นายกฯ ชื่นชมทุกฝ่าย ติดตามโบราณวัตถุกลับสู่ไทยสำเร็จ

นายกฯ ชื่นชมทุกฝ่ายติดตามโบราณวัตถุกลับสู่ไทยสำเร็จ พร้อมขอบคุณการสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ แนะบันทึกประวัติศาสตร์-เผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยที่ได้ร่วมกันติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้ส่งคืนโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ 12 ชิ้น จากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี ให้แก่รัฐบาลไทย ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในความครอบครองของสตรีอเมริกันรายหนึ่ง

นายกรัฐมนตรียังขอบคุณไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เข้าใจและให้ความร่วมมือ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งโบราณวัตถุกลับมายังประเทศไทย รวมถึงเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีบทบาทสนับสนุนให้การดำเนินการสำเร็จลงด้วยดี

“นายกฯ เน้นย้ำว่า การส่งคืนโบราณวัตถุครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญที่ควรบันทึกไว้ และเผยแพร่องค์ความรู้แก่ประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้ได้รับทราบถึงความเป็นมาและขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งควรนำโบราณวัตถุเหล่านี้ไปจัดแสดง เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงคุณค่าและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่าของประเทศไทย”

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังเตรียมงานหรือดำเนินการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศชิ้นอื่น ๆ อยู่ในขณะนี้ เช่น ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว พระโพธิสัตว์ไมเตรยะสำริด พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรมสำริด เศียรพระพุทธรูปหินทราย นาคปักหินทราย แผ่นทองคำดุนลวดลาย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของสหรัฐฯ โดยขอให้ภารกิจที่ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้โดยเร็ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าด้วยว่า การทำหน้าที่ประธานอาเซียนเป็นเรื่องของประเทศไทยและคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง และขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะได้รัฐบาลชุดใด วันนี้จึงไม่อยากให้จุดประเด็นสร้างความแตกแยกในสังคม

นครพนมยังวิกฤตแม่น้ำโขงเพิ่มสูง น้ำทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร

ปภ. จังหวัดนครพนม เผยปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงยังคงสูงและเพิ่มขึ้น น้ำทะลักท่วมพื้นที่การเกษตรรวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้าน

วันนี้ ( 4 ส.ค.61) นายเดชา พลกล้า หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงยังคงสูงและเพิ่มขึ้น ล่าสุดจุดวัดที่ ต.หนองแสง อ.เมือง นครพนม ระดับน้ำ 12.37 เมคร ต่ำกว่าตลิ่ง แค่ 3 ซ.ม.เท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ระดับแม่น้ำโขงตามอำเภอต่างๆ ที่ติดกับแม่น้ำโขงประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ธาตุพนม อ.ท่าอุเทน อ.เมือง ได้รับผลกระทบหนัก น้ำทะลักท่วมพื้นที่การเกษตรรวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้าน

ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติไปแล้ว 8 อำเภอ จาก 12 อำเภอ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 56 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 1.อำเภอท่าอุเทน 2.อำเภอโพนสวรรค์ 3.อำเภอธาตุพนม 4.อำเภอเรณูนคร 5.อำเภอปลาปาก 6.อำเภอเมืองนครพนม 7.อำเภอบ้านแพง และ 8.อ.นาแก โดยพื้นที่เกษตรกระทบแล้ว 1แสน7หมื่นกว่าไร่

นอกจากนี้ยังมีรายงานแจ้งว่าให้ประชาชนเฝ้าระวังพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง ในลำน้ำสาขาสายหลักแม่น้ำโขง ประกอบ ด้วย ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน

บุกจับผู้บุกรุกป่า ปรับที่สร้างรีสอร์ท ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า บุกจับผู้บุกรุกป่า ปรับที่สร้างรีสอร์ท ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมด้วยนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอาวุโสอำเภอเขาค้อ นายสมชาย ฉิมแย้ม ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังทหารจากองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 , ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ , เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก , ฝ่ายปกครอง , กอ.รมน.จว.เพชรบูรณ์ และ ชุดปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 2 (หนองแม่นา)เขาค้อ ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่บริเวณป่ากังหันลม ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หลังได้รับแจ้งว่า มีการบุกรุกป่าโดยใช้เครื่องจักรกลหนัก กำลังปรับไถพื้นที่ เพื่อสร้างเป็นที่พัก รองรับนักท่องเที่ยว

จากการตรวจสอบพบรถแบคโฮ 2 คัน กำลังทำงานขุดดินปรับพื้นที่เป็นคอนทัวร์ บนสันเขาริมหน้าผา ติดกับแปลงพื้นที่ทุ่งกังหันลม ของบริษัท เขาค้อวินเพาเวอร์ จำกัด จึงสั่งให้หยุดการทำงาน พร้อมทั้งควบคุมตัวคนขับรถมาสอบสวน

โดยคนขับรถให้การว่าเป็นลูกจ้างขับรถให้ นายรุ่ง ทองเงา ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากสมาชิกสภาจังหวัดในพื้นที่ จ.สุราษธานี ให้มาขุดดิน และ ปรับพื้นที่เป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่หลายระดับ เพื่อทำเป็นที่กางเต็นท์ นอกจากนี้ ยังพบบ้าน 2 ชั้น กำลังก่อสร้างอยู่กลางแปลงอีก 1 หลัง

โดยนายรุ่ง ให้การว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของ นักการเมืองท้องถิ่น คือ สมาชิกสภาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชื่อนายอัมรินทร์ ชูเพชร หรือ ที่เรียกกันว่า สจ.อ่ำ มาทำรีสอร์ท พร้อมทั้งนำสำเนาเอกสารการเสียภาษี ภ.บ.ท.5ระบุชื่อ น.ส.ลำพร สวัสดิ์สินธุ์ เป็นเจ้าของที่ดิน 21 ไร่ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ด้านพันเอกพงษ์เพชร กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวที่กำลังก่อสร้างไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน นอกจากนี้จากการจับค่าพิกัดพื้นที่บุกรุก และ ประสานให้เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ ร่วมตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตรับผิดชอบของบริษัท ฯ และ เป็นพื้นที่ป่าตามมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484 ถือเป็นการบุกรุก จึงร่วมกันจับกุมคนขับรถแบคโฮเป็นผู้ต้องหา 2 คน พร้อมรถแบล็กโฮ 2 คัน ตรวจยึดพื้นที่ ที่พบว่ามีการบุกรุกกว่า 13 ไร่ ส่วนรถแบคโฮของกลางจะนำเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาที่ สภ.เขาค้อ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ได้ทำการบันทึกข้อมูลแล้วรวบรวมเอกสารหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาค้อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป