กลุ่มไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดทางใต้ของฟิลิปปินส์

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน จากเหตุระเบิดภายในรถตู้คันหนึ่งบริเวณจุดตรวจในพื้นที่ขัดแย้งบนเกาะทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ โดยกลุ่ม กลุ่มไอเอส ออกมาอ้างอยู่เบื้องหลัง

เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณด่านตรวจของทหารบนเกาะบาสิลัน ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน นับเป็นเหตุไม่สงบล่าสุดที่เกิดขึ้นบนเกาะดังกล่าว ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มอาบูไซยาฟ

เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 5.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้ติดอาวุธได้จุดชนวนระเบิดในรถตู้สีขาว หลังแล่นถึงด่านตรวจในหมู่บ้านโคโลเนีย ใกล้เมืองลามิตัน

โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วยทหาร 1 นาย สมาชิกกองกำลังสนับสนุนรัฐบาล 5 คน ชาวบ้าน 4 คน และผู้จุดชนวนระเบิด ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์คาดว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธอาบูไซยาฟ

ตำรวจเผยว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังอาสาสมัครตรวจตรารถที่ถูกเรียกให้จอดที่ด่านตรวจ จากนั้นรถตู้ก็ระเบิด ด้านพันโทเจอร์รี่ เบซาน่า โฆษกกองทัพส่วนภูมิภาค ระบุว่า การตรวจสอบที่เข้มงวดเกิดขึ้นหลังได้รับรายงานว่าอาจมีการโจมตีด่านตรวจของทหารด้วยระเบิด หากคนขับรถเป็นผู้จุดชนวนระเบิด เขาอาจมีเป้าหมายเพื่อก่อเหตุโดยหวังผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ขณะที่สำนักข่าวอามักของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส ระบุในแถลงการณ์ว่า ทางกลุ่มได้อ้างความรับผิดชอบในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายดังกล่าว ซึ่งเป็นปฏิบัติการพลีชีพ

โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ ระบุว่า กองทัพกำลังสืบสวนหาสาเหตุของระเบิดครั้งนี้ และยังไม่มีหลักฐานที่สรุปได้ว่าเป็นการระเบิดฆ่าตัวตาย หรือผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ

กองกำลังรัฐบาลได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทางภาคใต้ของประเทศ ภายหลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ลงนามกฎหมายตั้งเขตปกครองตนเองทางภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้รับการต่อต้านจากกลุ่มอาบูไซยาฟ และกลุ่มอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม กลุ่มไอเอส

คืบหน้า เหตุโจมตีในอัฟกานิสถาน เสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน

เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถาน ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน จากเหตุโจมตีในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวานนี้ หลังจากกลุ่มมือปืนได้บุกเข้าไปยังอาคารสำนักงานทางการ จับประชาชนขังไว้ด้านใน ก่อนจะจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณทางเข้าอาคาร

นายอัตตาอัลเลาะห์ คอกยานี โฆษกสำนักงานเมืองจาลาลาบัด เผยว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าวดำเนินไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยมีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เหตุการณ์ก็ยุติลงเมื่อมือปืน 2 รายเสียชีวิต และอาคารพังเสียหาย

หลังเกิดเหตุยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่กลุ่มตอลีบานปฏิเสธความเกี่ยวข้อง ขณะที่เมืองจาลาลาบัดเป็นเมืองหลักในจังหวัดนันกาฮาร์ ซึ่งเป็นชายแดนที่ติดกับปากีสถาน และกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส ก็อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2557

ขณะที่ในวันเดียวกัน มีรายงานเหตุระเบิดบนท้องถนนในจังหวัดฟาราห์ ทางตะวันตกของประเทศ ที่ทำให้มีผู้โดยสารรถบัสเสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก และมีผู้บาดเจ็บ 40 คน

จับคนชี้เป้ายิงสังหาร 2 ศพ เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี

ตำรวจจับกุม 1 ในทีมสังหารชาย-หญิงวัยรุ่น ซึ่งทำหน้าที่ชี้เป้า บริเวณเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี โดยผู้ต้องหาสารภาพ “เสี่ยอ้วน” แค้นที่ฝ่ายหญิงตีตัวออกห่าง

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุในคดีฆาตกรรมกรรม นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ “ฟอส” อายุ 21 ปี และนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ “สปาย” อายุ 20 ปี บริเวณลานจอดรถ ใกล้พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ คือ นายสายันต์ ศรีสุข ซึ่งทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุที่ถูกออกหมายจับ และยังหลบหนี มีอีก 2 คน คือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” เจ้าของกิจการสถานบันเทิงหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต และนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน

ด้านผู้ต้องหา ให้การกับตำรวจว่า นายปัญญา โกรธแค้นที่นางสาวปวีณา ซึ่งเจ้าตัวหมายปองอยู่ และเคยทำงานในสถานบันเทิงของนายปัญญา ตีตัวออกห่าง กระทั่งย้ายมาทำงานในจังหวัดนครปฐม พร้อมกับนายอนันตชัย จึงให้นายสายันต์ คอยสืบหาที่อยู่ของทั้ง 2 คน กระทั่งทราบจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตว่า ทั้ง 2 เดินทางมาเที่ยวที่เมืองพัทยา และได้ติดตามมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนลงมือสังหาร

เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งศาลจังหวัดชลบุรี ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในข้อหาดังกล่าวแล้ว ขณะที่ในการสืบสวน พบว่า ในทีมสังหาร ยังมีอีก 6 คน เป็นชายล้วน

ในส่วนของนายปัญญา หรือ เสี่ยอ้วน เจ้าตัวยังคงหลบหนีอยู่ โดยก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า เข้าไปกบดานในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แต่ทางตำรวจได้ออกมาปฏิเสธ