ชาวคองโก เสียชีวิตจากโรคอีโบลาแล้วกว่า 60 คน

เชื้อไวรัสอีโบลากลับมาแพร่ระบาดเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 60 คนแล้ว

วันที่ 24 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณี กระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโกรายงาน ในระหว่างวันที่ 1-22 ส.ค. ที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา ที่กลับมาแพร่ระบาดในจังหวัดคิวูเหนือ ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 61 คน

 อีโบลา
อีโบลา

ทั้งนี้ผู้ป่วยสะสมจากเชื้ออีโบลารวมทั้งสิ้นมีจำนวน 103 คน โดย 34 เคสได้รับการตรวจสอบและยืนยันจากห้องปฏิบัติการแล้วว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา ส่วนอีก 27 เคสที่เหลือ แค่มีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากเชื้อดังกล่าวเท่านั้น

หลังองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประกาศการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดเดียวกัน ในจังหวัดเอกาเตอร์ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งแพร่ระบาดอย่างหนักเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 33 คน หลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ จึงเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในจังหวัดคิวูเหนือ

องค์กรอนามัยโลกระบุว่า เชื้อไวรัสอีโบลาที่แพร่ระบาดที่ดีอาร์คองโกครั้งนี้ ยังคงเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่เคยแพร่ระบาดในหลายประเทศทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ระหว่างปี 2556-2558 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11,300 คน และล้มป่วยอีกราว 28,600 คน.

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกนับเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่ปี 2519 ที่นักวิทยาศาสตร์พบเชื้อนี้เป็นครั้งแรก และตั้งชื่อเชื้อนี้ตามชื่อแม่น้ำอีโบลาที่อยู่ในคองโก

ผบ.ตร. สั่งห้าม ตำรวจปกปิดใบหน้า ขณะปฏิบัติหน้าที่กับประชาชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกวิทยุสั่งการกำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรในภาพรวม ห้ามตำรวจปกปิดใบหน้า ขณะปฏิบัติหน้าที่กับประชาชน

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ถึง ผู้บัญชการและผู้บังคับการทุกหน่วย ใจความว่า จากวิทยุสั่งการกำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรและการบริหารจัดการจราจรในภาพรวมของ ตร.เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีการนำภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ในทางที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ในภาพรวมของตร. ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทุกสายงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส จึงให้ปฏิบัติดังนี้

กำชับผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะสายงานป้องกันปราบปราม แระจราจรทุกนาย ต้องแต่งเครื่องแบบให้เรียบร้อยขณะปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีที่ต้องสื่อสารกับประชาชน ไม่ว่าทั้งการให้บริการ ช่วยเหลือ การตรวจค้น และหรือจับกุมบังคับใช้กฎหมาย จะต้องใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเหมาะสม แสดงตนโดยเปิดเผย ห้ามปกปิดใบหน้า สวมหมวกผ้า หรือไหมพรมคุมศีรษะ หรือหมวกโม่ง

ทั้งนี้ สำหรับเจ้าหน้าที่สายตรวจ และจราจรสามารถสวมผ้า หรือหน้ากากกันฝุ่นขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยจากมลภาวะทางอากาศได้ แต่เมื่อต้องสื่อสารกับประชาชนให้แสดงตนโดยเปิดเผย โดยผู้บังคับบัญชาต้องกวดขันพฤติกรรม อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และกรณีตรวจพบการกระทำผิดหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยเฉพาะมีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เกิดความเสียหาย ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบบกพร่องให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่หากข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ตรงข้อเท็จจริงให้รายงานโฆษกตร. บช. หรือ บก. เพื่อชี้แจงต่อไป  คำสั่ง ผบ.ตร.ให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด

ตื่นตา นาทีน้ำทะลักจากเขื่อนขุนด่านฯ หลัง จนท.ระบายน้ำในฤดูฝน

ไม่ต้องตกใจ คลิปมวลน้ำมหาศาลถูกปล่อยจากเขื่อนขุนด่านปราการชล เพื่อระบายน้ำช่วงฤดูฝน ไม่ใช่เรื่องกลัวเขื่อนจะแตกแต่อย่างใด

วันนี้ (24 ส.ค. 2561) เพจ UShare-เตือนภัย ได้มีการเผยแพร่ระทึกขณะมวลน้ำจำนวนมหาศาล ถูกปล่อยออกจากเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครรนายก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ก่อนจะพากันถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมาก

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า น้ำจำนวนมากถูกปล่อยออกมาจากช่องระบายน้ำ จนทำให้เกิดเป็นไอน้ำฟุ้งขึ้นเต็มบริเวณ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นวิธีการระบายน้ำของเขื่อนตามปกติ เพื่อไม่ให้เขื่อนเก็บกักน้ำมากเกินไปในฤดูฝน ไม่ใช่เป็นการระบายน้ำเพราะกลัวเขื่อนแตกแต่อย่างใด

เขื่อนขุนด่าน, เขื่อนแตก, ข่าวจังหวัดนครนายก
เขื่อนขุนด่าน

สำหรับ เขื่อนขุนด่านปราการชล เดิมมีชื่อว่า เขื่อนคลองท่าด่าน เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก กั้นแม่น้ำนครนายก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน

เพราะที่ราบลุ่มนครนายก มีระดับน้ำใต้ดินมีการลดระดับหรือพื้นที่ลาดเทค่อนข้างมาก ทำให้น้ำไหลบ่ารุนแรงในช่วงฤดูฝน ส่วนบริเวณพื้นที่ชลประทานนครนายก เป็นพื้นที่ราบกว้างขวางมีระดับน้ำใต้ดินต่ำจึงเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งส่วนในฤดูฝนกลับเกิดปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบที่มีความลาดเอียงน้อยทำให้น้ำระบายออกยากน้ำจึงท่วมขังเป็นเวลานาน

การสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำนครนายกตอนบนจึงเป็นการชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลอย่างรุนแรงในช่วงฤดูฝนโดยจะกักเก็บน้ำไว้ และในทางกลับกัน จะสามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในฤดูแล้งได้แทนที่จะต้องเผชิญกับภัยแล้ง