ชป. แจงกรณีชาวนาเมืองคอนเดือดร้อนขาดน้ำ ร้องชลประทานแบ่งน้ำให้ทั่วถึง

กรมชลประทาน ชี้แจงข่าวกรณีชาวนาหลายร้อยครัวเรือนจังหวัดนครศรีธรรมราช เดือดร้อนน้ำไม่พอทำนาข้าว ร้องกรมชลประทานแบ่งปันน้ำอย่างทั่วถึง

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า พื้นที่การเกษตรตามข่าวที่ชาวนาใน 2 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความเดือดร้อน ประกอบด้วย หมู่ที่ 7 หมู่ที่ 11 หมู่ที่ 12 ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 12 ตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ รวมพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่การสูบน้ำโดยเกษตรกรพื้นที่ MD๕ พื้นที่ประมาณ 40,000 ไร่ ใช้น้ำต้นทุนจากคลองเชียรใหญ่และน้ำนอนคลองที่เก็บกักในคลองชักน้ำที่กระจายทั่วพื้นที่

ส่วนพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่ใช้น้ำต้นทุนจากคลองเชียรใหญ่คือพื้นที่ชลประทาน MC2 พื้นที่รับประโยชน์ 12,300 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ปากพนังล่าง โดยที่ผ่านมาโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังตอนล่าง ได้บริหารจัดการน้ำด้วยการปิดประตูระบายน้ำเชียรใหญ่ เพื่ออัดน้ำเข้าคลอง MC2 และคลองสาขา เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่ MC๒ และพื้นที่ MD5 แต่หากเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ในพื้นที่ MC2 จะมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า MC2 สูบน้ำจากคลองเชียรใหญ่เข้าคลองดาดคอนกรีต เพื่อส่งน้ำเข้าพื้นที่

ในส่วนของพื้นที่ MD5 เกษตรกรจะสูบน้ำจากคลองเชียรใหญ่เข้าสู่คลองสาขาและสูบน้ำเข้าพื้นที่ โดยมีหยุดสลับการสูบน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อให้พื้นที่การเกษตรรอบข้างมีการใช้น้ำอย่างทั่วถึง ปัจจุบันระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำเชียรใหญ่อยู่ที่ระดับ -0.190 เมตร(รทก.) หรือต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.50 เมตร ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งความรุนแรงก็จะขึ้นกับความสูงต่ำของสภาพภูมิประเทศ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นกรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้วางแนวทางแก้ไขในระยะเร่งด่วน โดยนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ของกรมชลประทาน สูบน้ำต้นทุนจากลำน้ำสายหลัก(คลองเชียรใหญ่) เข้าสู่ลำน้ำสาขาเพื่อกระจายเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก ซึ่งในวันนี้(24 สิงหาคม 2561) ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เรียบร้อยแล้ว เพื่อสูบน้ำจากคลองหลักเข้าคลองสาขา รวมทั้งการสูบน้ำจากคลองสาขาเข้าสู่คลองชักน้ำ โดยการใช้เครื่องสูบน้ำของหน่วยงานท้องถิ่นและเครื่องสูบน้ำของเกษตรกรเอง เพื่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกต่อไป

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กรมชลประทานได้เตรียมการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำบริเวณปากคลองสาขาต่างๆ เพื่อเก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารท่อระบายน้ำ(ทรบ.)คลองแดน และอาคารบังคับน้ำบ้านบ่อทราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561 และจะสามารถเก็บกักน้ำในคลองสาขาเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ MD5 สามารถสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรได้

รวมทั้งการก่อสร้างสถานีสูบน้ำถาวร เพื่อสูบส่งน้ำต้นทุนจากแม่น้ำปากพนังเข้าสู่ลำน้ำหลัก เป็นการเพิ่มศักยภาพและความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างประตูระบายน้ำเชียรใหญ่ 2 พร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561 และหากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถสูบน้ำจากแม่น้ำปากพนังเข้าคลองหลักเพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่ MC2 และพื้นที่ MD5 ต่อไป

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการลดข้อขัดพิพาทระหว่างกลุ่มชาวนาผู้ใช้น้ำ กรมชลประทานได้เร่งลงพื้นที่พบปะพูดคุยสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร เพื่อร่วมกันวางแผน แก้ไข และช่วยกันบริหารจัดการน้ำให้ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง เพียงพอ และเท่าเทียม

ที่มา  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน

ปตท. ขึ้นราคาน้ำมัน เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 40 สต. เว้น E85 ขยับ 20 สต.

ปตท. ขึ้นราคาน้ำมัน เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 40 สต. เว้น E85 ขยับ 20 สต. มีผลพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) เวลา 05.00 น.

บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ประกาศปรับราคาน้ำมันขายปลีกกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร  ยกเว้น E85 เพิ่มขึ้น 0.20 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลและดีเซลพรีเมี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะมีผลพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95 = 37.26

แก๊สโซฮอล์ 95 = 30.15

แก๊สโซฮอล์ 91 = 29.88

E20 = 27.14

E85 = 21.39

ดีเซล = 29.19

ดีเซลพรีเมี่ยม = 32.19

(ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร)

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่เปรู เบื้องต้นไม่ยังเตือนสึนามิ ไร้รายงานเสียหาย

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นที่เปรู ในพื้นที่พรมแดนติดกับบราซิล แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงแอฟริกา แต่ยังไม่เตือนสึนามิ และไร้รายงานเสียหาย 

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูดขึ้นที่บริเวณชายแดนประเทศเปรูติดกับราซิล ห่างจากเมืองเปอร์โตมัลโดไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 250 กม./ชม.

ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงแอฟริกา แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานเตือนภัยสึนามิ และยังไม่มีรายงานความเสียหายอต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป