กอปภ.ก. เตือน! พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม

กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง รายงาน พื้นที่เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ประจำวันที่ 26 ส.ค. 61 เวลา 18.00 น.

วันนี้ ( 26 ส.ค.61) กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์สาธารณภัยประจำวันที่ 26 ส.ค. 61 เวลา 18.00 น.ว่า ภายหลังได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23 – 27 สิงหาคม 2561 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทั้งนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก และการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ โดยจะระบายน้ำวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอาจต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น อาจเกิดน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งคลื่นลมทะเลสูง 2 – 4 เมตร ชาวเรือและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง

  • พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง

แม่น้ำน่าน (อุตรดิตถ์) แม่น้ำยม (สุโขทัย) แม่น้ำสงคราม (บึงกาฬ สกลนคร) แม่น้ำห้วยหลวง (อุดรธานี) แม่น้ำมูล (บุรีรัมย์ยโสธร นครพนม) แม่น้ำชี (กาฬสินธุ์ยโสธร อุบลราชธานี) แม่น้ำโขง (หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ อุบลราชธานี) แม่น้ำพระปรง (สระแก้ว) แม่น้ําตาปี (สุราษฎร์ธานี) คลองละงู (สตูล) คลองบางใหญ่ (ภูเก็ต)

  • พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ได้แก่

แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก กาญจนบุรีเพชรบุรีจันทบุรีตราด ชุมพร ระนอง
พังงา ภูเก็ต ตรัง สตูล

  • พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากการระบายน้ำในเขื่อนระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม 2561

เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรีอ.ไทรโยค ท่าม่วง ท่ามะกา ด่านมะขามเตี้ย อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี อ.บ้านโป่ง โพธาราม เมืองฯ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ.แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด เมืองฯ อ.บ้านแหลม เพื่อเป็นการเน้นย้ำการปฏิบัติขอให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13,14,15,17,18 และจังหวัดดําเนินการ ดังนี้

1) แจ้งประชาชนให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ สภาพน้ำท่า จากทางราชการ

2) เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โดยให้จังหวัดปฏิบัติตามหนังสือข้อสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

3) ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์การเตรียมพร้อมและผลการปฏิบัติให้ทราบ หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ให้รายงานการปฏิบัติมายังกองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง

จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สูงสุดในรอบ 10 ปี

จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดใกล้ถึงจุดวิกฤติสูงสุด ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ น้ำท่วมแล้วทั้งจังหวัด มี 12 อำเภอ 

วันนี้ (26 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดใกล้ถึงจุดวิกฤติสูงสุด อยู่ที่ระดับ ประมาณ 12.45 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 55 เซนติเมตร แต่ยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือว่าระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบ ทำให้ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอติดกับแม่น้ำโขง ได้รับผลกระทบจากน้ำโขงล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตร มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ คือ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง อ.ธาตุพนม หนักสุดคือ อำเภอบ้านแพง ได้รับผลกระทบ น้ำท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำโขง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 6 ตำบล กระทบรวม 49 หมู่บ้าน 600 ครัวเรือน และมีพื้นที่การเกษตร นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่

เบื้องต้น จังหวัดนครพนม ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ น้ำท่วมแล้วทั้งจังหวัด มี 12 อำเภอ 94 ตำบล 908 หมู่บ้าน 17,454 ครัวเรือน รวมชาวบ้านได้รับผลกระทบ 51,080 คน มีถนนได้รับความเสียหาย กว่า 111 สาย และมีพื้นที่การเกษตร เสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่

ขณะเดียวกันผลกระทบจากระดับน้ำโขงสูงขั้นวิกฤติ ทำให้ลำน้ำสาขา สายหลักแม่น้ำโขง มีลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน ที่ไหล มาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ไหลผ่าน พื้นที่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม ลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ล่าสุดมีระดับสูงสุดเกินจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 1.50 เมตร มีระดับที่ประมาณ 14.50 เมตร

ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร หนักสุดคือ พื้นที่ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ที่อยู่ติดกับลำสงคราม น้ำได้เอ่อท่วมบ้านเรือน แล้ว กว่า 200 หลังคาเรือน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่ โดยทางเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ทหาร ได้ระดมกำลัง เข้าไป ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง เร่งอพยพ ขนย้ายสิ่งของ ขึ้นที่สูงในจุดที่เสี่ยงวิกฤติ

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ออกประกาศแจ้งเตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ออกประกาศแจ้งเตือน เรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน” มีผลกระทบถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2561

นางสาวชลาลัย แจ่มผล ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26-28 สิงหาคม 2561 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ หนองคาย สกลนคร นครพนม อุดรธานี กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู

ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม

ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน