สหรัฐฯ คว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว

มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซีย กรณีลอบวางยาพิษอดีตสายลับ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ววานนี้ 

มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซีย กรณีการลอบวางยาพิษทำลายประสาทอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา

รัฐบาลรัสเซียระบุว่า จะพิจารณาการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มีต่อรัสเซียทั้งหมดก่อน จึงจะตอบโต้กลับ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของรัสเซียเป็นสำคัญ

กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า การคว่ำบาตรรอบใหม่นี้มีแต่จะทำให้การเจรจาระหว่างกันยากขึ้น มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ รวมถึงการยกเลิกให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและขายอาวุธกับรัสเซีย นอกจากนี้ ยังระงับการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและสินค้าเทคโนโลยีด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัฐบาลรัสเซียละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษนายเซอร์เก สกรีพาล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และนางสาวยูเลีย สกรีพาล ลูกสาว โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในอังกฤษ ซึ่งอังกฤษก็กล่าวหาเป็นฝีมือของรัสเซียเช่นกัน แต่รัสเซียปฏิเสธมาโดยตลอด

ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ไม่น่าจะให้ผู้ตรวจสอบนานาชาติเข้าไปตรวจสอบสารยาพิษทำลายประสาทนี้ในประเทศ

ก่อนหน้านี้ หลังเหตุลอบวางยาพิษดังกล่าว สหรัฐฯ ได้ขับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียออกจากประเทศแล้ว 60 คน รวมทั้งปิดสถานกงสุลรัสเซียในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตันด้วย

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐฯ ออกมาเตือนรัสเซียว่า หากรัสเซียพยายามแทรกแซงเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ สหรัฐฯ ก็จะตอบโต้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนั้นขึ้น

น้ำโขงยังวิกฤต! ชาวลุ่มน้ำสงคราม เผชิญน้ำท่วมหนักในรอบ 23 ปี

สถานการณ์น้ำโขงและแม่น้ำสาขายังวิกฤต โดยเฉพาะแม่น้ำสงคราม จังหวัดนครพนม ที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร หนักสุดในรอบกว่า 23 ปี

วันนี้(28 ส.ค.) ชาวตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กว่า 200 หลัง ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร กว่า 2 สัปดาห์ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเกือบมิดชั้น 1 ชาวบ้านต้องอพยพสิ่งของและยานพาหนะขึ้นไปไว้บริเวณที่ทำการ อบต.ท่าบ่อสงคราม

ชาวบ้าน บอกว่า เป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีที่แม่น้ำสงครามไหลท่วม และครั้งนี้ถือว่าท่วมหนักสุดในรอบ 23 ปี หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 สาเหตุจากน้ำลำน้ำอูนไหลเข้าไปเติมแม่น้ำสงคราม และมีฝนตกต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ และแม่น้ำสงครามไม่สามารถระบายลงสู่น้ำโขงได้ เพราะยังหนุนสูง

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ติดตามการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำห้วยบังกอ ตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม หลังพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเกินระดับเก็บกัก 2 เมตร 80 เซนติเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 5 ตัว จากเดิมที่มีการแขวนบานประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 16 ตัว เพื่อระบายน้ำออกจากอ่างลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว

ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬ หนองกุดทิง รับน้ำมาจากน้ำโขง และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และล้นไหลเข้าท่วมศูนย์ราชการ โดยเฉพาะลานจอดรถของอาคารศาลากลางจังหวัด ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้

ผบ.ตร. ส่ง บิ๊กโจ๊ก สางคดีข่มขืนสาวอังกฤษบนเกาะเต่า ขีดเส้น 7 วันได้ข้อสรุป

ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกาะพะงัน เร่งคลี่คลายคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างถูกวางยาและข่มขืนก่อนขโมยทรัพย์สิน โดยให้รายงานผลภายใน 7 วัน

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ อ้างว่ามาเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วถูกวางยา-ข่มขืน หลังนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องข่มขืน เพียงรับแจ้งทรัพย์สินสูญหายเท่านั้น

โดย ผบ.ตร. เผยว่า ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ (28 ส.ค. 61) และให้รายงานผลการตรวจสอบให้ทราบภายใน 7 วัน เพื่อความกระจ่าง และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลัง ว่า ตำรวจพื้นที่ใดไม่รับแจ้งความตามที่มีการกล่าวอ้าง ก็จะถูกดำเนินการทางวินัยทันที

ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการตรวจสอบเพจ หรือเว็บไซต์ ที่มีการเผยแพร่ข่าวนี้ ว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด หากพบมีเจตนา หรือมีจุดประสงค์ไม่หวังดี ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับ ตลอดแนวชายหาดทรายรี มีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 7 ตัว ทุกกล้องใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงกล้องวงจรปิดในร้านลีโอผับ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เสียหายนั่งกับเพื่อน โดยทางผู้ประกอบการ บอกว่า กล้องทุกตัว เก็บบันทึกภาพได้เพียง 1 สัปดาห์ แต่ขณะที่ผู้เสียหายไปขอตรวจสอบภาพ พบว่า กล้องทุกตัวได้ลบภาพก่อนหน้านี้ไปแล้ว จึงไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด