ประมูลเฟอร์รารี่หายาก ราคาสูงที่สุดในโลก เคาะที่ 1,500 ล้านบาท

ประมูลรถแข่งยุค 60 ประมูลขายทอดตลาดได้ราคาเกือบ 48.4 ล้านเหรียญ หรือราว 1,588 ล้านบาท

รถยนต์ Ferrari 250 GTO ปี 1962 ซึ่งมีราคาแพงที่สุดในโลก ถูกประมูลไปในราคา 48.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการจัดจำหน่ายรถยนต์สะสม Monterey ประจำปีของ RM Sotheby บริษัท ประมูลรถยนต์คลาสสิกซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศแคนาดาสหรัฐอเมริกาสหราชอาณาจักร สร้างสถิติใหม่ของโลกสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นที่เคยขายในงานประมูล รถยนต์ที่ผลิตมาในปี 1963 เพียง 39 คันบนโลกหลังจากเมื่อปี 2014 มีการประมูล Ferrari GTO ปี 1962-1963 ไปในราคา 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,246 ล้านบาท

ภาพประกอบข่าว

รถFerrari รุ่น GTOs คลาสสิกของเฟอร์รารี ที่มีคุณค่าสำหรับนักสะสมอย่างเหลือเชื่อ จากเหตุผลหลายประการ อันดับแรกเพราะความสวยงาม ประการที่ 2 นี่เป็นรถแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Ferrari มีรูปแบบที่ประสบความสำเร็จมาก และมีเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่ด้านหลังคนขับ

อย่างไรก็ตาม  เมื่อเดือนมิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา Ferrari 250 GTO  ซึ่งเป็นรถที่ลงทำการแข่งขันหลายรายการ ทั้งชนะที่ Tour de France ในปี 1964 จากนั้นได้คว้าตำแหน่งที่ 4 การแข่งขัน Le Mans 24 Hours ในปี 1963 นอกจากนี้รถคันนี้ไม่เคยแข่งแล้วเกิดอุบัติเหตุเลย และเคยมีราคาซื้อขายสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2,240 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตพรมติดรถ WeatherTech ในสหรัฐฯชื่อ นาย David MacNeil เป็นผู้ซื้อต่อมาจากนักสะสมชาวเยอรมันคนหนึ่ง

Https%3a%2f%2fblueprint api production.s3.amazonaws.com%2fuploads%2fvideo uploaders%2fdistribution thumb%2fimage%2f86488%2f8e94728a 84d5 4241 bae3 a8b9eb5e3eed

ดูบทความต้นฉบับ : Ferrari race car sells at auction for record-making $48.4 million

อย. เตือนห้ามขายยาปลุกเซ็กส์ออนไลน์ ผู้ขายมีความผิด ผู้บริโภคมีความเสี่ยง

อย. เตือน ยาถือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าทั่วไป ไม่อนุญาตให้ขายในเว็บไซต์ หรือนอกสถานที่ขายยาได้ โดยผู้ที่จะขายยาต้องมีใบอนุญาต ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น ผู้ขายผิดที่ได้รับโทษหนัก 

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีแฟนเพจ “Drama-addict” แจ้งเบาะแสกรณีมีการขายยาปลุกอารมณ์ทางเพศทางออนไลน์ที่มีการแอบอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับรองจาก อย.และมีการแชร์โฆษณาออกไปเป็นจำนวนมาก

โดยผู้ขายผลิตภัณฑ์ได้นำใบเสียภาษีนำเข้าสินค้าที่ออกโดยกรมศุลกากรมาแสดง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการผ่านการตรวจมาตรฐานจาก อย.ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใดนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณเพจ“Drama-addict” ที่แจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันดำเนินการกับผู้กระทำผิดซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

โดย อย. ได้ตรวจสอบข้อมูล ยาปลุกอารมณ์ทางเพศหรือ ยาปลุกเซ็กส์ Girly Sex ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ระบุสรรพคุณว่า “มีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์… ซึ่ง อย.ไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์นี้ เข้าข่ายเป็น “ยา” ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ตามมาตรา 4 (4)

วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับให้เกิดผล แก่สุขภาพ โครงสร้าง หรือการกระทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์ แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ดังนั้น ผู้นำเข้า/ ขาย มีความผิด ฐานนำเข้า/ ขายซึ่งยาที่ไม่ได้ ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาขายยาที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นยาบำรุงกาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้การกระทำผิดดังกล่าวยังเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 อีกด้วย ซึ่ง อย. ได้ประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอความร่วมมือในการระงับซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์และ Social Media ดังกล่าวด้วยแล้ว

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ยาถือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าทั่วไป ไม่อนุญาตให้ขายในเว็บไซต์ หรือนอกสถานที่ขายยาได้ โดยผู้ที่จะขายยาต้องมีใบอนุญาต ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น และหากต้องการโฆษณาขายยาต้องได้รับอนุญาตก่อน ซึ่งกฎหมายยังกำหนดประเภทของยาไว้ชัดเจน เช่น ห้ามโฆษณาขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ การขายยาควบคุมพิเศษต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ยกเว้นเฉพาะ การขายยาสามัญประจำบ้านเท่านั้น ที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขายยา

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการขายยาในสถานประกอบการที่ได้รับการอนุญาต เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย จึงต้องมีเภสัชกรประจำร้าน ในการซักถามประวัติ การแพ้ยา เป็นต้น จึงขอเตือนประชาชนว่า ยามีทั้งคุณและโทษ ไม่ควรซื้อยาตามอินเทอร์เน็ต หรือทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เพราะเสี่ยงทั้งได้รับยาปลอม ยาไม่มีคุณภาพ หรือได้รับผลข้างเคียงจากยา จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นพ.วรงค์ ร้องศาลฎีกาเอาผิด ‘เรืองไกร’ ท้าหากมั่นใจจำนำข้าวไม่ขาดทุน

นพ.วรงค์ ร้องศาลฎีกาเอาผิด ‘เรืองไกร’ ท้าหากมั่นใจจำนำข้าวไม่ขาดทุนให้เรียก ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับมาขอรื้อฟื้นคดี

จากกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้นำเสนอข้อมูลการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวในเชิงคำถามว่าไม่มีการขาดทุน ทั้งที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว ซึ่งนำไปสู่ความสับสนให้กับประชาชน และอาจทำให้มีผู้ไม่หวังดีที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปขยายผลเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและหวังผลทางการเมือง



ล่าสุดวันนี้(27 ส.ค. 2561) เวลา 14.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้ายื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอแจ้งข้อเท็จจริงกรณีจะเป็นการกระทำที่ละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

นพ.วรงค์ เปิดเผยว่า สำหรับการมาร้องในครั้งนี้เนื่องจากตนเองมองว่าศาลได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวไว้อย่างชัดเจน และได้มีการระบุตัวเลขการขาดทุนไว้กว่า 5 แสนล้านบาท แต่การที่นายเรืองไกรออกมาพูดเช่นนี้จะทำให้สังคมสับสนหรือไม่ อีกทั้งจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกลั่นแกล้งหรือไม่

โดยจะร้องให้ดำเนินการตามดุลพินิจของศาลกับ 2 ราย คือ นายเรืองไกร ที่มีการให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว และเพจชินวัตรแฟนคลับที่ได้แชร์ข้อมูลโดยอ้างอิงว่า “วันนี้ความจริงปรากฏโครงการจำนำข้าวไม่ได้ขาดทุน”

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ได้ท้าว่าหากนายเรืองไกรมีข้อมูลจริงและเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือในกรณีเรื่องโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ให้เรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาและร่วมกันยื่นขอรื้อฟื้นคดีได้ ซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ออกมาพูดลอยๆ ซึ่งมองว่าหากเรื่องจบที่ศาลแล้วแต่ยังมีการพูดต่อนั้ยจะทำให้เกิดกรณีอื่นๆ ตามมา