อย. สั่งระงับยารักษาโรคความดันโลหิตสูง 2 ตำรับ

อย. สั่งระงับยาวาลซาร์แทน รักษาโรคความดันโลหิตสูง 2 ตำรับ หลังพบมีการปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง ขอผู้ใช้ยอย่ากังวล ชี้ ยังสามารถใช้ยาวาลซาร์แทนในตำรับอื่นได้

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) มีแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน เกี่ยวกับการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ยาที่มีส่วนประกอบของวาลซาร์แทน ที่ใช้วัตถุดิบตัวยาสำคัญจากบริษัท Hetero Labs Limited ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศอินเดีย

เนื่องจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสารปนเปื้อน N-Nitrosodimethylamine (NDMA) อยู่ในระดับมากเกินระดับที่ยอมรับได้ โดยพบว่า บริษัท Hetero Labs Limited มีกระบวนการผลิตวัตถุดิบคล้ายคลึงกับ Zhejiang Huahai Pharmaceuticals, China ที่เคยพบปัญหาการปนเปื้อน NDMA เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 นั้น

ในประเทศไทยพบว่า มีข้อมูลการจดแจ้งการนำเข้าเภสัชเคมีภัณฑ์วาลซาร์แทน ที่มีแหล่งผลิตจากบริษัท Hetero Labs Limited ประเทศอินเดีย โดยผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบัน จำนวน 2 แห่งคือ บริษัท แคมเบอร์ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด และบริษัท บีเจซี สยาม เคม จำกัด และมีผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาวาลซาร์แทน ที่มีการใช้วัตถุดิบตัวยาสำคัญ วาลซาร์แทน จากแหล่งผลิตดังกล่าว จำนวน 1 แห่งคือ บริษัท มิลลิเมด จำกัด โดยมีทะเบียนตำรับทั้งสิ้น 2 ตำรับ ได้แก่

1. ยา DOFORGE-160ทะเบียนตำรับยา เลขที่ 1A 1/58 (NG)

2. ยา VALSAN-160 ทะเบียนตำรับยา เลขที่ 1A 12/59 (NG)

สำหรับทะเบียนที่มีตัวยาสำคัญวาลซาร์แทน ที่ยังสามารถใช้ได้อยู่ในปัจจุบันรวมทุกความแรง มีจำนวน 36 ทะเบียนตำรับ แบ่งเป็นของผู้นำเข้า 31 ตำรับ และของผู้ผลิตในไทย 5 ตำรับ

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อถึงมาตรการสำหรับกรณีที่พบปัญหาดังกล่าว โดย อย. ได้มีคำสั่งให้ผู้นำหรือสั่งฯ เภสัชเคมีภัณฑ์ทั้งสองแห่งคือ บริษัท แคมเบอร์ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด และ บริษัท บีเจซี สยาม เคม จำกัด ให้ระงับการจำหน่าย พร้อมทั้งให้แจ้งข้อมูลรายละเอียดการนำเข้าและขายเภสัชเคมีภัณฑ์ วาลซาร์แทน แต่ละรุ่นผลิตที่นำเข้ามาจากแหล่งผลิตจาก Hetero Labs Limited ประเทศอินเดียดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ให้ อย. ทราบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2561

และสำหรับผู้รับอนุญาตผลิตฯ คือ บริษัท มิลลิเมด จำกัด ให้ระงับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วาลซาร์แทน ที่ใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิต Hetero Labs Limited ประเทศอินเดีย พร้อมให้เรียกเก็บผลิตภัณฑ์วาลซาร์แทน ทั้งสองเลขทะเบียนตำรับตามข้างต้นทุกรุ่นการผลิต คืนจากท้องตลาดภายใน 15 วัน โดย อย. จะดำเนินการควบคุมการทำลายต่อไป รวมถึงได้แจ้งเตือนภัยเร่งด่วน (Rapid Alert) ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศอีกด้วย

ในการนี้ อย. ขอความร่วมมือผู้ใช้ยาตรวจสอบเลขทะเบียนตำรับของผลิตภัณฑ์ยาวาลซาร์แทนที่ใช้อยู่อีกครั้ง หากพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ยา DIOFORGE–160 และยา VALSAN-160 ให้ส่งคืนกลับสถานพยาบาลหรือร้านยาที่จ่ายยาให้แก่ท่าน เพื่อให้ผู้ผลิตทำการรวบรวมตามคำสั่งเรียกเก็บยาคืนจากท้องตลาด และ อย.จะได้ควบคุมการทำลายยาที่ส่งคืนดังกล่าวต่อไปตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยที่เคยได้รับผลิตภัณฑ์ยา วาลซาร์แทนดังกล่าว สามารถพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำปรึกษา และจ่ายยาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละรายต่อไป ทั้งนี้ อย. ยังคงติดตามเฝ้าระวังการปนเปื้อนสาร NDMA ในยาวาลซาร์แทนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าหวั่นวิตกและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ อย. หากพบการใช้ยาใดมีปัญหา อย. จะรีบรายงานเตือนภัยให้สาธารณชนทราบอย่างเร่งด่วน รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้าย

แจ้งขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ

แจ้งขยายเวลาการระบายน้ำ เขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ วันละ 53 ล้าน ลบ.ม. หลังฝนตกเหนือเขื่อนมากทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น

วันที่ 26 ส.ค. 2561 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้มีการออกหนังสือเรื่องขอขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ ถึงหัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี โดยระบุว่า

ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายผ่านทางระบายน้ำล้น (spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นการระบายน้ำวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 23-27 สิงหาคม 61 นั้น

จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ายังมีปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนมาก จึงเป็นเหตุให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามประกาศของศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ.ฉบับที่ 1/2561 เรื่องแผนการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ และข้อสั่งการของผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงขอขยายเวลาการระบายน้ำผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้านลบ.ม. ผ่านช่องทางระบายน้ำล้น ( spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมการระบายน้ำวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อไปจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561 และจะติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนเพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำต่อไป

ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ จึงขอแจ้งประสานงานให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ระบายน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่างๆ ที่ผิดปกติ สามารถสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรงที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ หมายเลข 0-2436-8739 หรือ 0-3459-9077 ต่อ 3110, 3111 และติดตามเหตุการณ์ทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://www.vrk.egat.com หรือ Application EGAT Water

ขอบคุณข้อมูลจาก เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี

คองโกใช้ยาตัวใหม่ระงับอีโบลาระบาด ดับ 67 คน

ทางการคองโก เผยยอดผู้เสียชีวิตจากการระบาดของเชื้ออีโบลา เพิ่มขึ้นเป็น 67 คนแล้ว พร้อมเผยได้นำยาตัวใหม่ออกมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสอีโบลา

วันที่ 25 ส.ค.2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงสาธารณสุขคองโก ได้รับรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาทั้งหมด 105 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา และได้รับการยืนยันจากผลตรวจของห้องแลบแล้ว 77 ราย มีผู้เสียชีวิต 67 ราย และ อีก 10 คนสามารถฟื้นตัวได้

ทั้งนี้นายโอลี อิลังกา คาเลงกา รัฐมนตรีสาธารณสุขคองโก ระบุว่าผู้ป่วย 2 รายใน 10 รายที่สามารถหายจากเชื้อไวรัสได้ เป็นผู้ได้รับยาชนิดใหม่ที่พัฒนาในสหรัฐ และมียาอีก 4 ชนิดได้รับการรับรองว่าสามารถรักษาเชื้อไวรัสอีโบลาได้