น่ากลัว! ไข้เลือดออกคร่าชีวิตคนไทยแล้ว 58 ราย ด้าน สธ.ผุด Line@อาสาปราบยุง ลดเหตุ

กรมควบคุมโรค ชวนแอดไลน์ “Line@อาสาปราบยุง” ร่วมผนึกกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการ “ลดป่วยตายจากโรคไข้เลือดออก”

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนับเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจำนวนมากเป็นประจำทุกปี สภาพอากาศประเทศไทยในช่วงนี้หลายพื้นที่มีฝนตกชุกและตกอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมแล้วยังมีน้ำขังในภาชนะต่างๆ ส่งผลให้ยุงลายพาหะโรคไข้เลือดออกสามารถแพร่ขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

และจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้เลือดออกล่าสุด ณ วันที่ 21 ส.ค. 61 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 47,149 ราย เสียชีวิต 58 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยเรียน (อายุ 10-14 ปี) ป่วยมากที่สุด ในขณะที่ผู้เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุ 35 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้จากสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น ทางกรมควบคุมโรคได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Line@อาสาปราบยุง ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ “อาสาปราบยุง ควบคุมโรคไข้เลือดออก: ทุกบ้าน ทุกชุมชน ทุกพื้นที่” ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากแอพพลิเคชั่น Line เป็นแอพฯที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ในการติดต่อสื่อสารกันเป็นจำนวนมาก จึงมั่นใจว่าจะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกำจัดยุงต่างๆ ที่นำเสนอผ่านแอพฯนี้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังเป็นการพัฒนายกระดับการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประชาชนด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานด้านสาธารณสุขของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

โดยแอพพลิเคชั่น Line@อาสาปราบยุง จะมีเนื้อหาความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการจัดการลูกน้ำและยุงลาย ประกอบด้วยความรู้ในเรื่องโรคติดต่อนำโดยยุงลาย บทบาทและกิจกรรมที่อาสาสมัครควรปฏิบัติ ขั้นตอนการสำรวจและกำจัดลูกน้ำยุงลาย แนวทางการจัดการแหล่งน้ำขังง่ายๆ รวมทั้งหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาและประสานงานและความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกที่ควรทราบ

โดยทั้งหมดจะเน้นไปในเรื่องประชารัฐหรือความร่วมมือกับภาคประชาชนให้ขยายไปในวงกว้าง เพื่อลดการป่วยตายด้วยโรคไข้เลือดออกได้อย่างทั่วถึง ซึ่งประกอบไปด้วย 6 เมนูเด่นที่จะนำไปสู่วิถีอาสาปราบยุงที่ก้าวหน้า ก้าวทันยุงลายและสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ได้แก่

1.สถานการณ์ เข้าถึงทุกสถานการณ์ ทุกสถานที่ของไข้เลือดออก
2.รู้จัก เข้าใจไข้เลือดออก บอกข้อมูล รายงาน ผลวิเคราะห์ และงานวิจัยให้ผู้ใช้ได้ศึกษามากมาย
3.วิธีปราบยุง ด้วยวิธีร้อยแปดพันเก้ากำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์
4.ติดต่อเราได้ทันท่วงทีรวดเร็วฉับไว
5.ลงทะเบียน มาร่วมกันผนึกกำลังให้เข้มแข็ง
และ 6.แชร์ผลงานมีการนำผลงานมาแชร์กัน ทั้งเรื่องเล่า ภาพถ่ายผลงานการป้องกันควบคุมยุงลาย”

ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนแอดไลน์เพิ่มเพื่อนที่แอพพลิเคชั่น“Line@อาสาปราบยุง” เพื่อร่วมผนึกกำลังเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมอาสาปราบยุงลาย ลดป่วย ลดตายด้วยโรคไข้เลือดออก ทำการสำรวจลูกน้ำยุงด้วยตนเองในบริเวณที่ตนอยู่อาศัย

