เสนอขึ้นทะเบียนผู้ที่เกี่ยวข้องการซื้อ-ขายงานศิลปะ

ผู้เชี่ยวชาญในวงการศิลปะ เผย ควรมีการขึ้นทะเบียนผู้ที่เกี่ยวข้องในการซื้อขาย “งานศิลปะ” เพื่อปิดช่องกลุ่มทุนที่จะเข้ามาผูกขาด

นายนิวัติ มหาบุณย์ อาร์ตดีลเลอร์ ผู้จัดนิทรรศการซื้อ-ขายผลงานศิลปะกว่า 10 ปี เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดมาตรฐานในการซื้อ-ขายผลงานศิลปะ โดยเฉพาะอาร์ตดีลเลอร์ ผู้จัดนิทรรศการฯ และคิวเรเตอร์ที่ทำหน้าที่วิจารณ์ผลงาน และวิเคราะห์ประวัติศิลปิน

เพราะไม่มีการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง จึงเปิดช่องให้กลุ่มทุนเข้ามาผูกขาดวงการศิลปะ ทั้งการเลือกอุปถัมภ์ศิลปิน และการตั้งราคาในตลาด

นอกจากนี้ อยากเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายงานศิลปะ ทั้งอาร์ตดิวเลอร์และคิวเรเตอร์ เพื่อให้มีกรอบพิจารณารายได้ที่ชัดเจน และต้องเสียภาษีเมื่อมีการซื้อขาย เพราะจะได้นำเงินกลับมาบำรุงศิลปิน และพัฒนางานศิลปะต่อไป

เปิดกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย คาดดัชนีขึ้นทดสอบ 1,755–1,760 จุด

แนวโน้ม หุ้นไทย คาดดัชนีปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,755 – 1,760 จุด ระวังแรงขายระหว่างวันกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง

บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (21 ก.ย.) ว่า แนวโน้มตลาด หุ้นไทย คาด SET Index ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,755 – 1,760 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว เนื่องจากได้ sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับขึ้นทำ New high ตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง

รวมถึงคลายความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจีนตอบโต้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐต่ำกว่าที่คาดไว้โดยเก็บภาษีที่ 5-10% วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลล่าร์ ประกอบกับคาดหวังการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทการค้า WTO กับจีนประเด็นคว่ำบาตรสหรัฐในวันนี้น่าจะได้ข้อสรุปในเชิงบวกซึ่งจะช่วยหนุนต่อทิศทางการลงทุนในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ควรระวังแรงขายในระหว่างวันที่จะกดดันให้ดัชนีมีสลับอ่อนตัวลงจาก Fund flow นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติชะลอตัวลง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ Selective Buy

กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTGC, TOP, PTTEP) ราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูง รวมถึงกระทรวงพลังงานเปิดยื่นเข้าประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณในวันที่ 25 ก.ย.

Domestic play รับผลบวกจากการเลือกตั้ง รับเหมา (STEC, SEAFCO) นิคมฯ (AMATA) กลุ่มค้าปลีกที่มีฐานลูกค้าต่างจังหวัด (ROBINS, CPALL, DCC, TK)

กลุ่มธนาคาร เทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น (BBL, SCB, KKP, TMB)

กลุ่ม defensive stock เช่น กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BCH, CHG) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, CKP, EA)

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ เผยทำร้ายสุนัขกัดเด็กไม่ผิดกฎหมาย

เลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ ระบุการฆ่าสุนัขที่วิ่งเข้ามากัด ไม่ถือว่าผิดกฏหมาย แต่เป็นการป้องกันตัว ส่วนเจ้าของสุนัขทำที่ร้ายเด็ก เสี่ยงติดคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท

จากกรณีสุนัข 3 ตัว รุมทำร้ายเด็กวัย 4 ขวบเสียชีวิต ในจังหวัดชัยภูมิ ล่าสุด ตำรวจ สภ.บ้านเขว้า ได้แจ้งให้ นายปิยะณัฐ แดงสร้อย อายุ 27 ปี เจ้าของสุนัขมารับทราบข้อหาควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ จนเป็นเหตุให้เด็ก 4 ขวบเสียชีวิต อาจมีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

นอกจากนี้ หากเมื่อเด็กที่เสียชีวิตเข้ามาให้ปากคำ ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วย โดยโทษก็จะสูงขึ้นไปอีก โทษจำคุกไม่น้อยกว่า10ปี ถือว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าจะสามารถทำร้ายสุนัขที่เข้ามากัดได้หรือไม่นั้น /ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ระบุว่า การเลี้ยงดูสุนัขแล้วไปสร้างความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น ไปกัดเด็กหรือไปกัดไก่ผู้อื่น เจ้าของต้องรับผิดชอบตาม ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 377 ถ้าผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจจะทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหาย ให้แก่ฝ่ายที่เสียหายจากสัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์นั้น

อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สิน ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ควรจะมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวสัตว์ และที่สำคัญต้องรับผิดชอบต่อผู้อื่นด้วย