ฝนตกหนัก!! ต้นไม้โค่นปิดทางวัดดอยสุเทพ นักท่องเที่ยวเดือดร้อน

ต้นไม้โค่นปิดทางวัดดอยสุเทพ นักท่องเที่ยวเดือดร้อน หลายชุมชนไฟฟ้าดับ การไฟฟ้าเร่งแก้ไขให้ทันคืนนี้

ฝนที่ตกสะสมตลอดสองวันที่ผ่านมาทำให้ดินบนดอยสุเทพหลายจุดอุ้มน้ำจนอ่อนตัว ล่าสุดช่วงเย็นของวันนี้ (28 ส.ค.61) เกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ โค่นล้มขวางถนน เลยวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ขึ้นไปประมาณ 300 เมตร และยังดึงเอาเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น สายไฟฟ้าแรงสูงขาดเสียหาย กระแสไฟฟ้าหลายชุมชนบนดอยสุเทพดับ ชาวบ้านเดือดร้อนนับร้อยหลังคาเรือน ขณะที่เส้นทางที่ถูกขวางด้วยต้นไม้ ทำให้รถยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านไปมาได้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน นักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนต้องรีบไปขึ้นเครื่องบินจนเกือบไม่ทัน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และชาวบ้านช่วยกันนำเลื่อยยนต์เร่งตัดกิ่งไม้ พร้อมใช้รถแทรกเตอร์ดันเสาไฟฟ้าเข้าข้างให้พ้นจากถนน ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดให้รถใช้เส้นทางได้ 1 ช่องจราจร ขณะที่กระแสไฟฟ้าจนถึงเวลา 21.30 น.ยังใช้การไม่ได้ เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังคงเร่งแก้ไขเพื่อให้ใช้ได้ภายในคืนนี้

ตำรวจภาค 6 ขยายผลจับเครือข่ายยานรก ‘แก๊งมันทุกเม็ด’

ตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวขยายผลเครือข่ายแก๊งยาบ้า “มันทุกเม็ด” ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 137 ล้านบาท

วันที่ 28 ส.ค. 61 ที่กองบังคับการสืบสวน ภาค6 จังหวัดพิษณุโลก พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6,พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ “แก๊งมันทุกเม็ด” ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 14 ราย รถยนต์ 14 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินต่างๆ รวมมูลค่า 77.5 ล้านบาท ยาบ้า 328900 เม็ด ไอซ์ 80 กรัม มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 137.5 ล้านบาท

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่พบว่าซื้อขายกันผ่านทางโซเชียล โดยมีการแบ่งหน้าที่กัน เช่น กลุ่มผู้สั่งการระดับหัวหน้าที่หลบหนีอยู่นอกประเทศ กลุ่มที่มีหน้าที่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก เชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมเครือข่ายค้ายาเสพติด โดยจะต้องถ่ายบัตรประชาชนให้ไว้เป็นหลักฐาน หากมีการเบี้ยวหรือไม่ส่งเงินให้กับเครือข่ายก็จะถูกติดตามไปทำร้ายร่างกาย แล้วถ่ายคลิปมาประจานบนสื่อโซเชียลมีเดีย โดยแก๊งมันทุกเม็ดได้ขยายตัวไปอย่างรวดเร็วและกระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ นับเป็นภัยคุกคามประเทศที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก

โดยตำรวจชุดสืบสวนได้สนธิกำลังเข้าไปตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมาย ที่เชื่อมโยงกับแก๊งมันทุกเม็ด ที่ร้านแม็กยางต้นหว้า ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก และ ร้านแม็กยางแยกอินโดจีน ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก โดยมีนายจักรพงษ์ คุ้มครุฑ เป็นเจ้าของร้าน เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่มีหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน จึงสั่งอายัดสมุดบัญชีธนาคาร สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย และ รถยนต์หรูราคาแพงไว้ตรวจสอบหาเส้นทางการเงิน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่กับเครือข่ายของนายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ เจ้าของบริษัท ป.รุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดชุดชัยยะสยบไพรีบุกเข้าจับกุมตัวไปเมื่อวานนี้ ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