หากพบว่ามีลูกน้ำยุงต้องทำการกำจัดโดยเร็วและทำเป็นกิจวัตรประจำ และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น “Line@อาสาปราบยุง” สามารถโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก pr.moph.go.th

เปิดแล้ว!! สะพานแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพ

เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ‘สะพานสถิตย์วารี’ แลนด์มาร์คแห่งใหม่กลางบึงหนองบอน เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายของประชาชน

วันนี้ (27 ส.ค.61) ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงรับน้ำหนองบอน เขตประเวศ เปิดใช้อย่างเป็นทางการ สะพานสถิตย์วารี แลนด์มาร์คแห่งใหม่กลางบึงหนองบอน โดยมีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานสถิตย์วารีดังกล่าว

ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามบึงหนองบอน ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาทางกายภาพเพิ่มเติม จัดทำทางเดินโดยรอบของบึงให้มีการต่อเชื่อมถึงกันตลอดแนว เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่ออกกำลังกายของประชาชน

สำหรับงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งสะพาน งานระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไฟประดับสะพาน มีแนวคิดการออกแบบจากสะพานพระรามที่ 8 มีความโดดเด่นสวยงาม ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบไทย เน้นความโปร่งบางและเรียบง่าย มีความยาว 145 เมตร ความสูง 6 เมตรที่ระดับน้ำสูงสุดในบึง เพื่อให้เรือใบสามารถแล่นผ่านใต้สะพานได้ มีราวกันตก เพื่อความปลอดภัย สะพานแห่งนี้จะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่มีสำคัญและมีความสวยงามตั้งอยู่กลางบึงรับน้ำหนองบอน

ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มเส้นทางสำหรับเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานรอบบึงรับน้ำหนองบอน เพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนได้มีสถานที่ในการออกกำลังกาย เล่นกีฬา รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว มุมถ่ายรูป อ่านหนังสือ ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงได้มีพื้นที่ใช้สอยประโยชน์ และทำกิจกรรมวันหยุดร่วมกันระหว่างเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ สะพานดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ชื่อสะพานแห่งนี้ว่า “สะพานสถิตย์วารี”

พล.ต.อ.อัศวินผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า การสร้างสะพานคนเดินข้ามแห่งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานครด้านการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลต่อทุกคน โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด กรุงเทพมหานครจึงได้สร้างบึงรับน้ำหนองบอนแห่งนี้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทั่วไปจะได้ใช้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้มากที่สุด ซึ่งในอนาคตกรุงเทพมหานครจะผลักดันให้มีสถานที่ออกกำลังกายและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอื่น ๆ อีกต่อไป

ทั้งนี้สำหรับบึงหนองบอนแห่งนี้มีบึงรับน้ำที่ต่อเชื่อมถึงกันจำนวน 3 บึง พื้นที่รวมทั้งหมด 644 ไร่ 1 งาน 37.50 ตารางวา นอกจากเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายแล้ว ยังใช้เป็นที่เก็บกักน้ำหรือแก้มลิงของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะกักเก็บน้ำฝนส่วนที่เกินไว้เพื่อช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พื้นที่เขตประเวศ เขตสวนหลวง เขตพระโขนง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง

โดยการบริหารจัดการพร่องน้ำในบึงหนองบอนให้อยู่ในระดับต่ำกว่าระดับปกติ 5 – 8 เมตร เมื่อฝนตกลงมามากในพื้นที่และมีปัญหาน้ำท่วมขังก็จะเปิดประตูระบายน้ำ นำน้ำส่วนเกินเข้ามากักเก็บไว้ในบึงหนองบอนเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เมื่อฝนหยุดตกและอยู่ในสภาวะปกติก็จะระบายน้ำออกจากบึงเพื่อเตรียมพื้นที่สาหรับรับน้ำในครั้งต่อไป ซึ่งปริมาณน้ำที่สามารถรับได้แต่ละครั้งได้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนช่วงฤดูแล้งใช้ช่วยบำบัดน้ำโดยเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำในคลองมะขามเทศและคลองหนองบอนเข้าไปในบึง แล้วให้น้ำที่ไหลเข้าไปในบึงเกิดการหมุนเวียนเจือจางสภาพน้ำดีขึ้น จากนั้นจึงสูบน้ำออกจากบึงมาลงสู่คลองเพื่อช่วยเจือจางน้ำเน่าเสียในคลองให้เบาบางลงต่อไป

