‘จอห์น แมคเคน’ ส.ว.อเมริกัน’ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

‘จอห์น แมคเคน’ วุฒิสมาชิกชาวอเมริกันและอดีตผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง

วันที่ 26 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “จอห์น แมคเคน” วุฒิสมาชิกอเมริกันและอดีตผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตแล้วในวัย 81 ปี จากโรคมะเร็งสมองชนิดร้ายแรง หลังจากเข้ารับการรักษามาตั้งแต่ปี 2017

จอห์น แมคเคน

รายฃานระบุว่า ก่อนที่จอห์น แมคเคน จะเสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 25 สิงหาคม ตามเวลาในท้องถิ่นที่ผ่านมาเพียงไม่นาน ครอบครัวของ จอห์น แมคเคน ได้ออกแถลงการณ์ ถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งสมอง พร้อมกับประกาศหยุดกระบวนการรักษา เนื่องจากเชื้อมะเร็งยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอายุที่มากขึ้น ทำให้ เจ้าตัวตัดสินใจไม่รักษาตัวต่อ

เมื่อกล่าวถึงชีวิตส่วนตัวของ จอห์น แมคเคน ผู้คนรู้จักเขาในฐานะนักการเมืองชื่อดัง เคยเป็นทหารร่วมรบในสงครามเวียดนาม และถูกจับตัวเป็นเชลยสงครามอยู่นาน 5 ปี หลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นการเมือง ก่อนจะได้รับตำแหน่งเป็นเป็นวุฒิสมาชิกของวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากรัฐแอริโซนา โดยสังกัดพรรครีพับลิกัน และเคยลงสมัครท้าชิงเป็นประธานาธิบดีถึง 2 สมัย ในปี 2000 และ 2008 แต่กลับพ่ายแพ้ไปทั้ง 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตามนาย “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ทวิตเตอร์กล่าวอาลัยถึงการจากไปของ จอห์น แมคเคน โดยระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของท่านวุฒิสมาชิก จอห์น แมคเคน เราจะอาลัยและระลึกถึงท่านเสมอ ”

ที่มา edition.cnn.com

กรมชลฯ ชี้แจงกรณีข่าวน้ำท่วม ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการนำเสนอข่าวเกิด น้ำท่วม พื้นที่ ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผลกระทบมาจากน้ำล้นอาคารระบายน้ำล้นอ่างเก็บน้ำลำคันฉู

วันนี้ (26 ส.ค.) นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน ได้ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ตั้งแต่วันที่ 20-21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ส่งผลให้ในวันที่ 22-23 สิงหาคม 2561 น้ำในลำคันฉูและลำน้ำสาขามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่เป็นพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านทุ่งตาลาด ต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ประมาณ 500 ไร่ และท่วมพื้นที่อาศัยของราษฎร บ้านเพชรสำโรง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ จำนวน 10 หลังคาเรือน

สำหรับอ่างเก็บน้ำลำคันฉู มีปริมาณความจุ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ได้ทำการพร่องน้ำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 ในอัตราวันละ 140,000 – 200,000 ลูกบาศก์เมตร จนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 27 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 63.38%) แต่เนื่องจากฝนที่ตกหนักในช่วงระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม ที่ผ่านมาทำให้น้ำไหลเข้าอ่างฯ ถึง 15.367 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ในวันที่ 25 สิงหาคม 2561 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 41.39 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97.18% ของความจุ

ซึ่งปัจจุบันน้ำยังไม่ล้นอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ของอ่างเก็บน้ำตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และในขณะเดียวกันโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ได้ชะลอการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2561 ในอัตราวันละประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 10% ของปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำคันฉู เท่านั้น น้ำที่เอ่อล้นตลิงเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงเกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ด้นท้ายอ่างฯ

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงสถานการณ์และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบนได้ลงพื้นที่เสริมกระสอบทรายตามแนวตลิ่งที่ลุ่มต่ำ รวมถึงได้ตรวจเยี่ยมและประเมินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ร่วมกับจังหวัดชัยภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ได้ชะลอการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำลำคันฉู เพื่อให้ลำน้ำสาขาสามารถระบายน้ำได้มากที่สุด เมื่อปริมาณน้ำในลำน้ำสาขาและลำคันฉู มีปริมาณลดลง จะดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยด่วน

