ปปป. บุกค้นบ้านเจ้าหน้าที่รัฐ หาเบาะแสคดีโกงภาษีน้ำมัน

ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในกรุงเทพมหานคร 2 จุด ย่านท่าข้าม และ ในซอยสาธุประดิษฐ์ 57 เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีโกงภาษีน้ำมัน

โดยจุดแรกในซอยสาธุประดิษฐ์ 57 เป็นบ้านพักของนายธีรพันธ์ ภู่บัวเผื่อน นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ด่านศุลกากรแม่สอด แต่ไม่พบตัว ซึ่งคนในบ้านแจ้งว่า นายธีรพันธ์ อยู่ต่างจังหวัด ตำรวจจึงแสดงหมายศาล ขอตรวจค้นภายในบ้าน เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไปตรวจสอบ

ด้าน พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. เปิดเผยว่า เป้าหมายวันนี้ เป็นการค้นบ้านเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาในคดีโกงภาษีน้ำมัน โดยมีพฤติกรรมลงชื่อในเอกสารปล่อยน้ำมัน โดยมิชอบและจงใจหลีกเลี่ยงภาษีน้ำมัน และเตรียมขยายผลเครือข่ายที่ร่วมกระทำผิด และตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินต่างๆ เพื่อใช้กฏหมายการฟอกเงินในการอายัดทรัพย์สิน

ทั้งนี้คดีดังกล่าวศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายคน หลังพบพฤติกรรมร่วมกับโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทแห่งหนึ่งใน จังหวัดชลบุรี ทำธุรกรรมกับบริษัทตัวแทนผู้ซื้อน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี และนำไปขายให้ปั๊มน้ำมันในเครือข่ายที่ จังหวัดพิษณุโลก และยังพบทำเป็นขบวนการเพื่อเลี่ยงภาษีน้ำมันในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะตามด่านแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมาและลาวอีกด้วย

ที่มา Policenews

สภาทนายฯ ส่งชื่อ ‘ทนายตั้ม’ สอบมรรยาท หลังถูกแฉเรียกรับเงินชาวบ้าน 5 แสน

จากกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้สภาทนายความ ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เกี่ยวกับการแอบอ้างเรียกเงินช่วยคดี 5 แสน ของสามีภรรยาคู่หนึ่งใน จ.สมุทรสาคร

ล่าสุดวานนี้ (28 ก.ย. 61) นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 23:0 เสียง เห็นว่า ให้ส่งรายชื่อ นายษิทรา ให้คณะกรรมการมรรยาท ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการมรรยาทขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกผู้ถูกล่าวหาและผู้กล่าวหามาสอบสวน เพื่อดูว่าบทลงโทษจะหนักหรือเบา และทันทีที่ผลการตรวจสอบออกจะต้องส่งมาให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณามีความเห็น ภายใน 30 วัน

โดยบทลงโทษการผิดมรรยาททนายความนั้นมี 3 ระดับ

1.การภาคทัณฑ์

2.การพักใช้ใบอนุญาตว่าความ ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี และหากผิดร้ายแรงบทลงโทษระดับที่

3. คือการลบชื่อออกจากบัญชีการประกอบวิชาชีพทนายความจากสภาทนายความ

ปิดอุทยานน้ำตกโยง อ.ทุ่งสง เมืองคอน หลังน้ำป่าเทือกเขาหลวงไหลทะลัก

ปิดอุทยานน้ำตกโยง อ.ทุ่งสง เมืองคอน หลังน้ำป่าเทือกเขาหลวงไหลทะลัก ขณะที่ ต.ถ้ำใหญ่ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

วานนี้ (28 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรานงานว่า ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอำเภอโซนภูเขา เช่น อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอบางขัน ส่งผลให้น้ำในคลองเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยใกล้ริมคลอง และบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มต่ำ

ส่วนที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาหลวง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำเชี่ยวกราด ขุ่นแดง ไหลลงจากภูเขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ออกประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานยังคงเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาหลวงที่ไหลผ่านน้ำตกโยง เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่รับน้ำจากอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำป่าอย่างใกล้ชิด

ด้าน เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง พื้นที่รับน้ำจากอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 1-10 ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำป่าอย่างใกล้ชิด เพื่อรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม พร้อมแจ้งให้ประชาชนเฝ้าติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดเกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนในหลายตำบลของ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ ตำบลถ้าใหญ่ น้ำเอ่อล้นคลองเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนหลายครัวเรือน ส่วนที่ อ.ทุ่งใหญ่ น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน เจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง อ.ทุ่งใหญ่ นำกำลังช่วยกันขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้หนีน้ำท่วม