ครบรอบ 60 ปี กฟน. ขับเคลื่อน มหานครไร้สายเพื่อคนไทย
วันนี้ (1 ส.ค.61) ที่ สำนักงานใหญ่ การการไฟฟ้านครหลวง นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ทําพิธีบวงสรวงป้ายใหม่ของ กฟน. ในวาระครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาโดยบรรยากาศภายใน มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดี อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายชัยยงค์ ได้เปิดเผยว่า การการไฟฟ้านครหลวง ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งสู่ปีที่ 61 อย่างมั่นคง จากความ มุ่งมั่นในการบริหารงาน คาดว่าผลประกอบการประจําปี 2561 นี้ การไฟฟ้านครหลวงจะมีกําไรสุทธิประมาณ 8,000 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมมากกว่า 210,000 ล้านบาท ฐานะทางการเงินมั่นคง และมีความสามารถในการลงทุน และชําระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปีนี้ กฟน. เร่งเดินหน้าแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็น สายไฟฟ้าใต้ดิน ในพื้นที่สําคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมเป็นผู้นําประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบสาย สื่อสาร เพื่อขับเคลื่อนการเป็น “มหานครไร้สาย Smart Metro”
ปัจจุบัน กฟน. ดําเนินโครงการเปลี่ยนระบบ สายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 45.6 กิโลเมตร และโครงการที่อยู่ระหว่างดําเนินการ 169 กิโลเมตร โดยในปีนี้ กฟน. ยังมีพื้นที่จะดําเนินการ ได้แก่ โครงการนนทรี โครงการพระราม 3 โครงการรัชดาภิเษก พระราม 9 โครงการรัชดาภิเษก-อโศก โครงการตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สําโรง) และโครงการ ตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ถนนนานาเหนือ และถนนวิทยุ
ส่วนด้านการพัฒนาคุณภาพงานบริการนั้น กฟน. มุ่งมั่นพัฒนาระบบการให้บริการและยกระดับคุณภาพงาน บริการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นหน่วยงานให้บริการด้านระบบไฟฟ้าตัวแทนประเทศไทย ในการพิจารณาในการ จัดอันดับความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย (Doing Business) ของธนาคารโลก (World Bank) กฟน. ปรับปรุงกฎระเบียบ และพัฒนานวัตกรรมด้านงานบริการต่อเนื่อง ด้วยการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อ อํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย MEA Smart Life Application และทางเว็บไซต์ บริการขอใช้ไฟฟ้า MEASY อยู่ที่ไหนก็ขอใช้ไฟฟ้าได้ ทราบค่าใช้จ่ายทันที พร้อมชําระค่าบริการได้หลายช่องทางและ ติดตามสถานะการดําเนินงานได้ทุกขั้นตอน ประกอบกับ กฟน. มีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลแผนที่ฐานเชิงรหัส (แผนที่ดิจิทัล) มาตราส่วน 1:1000 สารสนเทศเชิง พื้นที่ (Spatial Map) ที่ทันสมัยได้มาตรฐานมีความละเอียดและแม่นยําสูง และมีการจัดอบรมมาตรฐานการติดตั้งสาย ภายในให้แก่ผู้รับเหมาระบบไฟฟ้า ทั้งในกลุ่มบ้านพักอาศัย และกลุ่มธุรกิจ

ทั้งหมดนี้ช่วยให้ระบบให้บริการ กฟน. สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้การจัดลําดับ Doing Business ของประเทศไทยด้านการขอใช้ไฟฟ้า ในปี 2562 ที่จะถึง นี้ ดีขึ้นกว่าปี 2561 ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และจะเป็นผลให้การขอใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย สะดวกรวดเร็ว ที่สุดในอาเซียนอีกด้วย รวมถึงการพัฒนาช่องทางการชําระค่าไฟฟ้าเพื่อความสะดวกเพิ่มเติม โดยร่วมมือกับ ธ.กรุงไทย พัฒนาระบบการรับชําระค่าไฟฟ้าจากลูกค้าด้วยระบบคิวอาร์โค้ดข้ามธนาคาร (QR Code Cross Bank) โดยใช้การสแกน QR Cross Bank บนใบแจ้งค่าไฟฟ้าได้ทันที
อย่างไรก็ตาม กฟน. ยังพัฒนาเทคโนโลยีอันทันสมัยด้วย MEA Smart Life Application เพื่อให้บริการอํานวย ความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง โดยมีฟังก์ซันเด่น ได้แก่ ตรวจสอบ และ ช่าระค่าไฟฟ้าผ่านบัตรเครดิต Mastercard Visa Internet Banking BluePay Wallet และช่องทางเคาน์เตอร์ เซอร์วิสด้วย Bar Code – QR Code ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แจ้งไฟฟ้าขัดข้องเพียง 2 คลิก ซึ่งรองรับด้วยระบบ FFM (Field Force Management) ทําให้สามารถแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยํา แสดงประวัติการใช้ไฟฟ้า ย้อนหลัง 6 เดือนในรูปแบบกราฟที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถแสดงสถานที่ชําระค่าไฟฟ้าและข้อมูลติดต่อ สาธารณะเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้งแสดงตําแหน่งกําหนดตามระยะทางได้ เช่น สถานีตํารวจ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง เป็นต้น
นอกจากนี้ กฟน. กําลังพัฒนาระบบแจ้งประกาศดับไฟ 1 ต่อ 1 เพิ่มเติมเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการแจ้งข้อมูลตรงเป้าหมายเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฟน. ได้จัดทํา MEA EV Application ซึ่ง เป็นแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสําหรับการตรวจสอบสถานีอัดประจุไฟฟ้า การจองหัวชาร์จ ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น







