ปัดฝุ่น โครงการกระเช้าภูกระดึง นักวิชาการเผยควรสร้าง

ปัดฝุ่น โครงการกระเช้าภูกระดึง นักวิชาการเผยควรสร้าง ติดตามรายละเอียดได้ในรายการทันข่าวเช้า ช่วง เดอะมอนิ่ง พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน เวลา 05.30 – 07.00 น. ทางโมโน 29

รศ.ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี กรรมการผู้อำนวย การศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทำงาน EIA การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง เปิดเผยถึง ความเป็นไปได้ในการก่อสร้างว่า จากการศึกษาพบว่า มีความเป็นได้ที่จะสร้าง เนื่องจากพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวคนที่ขึ้นประมาณ 6 หมื่นคน
ที่สามารถเดินขึ้นไปได้ และเฉพาะเพียงฤดูหนาวเท่านั้น

แต่หากมองเศรษฐกิจระยะยาวของ ที่จังหวัดเลย เมืื่อมีการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้า จะสามารถเปิดการท่องเที่ยวได้ทั้งปีและประเมิน ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็จะอยู่ที่ ปีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ที่สำคัญหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ก็สามารถที่จะลำเลียงผู้ป่วยลงมาได้ ทั้งนี้จากผลการศึกษา ยังชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุ คือคนที่มีรายได้ แต่ไม่มีโอกาส ซึ่งคนเหล่านี้ จะเป็นกลุ่มคนที่เข้ามาสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัด

ส่วนแนวทางการก่อสร้าง จะใช้เส้นทางรวม 35 กม.ห่างจากที่นักท่องเที่ยว เดิน ประมาณ 3กม.และมีเสาเพียง 7 ต้น รวมใช้พื้นที่ไม้ถึง 5ไร่ ยืนยันว่าผลการศึกษาไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพแน่นอน รวมถึงไม่กระทบ กลุ่มรับจ้างแบกสิ่งของแน่ แต่กลับจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามแผ้มีผลการศึกษาออกมาแล้วแต่สุดท้ายรัฐบาลก็ยังไม่มีชี้ชัดว่าหน่วยงานใด เป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างที่ชัดเจน

ติดตามรายละเอียดได้ในรายการทันข่าวเช้า ช่วง เดอะมอนิ่ง พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน เวลา 05.30 – 07.00 น. ทางโมโน 29

พบทางเท้านำคนตาบอดไปชนเสาไฟฟ้า แคบจนคนไม่กล้าเดิน ต้องลงมาเดินบนถนนแทน

พบทางเท้านำคนตาบอดไปชนเสาไฟฟ้า แถมแคบจนคนไม่กล้าเดิน ต้องลงมาเดินบนถนนแทน ทางหลวงไวแก้ไขทันที แจงเป็นจุดแคบที่สุดของถนน ทำทางเท้า 3.50 เมตร ตามมาตรฐานไม่ได้

ทางเท้าริมทางคู่ขนานของทางหลวงหมายเลข 11 ถนนเชียงใหม่ – ลำปาง ใกล้แยกรินคำ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่พบเห็น เพราะทางเท้าช่วงดังกล่าวที่มีความยาวประมาณ 15 เมตร กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร แคบกว่าทางเท้าทั่ว ๆ ไป และที่หลายคนเป็นห่วงก็คือทางเท้าที่คับแคบนี้ ตรงกลางมีเส้นทางเดินสีเหลืองสำหรับผู้พิการตาบอด ที่เมื่อเดินไปแล้วจะมีเสาไฟฟ้าขวางตรงกลางพอดีและไม่มีพื้นที่เหลือซ้ายขวาที่จะหลบได้

หลายคนบอกว่า ทางเดินที่นำทางคนตาบอดไปหาเสาไฟฟ้า หากมีคนตาบอดเดินผ่านมาคงเดินชนจนบาดเจ็บอย่างแน่นอน นอกจากนี้ประชาชนทั่วไปยังต้องเดินเว้นฟุตบาทช่วงดังกล่าว ลงมาเดินบนถนน เสี่ยงถูกรถชนด้วยเช่นกัน

เรื่องนี้ นายรังสรรค์ สุขชัยรังสรรค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ 2 ชี้แจงว่า จุดนี้เป็นจุดแคบที่สุดของเขตทางที่มีการขยายช่องจราจร ก่อนเข้าซอยสาธารณะ มีความยาวประมาณ 30 เมตร ไม่สามารถก่อสร้างทางเท้ากว้าง 3.50 เมตร ตามมาตรฐานได้ พร้อมยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของคนงานที่ดำเนินการก่อสร้างตามที่ได้รับคำสั่งมา โดยไม่พิจารณาถึงความเหมาะสม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานที่ไม่ตรวจสอบให้ละเอียด โดยหลังทราบเรื่องได้สั่งให้มีการแก้ไขด้วยการให้นำเส้นสีเหลืองที่ใช้นำทางคนตาบอดออก เปลี่ยนเป็นเส้นสีเขียวแทน เพราะทางเดินไม่กว้างพอสำหรับผู้พิการตาบอดและตอนนี้แก้ไขเสร็จแล้ว

สำหรับทางเท้าที่เป็นปัญหามีความยาวประมาณ 30 เมตร สาเหตุที่ทำทางเท้ากว้างตามมาตรฐานไม่ได้เป็นเพราะถนนคับแคบอยู่แล้ว แต่ทางเท้าตลอดช่วงที่มีการปรับปรุงขยายทางอีกกว่า 1,000 เมตร มีความกว้างไม่ต่ำกว่า 3.50 เมตร ตามมาตรฐานสากล

อาหารเสริม A- 4 อวดอ้างเกินจริง อกฟู-รูฟิต พบใช้เลข อย. ที่แจ้งยกเลิกทะเบียนแล้ว

พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร A – 4 โฆษณาเกินจริงอวดอ้างในลักษณะช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก ช่วยให้ระบบ ภายในดี พบเลข อย. ยกเลิกทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร A – 4 ทางเฟซบุ๊กชื่อ พวงแก้ว หลวงภักดี รวมถึงเฟซบุ๊ก กรติกา วัศยะโสภณ และเฟซบุ๊ก Beauty Shop โดยมีข้อความโฆษณาในลักษณะช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก ช่วยให้ระบบภายในดี ตกขาวหาย ฯลฯ จากการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวฉลากระบุเลขสารบบอาหาร 24-1-20555-1-0120 ผลิตโดยบริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด เลขที่ 95/64 หมู่ 1 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

ซึ่งใบอนุญาตผลิตอาหารขาดต่ออายุ และผู้ประกอบการได้แจ้งยกเลิกทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ถือเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมกันนี้ อย. ได้มีหนังสือสั่งระงับการโฆษณา รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว

รองเลขาธิการ ฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอเตือนผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย มารับประทานเป็นอันขาด ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เท่านั้น เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด ๆ เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายโดยคาดไม่ถึง และขอให้ผู้ประกอบการอย่าโฆษณาด้วยวิธีการต่าง ๆ ในลักษณะที่เกินความเป็นจริง