อย่างไรก็ตามศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน เปิดให้สมัครสมาชิกเฉพาะวันธรรมดา เวลาราชการ และในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-17.00 น. ผู้สนใจที่จะใช้บริการต้องสมัครสมาชิกโดยต้องเตรียมหลักฐานการสมัคร คือ รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง เสียค่าสมัครรายปีละ 40 บาทเท่านั้นเอง หลังจากสมัครเป็นสมาชิกแล้วสามารถใช้บริการเบิกอุปกรณ์กีฬาทางน้ำได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แต่สำหรับผู้มาใช้บริการที่ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนทั่วไปนั้น สามารถปั่นจักรยานตั้งแต่เช้าถึง 19.00 น. และโรงเก็บเรือวันธรรมดาใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30-19.00 น.

หลังจากสมัครเป็นสมาชิก ถ้าสนใจจะมีเจ้าหน้าที่สอนกีฬาทางน้ำ ทั้งเรียนเรือใบ เรียนวินด์เซิร์ฟ เรือคายัค เรือกรรเชียง เรียนได้ 2 รอบ ในเวลา 14.00 น. และ 16.00 น. หากสนใจเรียนต้องไปก่อนเวลา เพื่อเตรียมอุปกรณ์

นอกจากจะมีกีฬาทางน้ำ และเส้นทางปั่นจักรยานรอบบึงแล้ว ยังมีเส้นทางให้กับนักวิ่งรอบบึงน้ำหนองบอนด้วย โดยสามารถวิ่งออกกำลังกายได้ มีทั้งสนามตะกร้อ สนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้ง อย่างละ 2 สนาม มีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่บนน้ำบึงหนองบอนให้ประลองกัน พร้อมมีอุปกรณ์ให้ออกกำลังกายให้เล่นแบบเพลิน ๆ ที่สำคัญมีห้องน้ำไว้ให้บริการอย่างสะดวกสบาย

กานต์ วิภากร โพสต์แล้ว น้องชายถูกจับคดีจำหน่ายยาไอซ์

กานต์ วิภากร อดีตภรรยา เสก โลโซ โพสต์แล้ว! หลังน้องชายถูกจับ บอกเป็นคดีเล็กมากๆ

วันนี้ (27 ส.ค. 2561) กานต์ วิภากร ศุขพิมาย อดีตภรรยาของร็อคเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงกรณีที่นายเดชอุดม แสงสายทิม น้องชายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบตัวถึงในบ้านพัก หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา จำหน่ายยาเสพติดฯ (ยาไอซ์)  (อ่านข่าว : บุกจับน้องชายอดีตเมีย ‘เสก โลโซ’ จำหน่ายยาไอซ์)

โดยระบุว่า “ชี้แจง! ขณะนี้เราได้ส่งทนายความไปซักถามรายละเอียดและความเป็นมา ก็เป็นคดีที่เล็กมากๆ ของกลางรอตำรวจชี้แจงนะคะ คือว่ามันไม่มีอะไรเลยที่จะปล่อยข่าวมาซ่ะใหญ่โต ถ้าไม่พ่วงกับชื่อ กานต์ วิภากร และเสก โลโซ เพราะฉะนั้นแยกแยะด้วย อย่าปั่นข่าวโดยเฉพาะแค่ชื่อเรา

ตอนนี้ความคืบหน้าต้องให้เกียรติทางตำรวจแถลงเองนะคะ แต่เราก็สบายใจได้เปราะนึงละ ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจและในส่วนพวกเกรียนก็ถ้าทำแล้วมึงมีความสุขก็เชิญทำต่อไป”