ชื่นชม! รองผู้ว่าฯ หญิงจันทบุรี ใจกล้า เดินเข้าเจรจากับชายคลั่งใช้มีดจี้คอ

ชื่นชม! รองผู้ว่าฯ หญิงจันทบุรี ใจกล้า เดินเข้าเจรจากับชายคลั่งใช้มีดจี้คอ เรียกร้องขอความเป็นธรรมคดีไม่คืบหน้า

วันนี้ (2 ส.ค. 61) มีรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสการแชร์ส่งต่อคลิปวีดีโอความยาวประมาณ 45 วินาที ของผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Sakchai Yoosuksawat โดยเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี หญิงใจกล้าเดินพุ่งเข้าหาชายคลั่งใช้มีดจี้คอตัวเอง เรียกร้องความยุติธรรม หลังคดีไม่คืบหน้า

ทั้งนี้ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่กล่าวชื่นชมรองผู้ว่าฯ หญิงท่านนี้ ที่มีความกล้าไม่ต่างจากผู้ชาย แต่ก็แอบกลัวว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายเกินไป

‘เม จีระนันท์’ ร้อง สคบ. กรณีได้รับความเสียหายจากการทำหน้าอกที่ เกาหลีใต้

‘เม จีระนันท์’ เดินหน้าร้อง สคบ. ขอความช่วยเหลือ หลังได้รับความเสียหายจากการทำหน้าอก ที่เกาหลีใต้

วันนี้ (2 ส.ค. 61) มีรายงานว่า เม จีระนันท์ กิจประสาน ได้ทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ตรวจสอบและช่วยเหลือ หลังทำศัลยกรรมทรวงอกที่ประเทศเกาหลี โดยมีเอเจนซี่คนไทยเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ ซึ่งหลังผ่าตัด เมได้รับความเสียหายจากการศัลยกรรมมีอาการติดเชื้อจนเกือบเสียชีวิต

ทั้งนี้ เม จีระนันท์ เผยว่า ตนได้มายื่นเรื่องให้ สคบ. ติดต่อไปยัง สคบ. ของประเทศเกาหลี เพื่อดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาตลอด เบื้องต้นตนได้พยายามเจรจาและยื่นข้อเรียกร้องกับคู่กรณีแล้ว แต่คู่กรณียังไม่มีการตอบกลับ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ และทางโรงพยาบาลที่รับผิดชอบก็ยังไม่ออกมาชี้แจงใดๆ ซึ่งตนไม่อยากปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปโดยที่ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้เรื่องของตนเป็นกรณีตัวอย่างของคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม อาการของตนขณะนี้ บริเวณหน้าอกยังคงมีอาการชา เหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อต ซึ่งแพทย์ระบุว่า อาจจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต ด้านทนายของเม ระบุว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าฟ้องร้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

ศาลไม่ให้ประกันตัว 5 ผู้ต้องหา คดีทุจริตเงินทอนวัด หวั่นหลบหนี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลา ยกคำร้อง ไม่ให้ประกันตัว 5 ผู้ต้องหา คดีทุจริตเงินทอนวัด หวั่นหลบหนี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกนั่งบัลลังฆ์อ่านคำสั่งการประกันตัวให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในคดีเงินทอนวัด โดยพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามคำร้องฝากขังเเล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับวัดสมคบกันวางเเผนโดยอาศัยฐานะความเป็นเจ้าหน้าที่ของ สำนักพุทธศาสนาฯอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการจัด การศึกษาพระปริยัติธรรม เเผนกสามัญให้กับวัดที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมเเผนกสามัญศึกษา สังกัด หรือตั้งอยู่ เเล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็ให้วัดคืนเงินงบประมาณบางส่วนให้กับกลุ่มผู้ต้องหาอันเป็นการเบียดบังงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จึงเป็นต้นตอทำให้เกิดความเสียหายเเก่พุทธศาสนา

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาบางคนร่วมกระทำผิด ในลักษณะนี้อีกหลายคดีพฤติการณ์เเห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายเเรง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงเเละพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการปล่อยชั่วคราวเชื่อว่า หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวเเล้วผู้ต้องหาอาจหลบหนี ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ยื่นขอปล่อยชั่วคราว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเเละทัณฑ์สถานหญิงกลางต่อไป