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ไว้ช่วยเหลือทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 3 วันนี้

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก กรมชลประทาน

พระป่านำชาวพุทธเยือนวัดเขมร ถวายเทียนพรรษา-ปลูกป่าหมื่นต้น

พระป่านำชาวพุทธเยือนวัดเขมร ถวายเทียนพรรษา-ปลูกป่าหมื่นต้น กระชับสัมพันธ์อาเซียน

วันที่ 25 ส.ค. 2561 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานจากวัดกุ้กพลุ๊ก ตำบลโกนกรีล อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ได้ร่วมกับนายวาด ปารานิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกต้นไม้เสริมสัมพันธไมตรีอาเซียนไทย-กัมพูชา ซึ่งพระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุติและเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น โดยนำพุทธศาสนิกชนชาวไทย ไปร่วมกับประชาชนชาวกัมพูชาจำนวนมาก ร่วมกันประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา จำนวน 10 คู่ และถวายผ้าอาบน้ำฝนให้แก่วัดในเขตอำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย จำนวน 10 วัด ซึ่งเป็นวัดที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องใช้เครื่องปั่นไฟในการจัดกิจกรรมทางศาสนา พร้อมทั้งจัดทอดผ้าสามัคคี 2 ชาติ ได้เงินถวายวัดกุ๊กพลุ๊ก จำนวนเงินทั้งสิ้น ประมาณ 1 แสนบาทเศษ มีการแสดงวัฒนธรรมไทยให้ชาวกัมพูชาได้ชมด้วย

จากนั้น ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 10,000 ต้น ประกอบด้วย ไม้พะยูง ไม้ยางนา ไม้ประดู่ และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ซึ่งนายสุปัญญ์ เทียนดำ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี และคณะได้นำมามอบให้ปลูกที่วัดแห่งนี้ โดยมีพระครูบุญ สาลวด เจ้าคณะจังหวัดอุดรมีชัย พร้อมด้วยนายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะสงฆ์ชาวกัมพูชาและชาวไทย ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานแล้ว เนื่องจากว่ามีการจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนาร่วมกันเป็นประจำ และมีการแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันอยู่เสมอที่วัดไพรพัฒนา การได้มาร่วมกันจัดกิจกรรมที่วัดกัมพูชาแห่งนี้ นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญเพราะว่า เป็นการเสริมสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 ชาติไทย-กัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม และตนขอเชิญชวนชาวกัมพูชาได้เข้าไปท่องเที่ยวที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย และที่สำคัญก็คือ ขอเชิญไปกราบไหว้สรีระสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สรวง ที่วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

นายวาด ปารานิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตนเคยเดินทางเข้าไปที่วัดไพรพัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย หลายครั้ง เพื่อประกอบพิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งการที่พระครูโกศลสิกขกิจ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำประชาชนชาวไทยเข้ามาร่วมกันจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีงามน่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าชาวกัมพูชาและชาวไทยล้วนแต่นับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน ซึ่งการปลูกต้นไม้ในครั้งนี้จะช่วยให้จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา มีความชุ่มชื้นร่มเย็นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่ประชาชนชาวกัมพูชาและประชาชนชาวไทยร่วมกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาที่วัดแห่งนี้

พระครูโกศลสิกขกิจ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย การถวายเทียนพรรษา การถวายผ้าอาบน้ำฝน และการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำเอาเงินไปสมทบทุนในการบูรณะวัดกุ้กพลุ๊ก ที่กำลังมีการก่อสร้างศาสนสถานอยู่หลายส่วน เป็นการจัดกิจกรรมที่วัดไพรพัฒนาจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรี ระหว่างชาวพุทธไทยและชาวพุทธกัมพูชาให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยการใช้มิติทางพระพุทธศาสนา และเพื่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะส่งผลดีต่อทางการด้านการค้าและการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ชาติ ในประเทศอาเซียน อีกด้วย