คนรุมตำหนิ คุณแม่อีโก้สูง ทิ้งผ้ากันเปื้อนเพื่อนลูกลงถังขยะ เหตุติดไปกับกระเป๋า

วิจารณ์แซดคุณแม่นิสัยแย่ จับผ้ากันเปื้อนเพื่อนลูก ทิ้งลงถังขยะหลังติดไปกับกระเป๋าจากการที่ครูให้ฝึกเก็บของกันเอง  

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการเผยแพร่ภาพจากกรุ๊ปไลน์ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นอนุบาล  ที่เผยให้เห็นพฤติกรรมและความคิดของคุณแม่รายหนึ่งที่ไม่เข้าท่า ด้วยการทิ้งผ้ากันเปื้อนของเด็กคนอื่นลงถังขยะ หลังติดไปกับกระเป๋าของลูก จากการที่คุณครูฝึกให้เด็กเก็บของกันเอง

โดยภาพได้เผยให้เห็นว่ามีผ้ากันเปื้อนของเด้กรายหนึ่งถูกทิ้งลงในถังขยะ พร้อมให้เหตุผลว่าที่ทิ้งลงถัง เพราะที่บ้านไม่ได้รับจ้างซักผ้า และไม่มีวันที่จะได้คืน  ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น ตำหนิผู้ปกครองรายนี้จำนวนมาก

บ้างก็ว่าหากคิดจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นก็ควรมีน้ำใจให้กันและกัน ถ้าไม่คิดจะซักก็ควรแยกใส่ถุงแล้วคืนกลับมา ไม่ใช่ถือวิสาสะเอาไปทิ้งขยะแบบนี้ จากนั้นฝ่ายผู้เป็นพ่อก้ได้เข้ามาชี้แจงและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สทนช. เผย น้ำจะถึงเมืองเพชรบุรีคืนนี้ คาดระดับน้ำสูงไม่ถึง 50 ซม.

สทนช. เผย น้ำจะถึงเมืองเพชรบุรีคืนนี้ คาดระดับน้ำสูงไม่ถึง 50 ซม. เร่งระบายน้ำในอัตรา 100 ลบ.ม/วินาที่ และส่วนที่เหลือมีการผันน้ำออกคลองทั้ง 4 สาย

วันนี้(7 ส.ค.61) ที่ อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กําภู ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กรมชลประทาน นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติน้ำ เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาค่อนข้างวิกฤตจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในภาคอีสานจากจังหวัดสกลนครจนถึงน้ำอูน กรมชลประทานได้ใช้การระบายน้ำเพิ่มเติมในส่วนของกาลักน้ำและการพร่องน้ำ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำเข้าและน้ำออกเริ่มใกล้เคียงกัน ขณะที่สถานการณ์มีแนวโน้มลดลงหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม

อย่างไรก็ตามได้คาดการณ์ว่าในวันที่ 7-9 สิงหาคมนี้ ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ ขณะที่ในส่วนของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมีการประชุมทำแผนในการพร่องน้ำ ระบายน้ำ เพื่อรองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาในอนาคต

สำหรับที่จังหวัดเพชรบุรี มีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกในวันที่ 7-9 สิงหาคม โดยประเมินจากฝนที่จะตกลงมาไม่มากกว่าในช่วง 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งข้อมูลเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำล้นทางระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจานแล้วประมาณ 39 เซนติเมตร และไหลลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตราความเร็ว 165 ลบ.ม /วินาที ซึ่งขณะนี้แม่น้ำเพชรบุรียังคงสามารถรองรับได้อยู่

ขณะที่เขื่อนเพรชบุรีวันนี้ กรมชลประทานมีการระบายน้ำในอัตรา 100 ลบ.ม/วินาที่ และส่วนที่เหลือมีการผันน้ำออกคลองทั้ง 4 สาย เพื่อให้น้ำไหลผ่านเข้าเมืองเพชรบุรีไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ 82 ลบ.ม/วินาที่ ซึ่งแม่น้ำเพชรบุรี สามารถรองรับได้น้ำ 150 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตามคาดว่าน้ำจะถึงเมืองเพชรบุรีในคืนนี้ และระดับน้ำจะมีความสูง ไม่ถึง 50 เซนติเมตร

