‘ร.อ.ธรรมนัส’ ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำคดีโกงบิตคอยน์

‘ร.อ.ธรรมนัส’ ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำกองปราบคดีโกงบิตคอยน์

ความคืบหน้าคดีนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงชื่อดัง ร่วมกับ นายปริญญา จารวิจิต พี่ชาย และน.ส.สุพิชย์ฌา พี่สาว สมคบและหลอกลวงชาวต่างชาติชักชวนให้ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขาย สกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้นายปริญญาอยู่ระหว่างหลบหนีนั้น

ล่าสุด (28 ส.ค. 61) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองมนัส มาให้ปากคำจากกรณีได้รับการโอนหุ้นจากนายปริญญา แต่ ร.อ.ธรรมนัส ได้ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำเป็นวันที่ 12 ก.ย. 61 เวลา 10.00 น. โดยให้เหตุผลว่าติดภาระกิจส่วนตัวอยู่ที่ จังหวัดพะเยา

สำหรับการเรียกสอบปากคำครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องคือ นายปริญญา ได้นำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อหุ้นบริษัทแห่งหนึ่งจำนวนเงิน 125 ล้านบาท ต่อมาได้เกิดปัญหานายปริญญาจึงโอนหุ้นให้กับ ร.ท.ธรรมนัส ทั้งนี้หลังจากนี้ต้องมีการรวบรวมหลักฐานต่อไปว่าถือเป็นการร่วมกันฟอกเงินหรือไม่

ขณะที่ ในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค. 61) จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง 5 คน คือ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม , นายปริญญา จารวิจิต , นายธนสิทธิ์ จารวิจิต , นายชาคริส อาห์มัด และ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ

สหประชาชาติชี้กองทัพเมียนมาควรถูกตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

รายงานของสหประชาชาติชี้ ทหารระดับสูงเมียนมาต้องถูกสอบสวนข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ด้านเฟซบุ๊กแบนบัญชีผู้นำกองทัพ

คณะผู้สอบสวนที่ทำงานให้กับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHRC ระบุเมื่อวานนี้ว่า ผู้นำระดับสูงของกองทัพเมียนมาควรถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา

คณะสอบสวนภารกิจอิสระเพื่อค้นหาความจริงในเมียนมา เปิดเผยที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ว่า สถานการณ์ในเมียนมาควรให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นผู้พิจารณาคดี หรือไม่ก็เป็นการจัดตั้งศาลพิเศษ

การเรียกร้องครั้งนี้ รวมถึงรายงานฉบับแรกของคณะสอบสวน นับเป็นการประณามอย่างแข็งกร้าวที่สุดของเจ้าหน้าที่ UN ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา นับตั้งแต่เหตุปะทะนองเลือดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้วิพากษ์วิจารณ์นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ที่ไม่สามารถยุติความรุนแรงไว้ได้

ในรายงานความยาว 20 หน้า ระบุว่า มีข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสายบังคับบัญชาของกองทัพเมียนมา เพื่อศาลที่มีอำนาจจะสามารถตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่

เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คน ที่ปฏิบัติภารกิจในการค้นหาความจริง ทำงานภายใต้คำสั่งของ UNHRC ด้วยการรวบรวมหลักฐาน อย่างระมัดระวังจากชาวโรฮีนจาที่ถูกเนรเทศหลายร้อยคน รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลอื่นๆ โดย UNHRC ได้จัดตั้งคณะสืบสวนขึ้น 6 เดือนก่อนที่กลุ่มกบฏโรฮีนจาจะโจมตีโจมตีป้อมตำรวจ นำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง จนทำให้ชาวโรฮีนจาหลายแสนต้องอพยพไปยังบังกลาเทศ

คณะสอบสวนที่นำโดยนายมาร์ซูกี ดารุสมาน อดีตอัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย ยังระบุชื่อของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา และนายพลอีก 5 นาย ที่รวมถึงพลจัตวาออง ออง ผู้บัญชาการหน่วยทหารราบเบา ที่ 33 ซึ่งดูแลปฏิบัติการในหมู่บ้านอินดิน ที่มีเด็กชายและชายชาวโรฮีนจากว่า 10 คนถูกสังหาร

รายงานยังระบุถึงการก่ออาชญากรรมหลายครั้ง ที่รวมถึงการรุมโทรม การจุดไฟเผาหมู่บ้านนับร้อยแห่ง การกดขี่ และการสังหารเด็ก ซึ่งบางรายเกิดขึ้นต่อหน้าพ่อแม่ คณะสอบสวนคาดการณ์ขั้นต่ำว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงดังกล่าวกว่า 1 หมื่นคน แต่เจ้าหน้าที่สอบสวนจากภายนอกไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ไม่สามารถระบุจำนวนที่แท้จริงได้

ขณะที่ “เฟซบุ๊ก” ได้ถอดบัญชีนายทหารระดับสูงของเมียนมาออกจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อป้องกันความเกลียดชังและข้อมูลผิดๆ หลังตรวจสอบเนื้อหาการโพสต์

โดยมีบุคคลและองค์กร 20 รายที่ถูกแบน รวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย

ตอบแทนฮีโร่ถ้ำหลวง ทอท. รับ ‘ภรรยาจ่าแซม’ เป็นพนักงานที่สุวรรณภูมิ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย รับ ‘ภรรยาจ่าแซม’  เป็นพนักงานที่สุวรรณภูมิ หวังตอบฮีโร่ถ้ำหลวง สละชีวิตช่วยทีมหมูป่า 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (27 ส.ค. 61) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้มีการจัดงาน “เชิดชูเกียรติวีรชนแห่งถ้ำหลวง นาวาตรี สมาน กุนัน และเพื่อน” ที่อาสาในภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตทีมฟุตบอล หมูป่าอะคาเดมี ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พร้อมกันนี้ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ และโล่เชิดชูเกียรติให้แก่ นางวลีพร กุนัน ภรรยาของน.ต.สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม และพนักงาน ทอท. จำนวนทั้งสิ้น 32 คน ที่อาสาทำหน้าที่ในภารกิจดังกล่าว

โดยนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ประธานในพิธี เผยว่า เพื่อเป็นการยกย่องให้กับวีรชนที่มีความเสียสละ ความกล้าหาญ อุทิศตนในการช่วยเหลือบุคคลอื่น และความมีมนุษยธรรมจนภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

พร้อมกันนี้ ทอท.ได้พิจารณารับนางวลีพร กุนัน ภรรยาของ น.ต.สมาน เข้าเป็นพนักงาน ทอท.ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้น 4 ส่วนตรวจค้น ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตอบแทนคุณงามความดีของ น.ต. สมาน ที่เสียสละตนในครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณข่าว/ภาพ จาก AOT Official