ฉลุย! สนช. ผ่านแล้วงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท

สนช. ผ่านฉลุย ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ไร้สมาชิกขึ้นท้วงติง สอบถาม 

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 จำนวน 61 มาตรา ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 เสนอวานนี้ (30 ส.ค. 2561)

ที่ประชุมได้มติให้ผ่านวาระ 2 และ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ดังกล่าว ด้วยคะแนน 206 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 โดยไม่มีสมาชิกลุกขึ้นท้วงติงสอบถาม การพิจารณาปรับลดงบประมาณในมาตราต่างๆ ที่กมธ.เสนอมา แม้แต่คนเดียว

สำหรับกระทรวงต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณประจำปีที่น่าสนใจมีดังนี้

กระทรวงกลาโหม ได้งบประมาณ 117,583,067,200 บาท
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้งบประมาณ 25,476,695,800 บาท

กระทรวงมหาดไทย ได้งบประมาณ 43,927,994,000 บาท
และ กระทรวงศึกษาธิการ ได้งบประมาณ 297,355,867,200 บาท

DSI ร่วมมือ กรมที่ดิน เปิดฐานข้อมูลการถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์

ดีเอสไอ ร่วมมือ กรมที่ดิน เปิดฐานข้อมูลการถือครองกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจการปฏิบัติราชการ

ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษมีบทบาทหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีความผิดทางอาญาที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยใช้วิธีการพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยการใช้มาตรการทางด้านทรัพย์สินเป็นแนวทางการสืบสวนสอบสวนที่มีประสิทธิภาพเพื่อขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด รวมทั้งการยึด อายัดทรัพย์สินอันได้มาจากการกระทำความผิด นั้น

​ล่าสุด ในวันนี้ (วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561) เวลา 10.00 น. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
โดย พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมที่ดิน โดย นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ณ ห้องประชุมรับรอง ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างกรมที่ดินกับกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมที่ดินที่รวบรวมไว้ในระบบคอมพิวเตอร์

เพื่อนำไปใช้ในภารกิจการปฏิบัติราชการของกรมสอบสวนคดีพิเศษในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐในป้องกันปราบปรามสืบสวนและสอบสวนการกระทำความผิด ซึ่งจะเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ให้กับรัฐและประชาชนผู้ที่ได้รับความเสียหายต่อไป

อังกฤษเล็งห้ามขายเครื่องดื่มชูกำลังให้เด็ก

รัฐบาลอังกฤษเตรียมห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังที่มีกาเฟอีนสูงให้แก่เด็กและเยาวชน โดยอ้างถึงผลกระทบต่อสุขภาพ

นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีฯ อังกฤษ แถลงวันที่ 30 ส.ค. 2561 ระบุว่า โรคอ้วนในเด็กถือเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุดที่อังกฤษกำลังเผชิญ เยาวชนจำนวนมากดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเป็นประจำ เพราะมีราคาถูกกว่าน้ำอัดลม เราจึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เด็ก ๆ มีจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี ขอให้ทุกคนสนับสนุนความคิดในเรื่องนี้

นายสตีฟ บริน รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่า เยาวชนในอังกฤษดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากกว่าเยาวชนอื่นในยุโรปถึงร้อยละ 50

รอยเตอร์ส รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษได้เริ่มการหารือประเด็นห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังให้แก่เด็กแล้ว โดยจะบังคับใช้กับเครื่องดื่มชูกำลังที่มีปริมาณคาเฟอีนตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อลิตรขึ้นไป แต่ยังไม่ได้กำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำของเด็กที่สามารถซื้อได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกฎหมายนี้จะมีผลเฉพาะอังกฤษเท่านั้น โดยสก๊อตแลนด์ , เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ จะสามารถกำหนดข้อบังคับได้เอง

ปัจจุบัน ร้านค้าปลีกบางแห่งในอังกฤษงดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังให้แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีอยู่แล้ว แต่ก็ยังคงสามารถซื้อเครื่องดื่มได้จากร้านค้าหรือเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติบางแห่ง ส่วนกฎหมายภาษีน้ำตาลที่เรียกเก็บกับน้ำอัดลมก็มีผลทั่วสหราชอาณาจักร แล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ปกติเครื่องดื่มชูกำลังมีคาเฟอีนในระดับสูง หรือราว 80 มิลลิกรัม ต่อเครื่องดื่มกระป๋องขนาด 250 มิลลิลิตร และยังประกอบด้วยน้ำตาลปริมาณมาก รวมถึงวิตามิน แร่ธาตุ และสารสกัดจากสมุนไพร การดื่มเครื่องดื่มชนิดดังกล่าวมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพกับเด็ก เช่น โรคอ้วน ฟันผุ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ปวดท้อง และ สมาธิสั้น