จับได้แล้ว! แฟนหนุ่ม-พี่สาว วัย 17 ช่วยกันจับย่ามัด ข่มขืนน้องออทิสติก

ตำรวจรวบตัวแล้ว พี่สาวใจโหดให้แฟนหนุ่มข่มขืนน้องป่วยออทิสติก พร้อมจับย่ามัดแล้วฉกเงินหนี 

จากกรณีข่าวสะเทือนใจสังคม เมื่อสาววัย 17 ปี รายหนึ่งในคอโหดเหี้ยม ให้แฟนหนุ่ม อายุ 22 ปี ข่มขืนน้องสาวอายุ 12 ปี ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก ก่อนลงมือจับคุณย่า อายุ 73 ปี มัดมือมัดเท้าชิงเงินสดแล้วพากันหลบหนี

ล่าสุด (29 ส.ค. 61) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนได้แล้ว ทราบชื่อคือนายสัณห์พิชย์ โกบใบ หรือ หมอก อายุ 22 ปี และนางสาวเอ (นามสมมติ) พี่สาว อายุ 17 ปี ของเด็กหญิงออทิสติก อายุ 12 ปี ได้ที่ หมู่ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และควบคุมตัวมายัง สภ.สะเดา เพื่อสอบปากคำ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติชายผู้ก่อเหตุทราบว่า เคยถูกจับข้อหาบุกรุก พยายามล่วงละเมิดเด็กสาวมาแล้วเมื่อปี 2559 ทั้งนี้หลังออกจากเรือนจำ ชายคนดังกล่าวก็พบกับรักนางสาวเอและก่อเหตุในครั้งนี้

กลุ่ม ‘Stop Mind Control Victims in Thailand’ ร้องรัฐบาลช่วยเหลือ ถูกละเมิดสิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์

กลุ่ม ” Stop Mind Control Victims in Thailand ” ร้องรัฐบาลช่วยเหลือ ถูกละเมิดสิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์

วันนี้ ( 29 ส.ค. 61) ที่ หน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ถ.ราชดำเนินนอก กลุ่ม Stop Mind Control Victims in Thailand จำนวนสิบกว่าคน นำโดย นายอนุชิต โอฬารฤทธินันท์, นายศุภชัย พันธ์ุจบสิงห์, นายพงษ์ปณต เชือกย้อย, และนาง ทัศนีย์ จันทร์บุตร ได้รวมตัวกันมาเรียกร้องสิทธิ์ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมของคนไทยในสังคมที่มีสิทธิทางกายภาพและเสรีทางความคิด จากการคุกคามของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คนไทยได้รับทราบถึงความโหดร้ายและน่ากลัวของเทคโนโลยี

ด้าน นายอนุชิต เปิดเผยว่า ที่มาชุมนุมในวันนี้ เพราะว่า ทาง TI- USA.Org ซึ่งเป็นองค์กรในอเมริกาได้จัดให้วันที่ 29 ส.ค. ให้เป็นวัน T-Day ขึ้นเพื่อเป็นการรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิมนุษยชนของเหยื่อ TI ( TARGETED INDIVIDUALS ) ผู้ถูกละเมิดสิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อร่างกาย โดยวันนี้ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพราะการเรียกร้องที่ผ่านนั้น ได้รับการปฏิเสธว่าไม่มีการใช้เทคโนโลยีเช่นนี้ในประเทศไทย ให้ยอมรับและออกมาช่วยเหลือพวกเรา เป็นต้น

ทั้งนี้ นาย พงษ์ปณต เชือกย้อย อายุ 34 ปี ได้เปิดเผยว่า มีคนประมาณ 700 ชีวิต ที่โดน ล่วงละเมิดทางอิเล็กทรอนิกส์ในขณะนี้ ส่วนอาการที่เป็น จะได้ยินเสียงคนคุยกัน เราจะได้ยินอยู่คนเดียว คอยด่าทอเรา คอยใช้จิตวิยาพูดทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเรา และโน้มนาวเราต่างๆ จากนั้นตนจึงไปร้องตามหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน ไม่มีหน่วยงานไหนให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้ มีคนออกมาเยอะมากๆเป็น พันคน เลยมาหาทางออกในวัน T-Day ครั้งแรกของโลก สาเหตุเพราะมีผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ เทคโนโลยีนี้ ทำลายระบบประสาท เรา ทำให้นอนไม่หลับ และใช้ชีวตเหมือนคนปกติได้

อย่างไรก็ตาม ด้านนาย ศุภชัย พันธ์ุจบสิงห์ อายุ 32 ปี หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ ที่ตกเป็นเหยื่อที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยการใช้เทคโนโลยีทรมานร่างกายและจิตใจ เกิดจากอิเล็กทรอนิกส์ ได้ไปพบ แพทย์ พร้อมตรวจปกติเหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ผลคือแพทย์ได้ออกใบรับรองว่าไม่ได้เป็นจิตเพศแต่อย่างใด

ชาวด่านขุนทด 5 หมู่บ้าน รวมตัวกว่า 400 คน ค้านตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล

ชาวบ้าน 5 หมุ่บ้าน ด่านขุนทด กว่า 400 คน รวมตัวขอคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลของ ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

วันนี้(29 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุม 30 ปี ของ ร.ร.มัธยมด่านขุนทด ซึ่งในวันนี้มีคณะเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้าชีวมวล บริษัท นครราชสีมาเพาเวอร์กรีน จำกัด ได้จัดให้มีการแถลงเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยอ้างว่าภาครัฐได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น เชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตไฟฟ้า โดยการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อาทิ ใบอ้อย ชานอ้อย เหง้ามันสำปะหลัง ปีกไม้เศษไม้ต่างๆ ยังช่วยเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย เป็นต้น

ทางบริษัทได้เล็งเห็นว่าพื้นที่ของ อ.ด่านขุนทด มีพื้นที่เกษตรกรทำการเกษตรพืชไร่จำนวนมากจึงมีความสนใจจะดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ และยังได้รับสัญญาการผลิตไฟฟ้าตามโครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงชีวมวลแล้ว โดยจะลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดกำลังผลิต 6.5 เมกะวัตต์ จำหน่ายให้การไฟฟ้าภูมิภาค 5 เมกะวัตต์ การดำเนินการก่อสร้างใกล้ที่สถานีไฟฟ้าย่อยด่านขุนทด ม.13 ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา การก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ 18 เดือน มีมุลค่าการลงทุนประมาณ 550 ล้านบาท

ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนที่คาดว่าน่าจะเห็นด้วยส่วนหนึ่งประมาณ 100 คน ได้เข้าร่วมการนั่งรับฟังการอธิบายของเจ้าหน้าที่โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว

ด้านนายพ่วง แก้วขุนทด อายุ 60 ปี อยู่หมู่ 13 อดีตสารวัตรกำนัน ต.ตะเคียน และนางเนาวรัตน์ กาบขุนทด อายุ 48 ปี ประธาน อสม.บ้านกุดม่วง ม.15 และนางมะลิวัลย์ บัตรจัตุรัส อายุ 40 ปี แกนนำชาวบ้านดงกระสัง หมู่ที่ 9 ต.ตะเคียน เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพร้อมด้วยชาวบ้าน ม.5 , 7 ,9 , 13 , 15 กว่า 400 คน นี้ ต้องการมาดูและรับฟังความคิดเห็นของบริษัทที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในครั้งนี้ ว่าจะเป็นอย่างไรโดยหวั่นเกรงว่าอาจจะมีการจัดแสดงเวทีการรับฟังความคิดเห็นมีนัยยะแอบแฝงเพื่อแอบอ้าง ไปใช้ในการเพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ได้หรือไม่อย่างไร เพราะที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกแสดงฉายวีดิทัศน์ในชุมชนทั่วไปแล้ว

โดยที่ชาวบ้านทั้งหลายต่างยืนยันว่าไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวลมาตั้งในชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานและลานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรแล้วถึง 3 โรง และก็ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศแล้วยังไม่เพียงพออีกหรือ และเกรงว่าทางเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานภาครัฐจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทโรงไฟฟ้าชีวมวลก่อสร้างสำเร็จดังที่หวัง และทราบว่าด้านหอประชุมนั้นมีการให้ชาวบ้านลงทะเบียนอะไรบางอย่างด้วย แต่ทั้งนี้ชาวบ้านทางฝั่งของตนที่ไม่เห็นด้วยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจะไม่ขอลงทะเบียนชื่อแต่อย่างใด โดยให้คำมั่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลรักษาความสงบว่าพวกตนและชาวบ้านจะรับฟังด้วยความสงบ

ด้าน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จันทรกานตานนท์ ผกก.สภงด่านขุนทด และ รองผกก.ป. รอง ผกก.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นาย พร้อมด้วยกำลังจากฝ่ายปกครองและทหาร กว่า 100 คน เข้าอำนวยความสะดวกพร้อมคอยรักษาความสงบ ทำให้โดยบรรยากาศการรับฟังและแสดงความคิดเห็นความจำเป็นและวัตถุประสงค์การก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากเจ้าหน้าที่บริษัทนั้นเป็นไปอย่างสงบไม่มีเหตุการณ์ใดรุนแรงหรือเกิดการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น แม้บางช่วงชาวบ้านที่คัดค้านจะมีการส่งเสียงคัดค้านบ้างในขณะเจ้าหน้าที่บริษัทชี้แจงอยู่ก็ตาม