‘สตาร์บัคส์’ จับมือ ‘อาลีบาบา’ รุกตลาดเดลิเวอรี

‘สตาร์บัคส์’ จับมือ ‘อาลีบาบา’ เดินหน้าบริการเดลิเวอรีกาแฟในจีน หลังเผชิญการแข่งขันจากร้านกาแฟท้องถิ่น

“สตาร์บัคส์” เชนร้านกาแฟรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศผนึกกำลังกับ “อาลีบาบา” ยักษ์อี-คอมเมิร์ซและค้าปลีกของจีน รุกธุรกิจบริการเดลิเวอรี หรือจัดส่งกาแฟถึงมือลูกค้าตามเมืองใหญ่ๆ ของจีน

โดยสตาร์บัคส์หวังว่ากลยุทธ์เดลิเวอรีจะช่วยเพิ่มยอดขายในจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก หลังจากเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวของยอดขาย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากร้านกาแฟท้องถิ่น ประกอบกับทางการจีนปราบปรามบริษัทเดลิเวอรี ซึ่งสตาร์บัคส์เคยใช้บริการ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

นายเควิน จอห์นสัน CEO สตาร์บัคส์ ระบุว่า อาลีบาบาเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่โฟกัสด้านค้าปลีกสมัยใหม่ บริษัทจึงตัดสินใจจับมือเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะเป็นเชื้อเพลิงติดจรวดให้สตาร์บัคส์ขยายตลาดจีน

สตาร์บัคส์เตรียมให้บริการเดลิเวอรีในเดือนกันยายนนี้ โดยเริ่มต้นใน 150 สาขาตามย่านสำคัญๆ อย่างกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งมีแผนจะขยายไปยังกว่า 2,000 สาขา ใน 30 เมือง ภายในปีนี้

ทั้งสองฝ่ายยังจะร่วมมือกันในธุรกิจอื่นๆ ภายใต้เครืออาลีบาบา อาทิ แอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี “เอ้อเหลอ เหมอ” (ele.me), เชนซูเปอร์มาร์เก็ต “เหอหม่า”, ค้าปลีกออนไลน์ “ทีมอลล์” และ “เถาเป่า” รวมถึงแพลตฟอร์มชำระเงินบนมือถือและออนไลน์ “อาลีเพย์”

สำหรับโครงการเดลิเวอรีจะรวมถึงการพึ่งพากองทัพพนักงานจัดส่งของเอ้อเหลอ เหมอ กว่า 3 ล้านคน นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ยังจะตั้ง “เดลิเวอรี คิตเช่น” ในสาขาต่างๆ ของซูเปอร์มาร์เก็ตเหอหม่า และใช้ระบบเดลิเวอรีสินค้าของเหอหม่า

ที่ผ่านมา สตาร์บัคส์เข้าไปทำธุรกิจในจีน และได้อานิสงส์จากวัฒนธรรมคาเฟ่ที่บูมมากในจีน จึงช่วยทดแทนตลาดสหรัฐฯ ที่เริ่มอิ่มตัว โดยสตาร์บัคส์มี 3,400 สาขาจีน และมีแผนจะเพิ่มเป็น 2 เท่า ภายในปี 2565 แต่สตาร์บัคส์ก็เผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์กาแฟท้องถิ่น เช่น “ลักกิ้น คอฟฟี่” ที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว

ปภ.เตือน 18 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 18 จังหวัด เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม อย่างใกล้ชิดในระยะนี้

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้

ทั้งนี้ ได้ประสาน 18 จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง น่าน ตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพื้นที่เฝ้าระวัง 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี พังงา กระบี่ และสตูล ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

นอกจากนี้ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยหรือ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ฟ่านปิงปิง’ หายตัวลึกลับ ลือสะพัดถูกสอบคดีเลี่ยงภาษี

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีน วิตกต่อการหายไปของดาราสาวชื่อดัง “ฟ่าน ปิงปิง” หลังจากไม่พบความเคลื่อนไหวของเธอมานานแล้ว 1 เดือน

นางสาวฟ่าน ปิงปิง นักแสดงหญิงชาวจีนชื่อดังไม่ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อและสาธารณะชนนาน 1 เดือน นอกจากนั้น สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ของเธอก็ไม่มีเคลื่อนไหวใดๆ และมีข่าวลือว่า ดาราวัย 36 ปี กำลังถูกดำเนินคดีเรื่องการหลบเลี่ยงภาษี

ตามปกติแล้ว ฟ่าน ปิงปิง มักโพสต์เรื่องราวต่างๆ อย่างสม่ำเสมอในเว็บไซต์ไมโครบล็อก “ไซน่า เว่ยป๋อ” ที่มีผู้ติดตามกว่า 62 ล้านราย แต่เธอไม่ได้โพสต์อะไรมาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ส่วน นายลี่ เฉิน แฟนหนุ่มของเธอก็ไม่โพสต์อะไรมาตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม

ก่อนหน้านี้ ฟ่านปิงปิงเริ่มออกงานน้อยลง หลังจากเกิดกรณีที่เปิด เผยว่าเธอเลี่ยงภาษี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ด้านภาษีของจีนเริ่มสอบสวนสัญญาจ้างงานของเธอ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้ คนดังในจีนบางคนถูกกล่าวหาว่าได้ใช้วิธีการเซ็นสัญญาที่เรียกว่า “สัญญาหยิน-หยาง” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งสัญญาจะถูกจัดทำขึ้นสองฉบับหนึ่ง ฉบับหนึ่งเป็นตัวเลขรายได้จริง ขณะที่อีกฉบับระบุรายได้ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อนำไปใช้ยื่นแสดงรายได้กับรัฐบาล

ฟ่าน ปิงปิง
ฟ่าน ปิงปิง

เมื่อเดือนมิถุนายน ทางการจีนได้ออกกฎควบคุมการจ่ายค่าตัวดารา โดยละครโทรทัศน์จะจ่ายเงินให้กับนักแสดงทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของทุนสร้าง และร้อยละ 70 ในกรณีของการสร้างหนัง

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นิตยสารการเงิน “ดิ อีโคโนมิค ออบเซิฟเวอร์” ได้เผยแพร่บทความว่า ทีมงานของฟ่าน ปิงปิง ถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ และน้องชายของเธอถูกทางการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามน้องชายของฟ่าน ปิงปิง ไม่ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้แต่อย่างใด แต่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สำนักข่าวดังกล่าวได้ลบข่าวนี้จากเว็บไซต์ไป ทำให้ชาวจีนต่างสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น