เปิดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

เปิดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ หลังมีข่าวดังสุนัขรุมกัดเด็กดับ

โดยพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ฉบับแรกของไทย เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 เป็นต้นมา ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อคุ้มครองสัตว์มิให้ถูกทารุณกรรม และเจ้าของจะต้องจัดสวัสดิภาพให้สัตว์มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับสภาวะของสัตว์แต่ละชนิด พร้อมกำหนดบทลงโทษไว้ ดังนี้

ผู้ที่กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เจ้าของสัตว์ หรือผู้ใดที่ไม่จัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตามมาตรา 22 มาตรา 24 หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

นอกจากนี้ ศาลมีอำนาจสั่งห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้กระทำความผิดนั้นครอบครองสัตว์ หากเห็นว่าสัตว์อาจถูกทารุณกรรมหรือได้รับการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ไม่เหมาะสมอีก โดยจะมอบให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เห็นสมควรเป็นผู้ครอบครองหรือดูแลสัตว์นั้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.บ. ดังกล่าว ยังระบุถึงกรณีที่ไม่ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ตามมาตรา 21 ประกอบด้วย

1. การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร

2. การฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์

3. การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

4. การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่สามารถเยียวยา หรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน

5. การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา

6. การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์ หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน

7. การกระทําใด ๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ โดยผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์หรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นให้กระทําได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาต

8. การตัด หู หาง ขน เขา หรืองาโดยมีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ หรือการดํารงชีวิตของสัตว์

9. การจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณีท้องถิ่น

10. การกระทําอื่นใดที่มีกฎหมายกําหนดให้สามารถกระทําได้เป็นการเฉพาะ

11. การกระทําอื่นใดที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

แบงก์ช่วยเกษตรกร เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้าน ชำระหนี้เพียง 50%

สมาคมธนาคารไทย ช่วยเหลือเกษตรกร ลูกหนี้เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้าน ชำระหนี้เพียง 50% ขณะลูกหนี้เกินเกณฑ์จะชะลอบังคับคดีให้ถึงกลางปีหน้า

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสมาชิกธนาคาร และนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรที่เป็นลูกหนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

โดยที่ประชุมมีข้อตกลงจะช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกร เฉพาะเงินต้นไม่เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท โดยลดเงินต้นให้ 50% พร้อมยกหนี้ที่เหลือให้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการเกษตรเท่านั้น ส่วนลูกหนี้ที่มีมูลหนี้เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งมีจำนวน 244 ราย จะชะลอบังคับคดีและเจรจาเป็นรายๆ ไป

ด้านผู้อำนวยการสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน ระบุว่า จำนวนลูกหนี้ที่มูลค่าหนี้ไม่เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท มีทั้งสิน 692 ราย แต่เป็นลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เพียง 119 ราย ส่วนที่เหลือเป็นหนี้นอกภาคเกษตร เช่น กู้เพื่อใช้สอย

โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในปี 2549 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ธนาคารพาณิชย์ได้เจรจาหนี้และช่วยเหลือเกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 3,206 ราย คิดเป็นเงินประมาณ 1,207 ล้านบาท

มอบตัวแล้ว 2 สาวแฟนคลับ แอบเข้าเขตหวงห้าม หวังใกล้ชิดศิลปินเกาหลี

มอบตัวแล้ว 2 สาวแฟนคลับ แอบเข้าเขตหวงห้ามสนามบินสุวรรณภูมิ หวังใกล้ชิดศิลปินเกาหลี ด้านเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ช่วยเหลือเจอข้อหาสนับสนุนให้มีการกระทำผิด

วันที่ 21 ก.ย. 2561 รายงานข่าวแจ้งว่า 2 หญิงสาว ที่ปลอมตัวเข้าเขตหวงห้ามในท่าอากาศยานบินสุวรรณภูมิ หวังใกล้ชิดศิลปินเกาหลี ‘อีจงซอก’ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยได้ยอมรับว่ามีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจสินค้ากรมศุลกากร จึงขอความช่วยเหลือให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ

เบื้องต้น 2 หญิงสาว ถูกแจ้งข้อหาฐานกระทำความผิดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือบุกรุกท่าอากาศยาน ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ช่วยเหลือนั้น ได้เข้ามอบตัวแล้วเช่นเดียวกัน โดยยอมรับว่าต้องการช่วยเหลือเพื่อนและไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น

ส่วนบัตรพนักงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัดเดียวกันนั้น เป็นการหยิบฉวยมาโดยที่เจ้าของบัตรไม่มีส่วนรู้เห็น ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรรายนี้ฐานสนับสนุนให้มีการกระทำผิดมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือบุกรุก โดยจะมีการนัดส่งตัวให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องหลังพนักงานสอบสวนทำสำนวนแล้วเสร็จ