ซึ่งจากการคาดการณ์ว่าน้ำที่จะเข้าเขื่อนแก่งกระจานจะยังคงไม่ลดลง และจะเพิ่มขึ้นทีละน้อย หากใน 3 วันนี้ ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม และยังคงอยู่ที่ 20-30 มิลลิเมตร ก็ไม่น่ากังวล ทั้งนี่คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 61 เป็นต้นไปจะมีน้ำจากการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ประมาณ 210 ลบ.ม./วินาที และหากมีฝนตกในพื้นที่แม่น้ำเพชรบุรีจะมีปริมาณน้ำ 230 – 250 ลบ.ม./วินาที

คาดว่าจะทำให้แม่น้ำเพชรบุรีมีปริมาณน้ำผ่านสูงสุดในวันที่ 12 ส.ค. 61 สำหรับมาตรการเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมชุมชน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่ระบายน้ำได้ช้า เตรียมยานพาหนะ/เครื่องจักรกล เช่น รถโกยตัก ประจำในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำ

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีความจุเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ มีด้วยกัน 2 แห่งได้แก่ อ่างเก็บน้ำน้ำอูน ร้อยละ 102 เขื่อนแก่งกระจานร้อยละ 102 ขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และต้องเฝ้าระวังมี จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำ ร้อยละ 87 เขื่อน วชิราลงกรณ์ มีน้ำ ร้อยละ 85

โดยสภาพน้ำในบริเวณที่พื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย โดยจัดทำแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่าการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ หากเกิดกรณีการระบายน้ำฉุกเฉินและกรณีเขือนวิบัติ ให้สำหรับความแข็งแรงของเขื่อนและสร้างการรับรู้ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ชาวบ้านรวมตัวต้านขยะของเทศบาลเมืองพะเยา หลังส่งกลิ่นเหม็นในพื้นที่

ชาวบ้านใน จังหวัดพะเยา รวมตัวต้านขยะของเทศบาลเมืองพะเยา หลังนำมาทิ้งในพื้นที่ จนส่งผลกระทบในเรื่องของกลิ่นและสภาวะแวดล้อม

วันที่ 7 ส.ค.61 ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลจำป่าหวาย อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำโดยนายอำพล ดวงใจ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 4 ตำบลจำป่าหวาย อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กว่า 50 คน ได้ รวมตัวกันในการต้านขยะของเทศบาลเมืองพะเยา โดยการเรียกร้องให้มีการย้ายขยะออกจากพื้นที่ หลังเทศบาลเมืองพะเยา นำขยะที่ทำการเก็บในเขตเทศบาลเมือง มาพักไว้บริเวณหลังป่าสุสานแม่ต๋ำ เพื่อรอการนำไปกำจัดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งชาวบ้านบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบในเรื่องของกลิ่น และสภาพแวดล้อมของน้ำเสีย ซึ่งชาวบ้านระบุว่า ขยะดังกล่าวได้ถูกนำมาทิ้งเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากบ่อขยะที่ทางเทศบาลเมืองเคยนำไปทิ้ง ถูกชาวบ้านต้านไม่ให้ทิ้งต่อไป จนนำมาทิ้งบริเวณดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบหนักกับชาวบ้าน ทั้งในเรื่องของกลิ่นเหม็น และน้ำเสียที่ไหลลงสู่ลำน้ำ จึงอยากเรียกร้องให้มีการแก้ไข โดยด่วน และห้ามนำขยะมาพักและทิ้งบริเวณดังกล่าวอีก

ล่าสุด นายสมบัติ บินตะคุ ปลัดเทศบาลเมืองพะเยา ได้เข้าเจรจากับชาวบ้าน และได้รับปากว่าจะดำเนินการแก้ไขขยะดังกล่าว โดยจะนำออกจากพื้นที่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