรียมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการนอกโรงพยาบาล

“ขอให้โรงพยาบาลทุกแห่งทำแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ ต้องมีแผนป้องกัน แผนจัดบริการนอกสถานที่และแผนอพยพผู้ป่วย และหากโรงพยาบาลในพื้นที่ใดน้ำท่วมกระทบต่อการจัดบริการผู้ป่วย หรือเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ประชาชนเข้ารับบริการยากลำบาก ให้รายงานส่วนกลางทันที เพื่อจะได้ส่งทีมแพทย์ พร้อมยาเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สนับสนุนทันที ”นพ.โอภาสกล่าว

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด ผู้มีโรคประจำตัว เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามเรื่องโรคติดต่อต่างๆ ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422