ด้าน พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 กล่าวว่า ปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดแก๊งมันทุกเม็ด ที่ออกปฏิบัติการตรวจค้นพร้อมกันทั่วประเทศในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ของ จ.พิษณุโลก ตรวจค้น 23 จุด ได้ตรวจค้นร้านแม็กยาง 4 สาขา มีนายจักรพงษ์ คุ้มครุฑ เป็นเจ้าของร้าน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน ส่วนเจ้าตัวนั้นยังปฏิเสธ อีกทั้งยังตรวจค้นในพื้นที่ จ.พิจิตร อีก 19 เป้าหมาย นครสวรรค์ 5 สุโขทัย 4 กำแพงเพชร 2 อุตรดิตถ์ 2 เพชรบูรณ์ 1 มีตัวการสำคัญ คือ นายปัณณวิชญ์ ประทุม ฉายา ก.โก๋ มันทุกเม็ด นายมารุจน์ มาตุรินทร์ ฉายา ก.กล้วย มันทุกเม็ด ทั้งคู่เป็นหัวหน้าแก๊งมันทุกเม็ดที่สั่งการอยู่ฝั่งประเทศพม่า

อย่างไรก็ตาม หากใครคิดหลงผิดอยากกลับตัวกลับใจขอให้มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะกันไว้เป็นพยาน หากคิดต่อสู้จะต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดชนิดขุดรากถอนโคน และกำจัดให้หมดสิ้นไป พล.ต.ท.ทวิชชาติ

ชาวบ้านกว่า 20 คน ร้องถูกปล่อยน้ำจากเขื่อนราษีไศลเข้าท่วมนาข้าว

ตัวแทนชาวบ้านกว่า 20  คน เข้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ อ้างว่าผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างปล่อยน้ำจากเขื่อนราษีไศลเข้าท่วมนาข้าวและพื้นที่การเกษตรเสียหาย

วันนี้ (28 ส.ค. 61) ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กว่า 20 คน ที่เดือดร้อนจากพื้นที่นาข้าวและพื้นที่การเกษตรเสียหายจากน้ำท่วมขัง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 โดยชาวบ้านอ้างว่า สาเหตุของน้ำท่วมนาข้าวในครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติ หรือภัยธรรมชาติแต่อย่างใด แต่เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อนราษีไศล ในช่วงเวลานั้นเพื่อให้น้ำด้านท้ายเขื่อนลดต่ำลงจากนั้นชาวบ้านอ้างว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาให้เข้ามาซ่อมแซมคันดินกั้นน้ำที่ท้ายเขื่อน เพราะหากยังมีน้ำมากจะไม่สามารถซ่อมแซมได้

นายสาคร เกษศิริ ชาวบ้านหมู่ 12 ตำบลหนองแค อำเภอราศีไศล หนึ่งในชาวบ้าน 19 ราย ที่ได้รับผลกระทบบอกว่า เคยเข้าไปเจรจากับ
นายภานรินทร์ ภานุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างแล้ว เพื่อให้ชะลอการปล่อยน้ำไปอีกสักระยะ เพื่อรอการเก็บเกี่ยวของชาวบ้านก่อน แต่ก็ไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จ ทางเขื่อนราษีไศล ยังยืนยันที่จะปล่อยน้ำเพื่อระบายน้ำออกอย่างเดียว จึงทำให้เกิด
ความเสียหายกับพื้นที่นาข้าวและพื้นที่การเกษตรอื่นๆ กว่า 100 ไร่ จากเกษตรกรทั้งหมด 19 ราย

อย่างไรก็ตามก็ชาวบ้านได้เคยขอความช่วยเหลือค่าชดเชยจากทางเกษตรอำเภอราษีไศล แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกษตรอำเภอจึงไม่สามารถเบิกจ่ายค่าชดเชยน้ำท่วมได้  ทำให้ชาวบ้านทั้ง19 รายไม่พอใจ
จึงได้ไปทวงถามค่าชดเชยจากผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง แต่ก็ได้รับคำตอบว่าทางโครงการฯ ไม่มีนโยบายจ่ายเงินชดเชยแต่อย่างใด

ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 19 ราย ได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 โดยมีกรมชลประทานเป็นจำเลยถูกชาวบ้านฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายให้จ่ายค่าชดเชยกรณีถูกน้ำท่วมจากเขื่อนราษีไศล ปล่อยน้ำเพื่อระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนออกมา
ซึ่งชาวบ้านได้ยื่นหนังสือรวมทั้งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างว่ามีความโปร่งใสกระทำถูกระเบียบราชการหรือไม่ โดยมีนายเมธี  สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มารับเรื่องและร่วมหารือกับตัวแทนชาวบ้านซึ่งจะได้เร่งดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป