กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 25 ส.ค. 2561

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 25 ส.ค. 2561 ทั่วไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และเกาะไต้หวัน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุดีเปรสชันอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายกปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สบส. สนธิกำลังบุกค้นคลินิกฉีดฟิลเลอร์ หลังมีผู้เสียหายร้องเกิดอาการติดเชื้อ

สบส. สนธิกำลังตำรวจและอย. บุกตรวจคลินิกเสริมความงามย่านสีลม พบหลักฐานการรักษาพยาบาลแต่กลับไม่มีแพทย์ดูแล

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการเสริมความงามย่านสีลม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวรายหนึ่งว่ารับบริการศัลยกรรมหน้าอกและเกิดอาการติดเชื้ออักเสบมาเป็นแรมปี พบหลักฐานการให้บริการรักษาพยาบาลแต่กลับไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการดูแล จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งเข้าร้องเรียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับคลินิกแห่งหนึ่งย่านสีลม หลังเข้าทำศัลยกรรมหน้าอกด้วยวิธีการฉีดฟิลเลอร์แล้วเกิดอาการติดเชื้อและอักเสบ จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมานานนับปีนั้น

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้สนธิกำลังกับพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย กรม สบส. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยื่นคำร้องขอออกหมายค้นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้

เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านสีลม ซึ่งขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวไม่พบตัวแพทย์ผู้ดำเนินการ แต่กลับพบเอกสารการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโดยไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการดูแล ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 35 (1) ฐานไม่จัดให้มีแพทย์ประจำสถานพยาบาลตามวิชาชีพในช่วงเวลาทำการ มีโทษทั้งจำและปรับ

นายแพทย์ธงชัย กล่าวต่อว่า การให้บริการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลทั่วไปหรือเสริมความงาม จะต้องกระทำโดยแพทย์ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพจากแพทยสภาเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาลดำเนินการกับชีวิตของผู้ป่วยต้องมีการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การที่คลินิกเปิดทำการโดยที่ไม่มีแพทย์ดูแลนั้นจึงเป็นอันตรายอย่างมาก เสี่ยงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายจนถึงขั้นเกิดความพิการหรือถึงเสียชีวิตกับตัวผู้รับบริการได้

ซึ่งกรม สบส.จะส่งข้อมูลให้สภาวิชาชีพดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบในฐานความผิดอื่นๆ ต่อไป สำหรับกรณีการทำศัลยกรรมหน้าอกที่เกิดปัญหาการติดเชื้อ พนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์ว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุทางคลินิกมีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานการ

ที่มา  กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

สั่งเตรียมแผนเฝ้าระวังพายุลูกใหม่ หลังมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ในอ่างเก็บน้ำ

สั่งติดตั้งระบบโทรมาตรวางแผนบริการจัดการน้ำและแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ เผย มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่-กลางปริมาณน้ำเกิน 80% แล้ว 10 แห่งเฝ้าระวังพายุก่อนสิ้นฤดูฝน

วันนี้ (24 ส.ค.61) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/2561 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ 4 ภูมิภาค และผลการดำเนินงานคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว ซึ่งได้มีการประชุมวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทุกวัน

พร้อมทั้งมีการออกประกาศ สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องขณะนี้ออกประกาศไปแล้วถึง 7 ฉบับ และให้มีการรายงานสภาพภูมิอากาศและการคาดการณ์ เป็นรายวันกรณีปกติ ราย 3 ชั่วโมงกรณีเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และรายรายชั่วโมงกรณีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบระบบโทรมาตรให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. พิจารณาติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำฝนบริเวณพื้นที่ต้นน้ำสำคัญๆซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน รวมทั้งอ่างเก็บน้ำของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานด้วย

สำหรับในเรื่องสถานการณ์น้ำนั้น ที่ประชุมได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้ง 35 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ที่มีความจุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. โดยจะต้องคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น พร้อมให้เสนอแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ แผนระบายน้ำเช่นเดียวกันกับกรณีเขื่อนแก่งกระจาน ตลอดจนแผนที่แสดงผลกระทบจากการระบายน้ำกรณีระบายน้ำปริมาณต่างๆ

รวมทั้งให้บริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำที่มีความจุเกิน 80 % และมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งเกณฑ์การควบคุมระดับน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อใช้สำหรับติดตามกำกับต่อไป ซึ่งขณะนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ รวมถึงมีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) มีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนน้ำอูน เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนรัชชประภา ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณเกินความจุ 80% มีจำนวน 3 แห่ง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้ให้กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านเทคนิคการดูแลบำรุงรักษา และการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และให้ติดตามรายงานสภาพน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กให้ สทนช.รวบรวมวิเคราะห์และสรุปเพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งให้ สสนก.จัดทำระบบฐานข้อมูลรายงานสภาพน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแบบออนไลน์ โดยให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานเป็นผู้รายงานด้วย

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถาน การณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า สภาพอากาศในช่วงวันที่ 24 – 29 ส.ค. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยายังได้คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน (ดีเปรสชั่น โซนร้อนและไต้ฝุ่น) จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวน 1-2 ลูก ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. และมีโอกาสสูงที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. มีโอกาสที่พายุจะเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนเข้าสู่บริเวณภาคใต้ อย่างไรก็ตาม แม้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งจะมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก แต่ก็มีอ่างเก็บน้ำจำนวนไม่น้อยที่มีปริมาณค่อนข้างต่ำ

โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ ที่ประชุมจึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำน้อยด้วย อาทิ แผนการทำฝนหลวงในพื้นที่อ่างเก็บน้ำมีความจุน้อยกว่า 30% และขอให้เตรียมการจัดทำแผนการส่งน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย