นายกฯ สั่งจัดระเบียบการให้อาหารนกทั่วประเทศ

นายกฯ สั่งจัดระเบียบการ ให้อาหารนก ย้ำต้องไม่ทำร้ายสัตว์ ขอประชาชนงดให้อาหาร หวั่นเสี่ยงนำเชื้อโรคกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กรุงเทพมหานคร, จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดระเบียบการให้อาหารนกในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ และวัด

หรือแม้แต่พื้นที่ส่วนบุคคล แต่ส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียง หลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่าหลายแห่งปล่อยปละละเลย ให้อาหารนกเป็นประจำ จนจำนวนนกเพิ่มขึ้น กระทั่งสร้างความรำคาญและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

โดยนายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ แก้ไขปัญหาเรื่องความสะอาดอย่างเร่งด่วน แต่ต้องไม่ทำร้ายสัตว์ และเน้นขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกอย่างเด็ดขาด เพื่อลดจำนวนนกในแต่ละจุด โดยหากอยู่ในพื้นที่วัดขอให้กำหนดบริเวณให้อาหารในวงจำกัด เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับคนทั่วไป

เช่น กรณีท่าเรือวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ ที่มีการให้อาหารนกจำนวนมากโดยไม่สนใจป้ายห้าม จนส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตประชาชนที่สัญจรผ่าน หรือใช้บริการท่าเรือ สุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่มากับนก จนต้องปิดจมูก ปิดปากเพื่อป้องกันเชื้อโรค อีกทั้งยังกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้วย

โบรกคาด ‘หุ้นไทย’ ยังอยู่ในช่วงแกว่งตัวขึ้น มีปัจจัยในประเทศเป็นหลัก

โบรกคาด หุ้นไทย อยู่ในช่วงแกว่งตัวขึ้น อาจพักตัวระยะสั้นหลังปรับตัวขึ้นแรง 5 วันล่าสุด โดยปัจจัยในประเทศเป็นหลัก

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (20 ก.ย.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย SET Index คาดว่าจะแกว่งตัว Sideways พักตัวระยะสั้น หลังจากที่ปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงและเร็วในช่วง 5 วันล่าสุด อย่างไรก็ตามยังมองว่าตลาดยังอยู่ในช่วงของการแกว่งตัวขึ้นหนุนโดยปัจจัยในประเทศเป็นหลัก

ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองที่มีเสถียรภาพ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นและกระแสเงินทุนเริ่มเห็นพลิกมาไหลเข้าอีกครั้ง ขณะที่ประเด็นสงครามการค้าตลาดซึมซับข่าวลบไปมากแล้ว และผลกระทบอาจไม่มากอย่างที่เคยกลัว เรามองหุ้นในกลุ่ม Domestic Play ที่ยัง Laggard น่าจะ Outperform ตลาดได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนในกลุ่ม Domestic และ Laggard Play ระยะกลางยาวยังเน้นถือ Let Profit Run ขณะที่หุ้นเด่นเดือน ก.ย. ได้แก่ ASK, CHG, CK, CPALL, PRM

ย้อนปัญหาคนใจบุญเลี้ยงนก กระทบเพื่อนบ้าน

ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดประเด็น 2 ลุง-ป้าใจบุญ เลี้ยงกองทัพนกพิราบ ไว้ที่บ้านในเขตห้วยขวาง และหลักสี่ จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านไปตามๆ กัน ย้อนไปติดตามกัน

ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว หลายคนตกตะลึงกับสภาพบ้านของ นายวีระศักดิ์ สุนทรจามร ชายเก็บของเก่า ฉายา “ลุงนกพิราบ” ในซอยอุดมสุข แยกสุทธิสารวินิจฉัย เขตห้วยขวาง ที่หมักหมมไปด้วยสิ่งของ หรือขยะมากมาย แถมยังใจบุญเลี้ยงนกพิราบไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านข้างเคียง

นอกจากกลิ่นอันไม่โสภาแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี ทำให้ชาวบ้านต้องร้องเรียนหน่วยงานรัฐให้เข้ามาช่วยแก้ไข ตลอดจนมีการบอกเล่าเรื่องบ้านลุงนกพิราบ ผ่านโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นข่าวดัง ก่อนที่สำนักงานเขตห้วยขวาง จะเข้ามาดำเนินการปรับภูมิทัศน์ และทำความสะอาดบ้านของนายวีระศักดิ์ เป็นการใหญ่

หลังเรื่องเงียบหายไปพักหนึ่ง ต่อมาก็พบว่า นายวีระศักดิ์ ได้กลับไปเลี้ยงนกพิราบ และบริเวณบ้านก็ส่งกลิ่นเหม็นอบอวลเช่นเดิม โดยเจ้าตัวอ้างว่า รู้สึกสงสารนกที่บินกลับมา จึงเริ่มให้อาหารอีกครั้ง แถมพื้นที่ใหม่ที่สำนักงานเขตจัดให้ ก็อยู่ไกลถึงย่านพระรามเก้า จึงยืนยันว่า จะเลี้ยงนกพิราบที่บ้านต่อไป ทำให้ปัญหาดังกล่าว ยังไม่มีทีท่าจะยุติลงง่ายๆ

ถัดจากปัญหาบ้านของนายวีระศักดิ์ แล้ว เมื่อเร็วๆนี้ ก็เกิดเรื่องลักษณะคล้ายกันภายในชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เมื่อนางเดือนฉาย เพ็งปรีชา ถูกร้องเรียนว่า มีการเลี้ยงนกพิราบฝูงใหญ่ไว้บนบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน เนื่องจากมูลนกมหาศาลส่งกลิ่นเหม็นชวนรำคาญ และเป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรค แถมขนนกยังปลิวว่อนเข้าบ้านใกล้เรือนเคียง

กระทั่งเขตหลักสี่ ต้องเข้าแจ้งเตือน และขู่ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ซึ่งฝ่ายนางเดือนฉาย ก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าทำความสะอาดบ้านนางเดือนฉาย ยกใหญ่ จึงทำให้ปัญหาดังกล่าวยุติลง