เก๋งเสียหลักตกข้างทางไฟลุกท่วม คนขับรอดตายหวุดหวิด

รถเก๋งเสียหลักลงข้างทางเกิดไฟลุกไหม้รถ โชคดีขณะเกิดเหตุคนขับหนีออกมาจากรถได้ หวิดถูกย่างสด

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ. กฤตภาส ตาลาน ผกก สภ.แม่ใจ จ.พะเยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักลงข้างทางเกิดไฟลุกไหม้รถ จึงได้เดินทางออกไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิกู้ภัยร่มโพธิ์ มูลนิธิลือชา และรถดับเพลิง เทศบาลแม่ใจ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 6141 พย เสียหลักลงข้างทางบริเวณร่องกลางถนนจนเกิดไฟลุกท่วม โดยเจ้าหน้าที่ต้องประสานรถดับเพลิงเทศบาล ต.แม่ใจ เข้าดับเพลิงใช้เวลาความคุมเพลิงไว้ได้กว่า 20 นาที และไม่มีคนติดในรถ

ตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุผู้ขับขี่ได้ขับรถมาจากในเมืองพะเยาเพื่อจะกลับรถบริเวณร้านคลังครัวเรือน หมู่5 ต.แม่ใจ อ.แม่ใจ จ.พะเยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดรถเสียหลักลงข้างทางและเกิดไฟลุกไหม้จากหน้ารถ โชคดีขณะเกิดเหตุหนีออกมาได้โดยได้รับบาตเจ็บเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้รอสอบปากคำคนขับอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากยังอยู่ในอาการตกใจ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

พบรถกระบะดัดแปลงซุกยาไอซ์เกือบ 300 กิโลกรัม จอดทิ้งกลางสวนยาง

ยาไอซ์ซุกรถกระบะดัดแปลงจอดทิ้งไว้สวนยางพารา ถึง 279 กิโลกรัม มูลค่าหลายพันล้านบาท ใช้ฝักทอง พริกแห้งตบตาเป็นรถขายผัก

วันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่ในพื้นที่สวนยางพาราของบ้านเลขที่ 201 หมู่ที่ 4 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล โดยสายข่าวรายงานอีกว่าทางผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้พบแล้วแจ้งยังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งท้องที่ และตำรวจเพราะพบพิรุธในรถกระบะดังกล่าวว่ามาจอดทิ้งไว้เมื่อคืนนี้

ซึ่งท้ายรถพบพริกแห้ง ฟักทอง คิดว่ารถขายผัก สอบถามคนในระแวกไม่มีเจ้าของ จึงแจ้งทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรมะนัง เข้าตรวจสอบรถกระบะ ซึ่งรถด้านคนขับไม่ล็อก ไม่มีเอกสาร และที่ต้องตกใจคือพบลักษณะคล้ายซองชาสีเหลือง ซุกแน่นเต็มไปหมด

ทั้งนี้ทำให้ทางพล.ต.ต.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผบก.ภ.จ.สตูล พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน.2 และ นายยงยุทธ์ ถนอมศรีมงคล นายอำเภอมะนัง และ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา หน.ชปส.ภ.จว.สตูล พร้อมทีมงานตำรวจ เจ้าหน้าที่ชุดพิสูตรหลักฐาน

นำกำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองช่วยกันแกะห่อถุงชาจีนที่ซุกยาไอซ์มีนำหนักห่อละ 1 กิโลกรัมถูกอัดแน่นวางเรียงรายติดแน่นในพื้นที่ท้ายกระบะจำนวนมากและในแคบคนนั่งเช่นกัน พร้อมกับตรวจหาร่องรอยนิ้วมือทันทีเพื่อเบาะแสของผู้ต้องหา

เมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตัวจภูธรมะนัง จึงสังเกตรถกระบะสีขาวเป็นกระบะตอนครึ่งยี่ห้ออีซูซุ สีบรอน หมายเลขที่เบียน ตส 1090 กรุงเทพ เมื่อตรวจค้นพบมีฟักทองหลายลูกวางเรียงรายและกองถุงพริกแห้งอยู่บนท้ายกระบะ

แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ รถกระบะมีลักษณะพองๆป๋องๆจึงได้ทำการตรวจค้น และต้องผงะทันที เมื่อพบซองถุงสีเหลืองมีลักษณะคลายถุงห่อชาจีนจำนวนมากวางซ่อนอัดแน่น

ทันทีที่เข้าตรวจสอบกกระบะดังกล่าวตามซอกตามมุมพบรถกระบะถูกดัดแปลงตัดแต่งเป็นช่องเล็กๆ และบริเวณแผงประตูแคบก็พบยาไอซ์ ข้างๆท้ายกระบะตัดเป็นช่องๆทั้งกว้างและแคบเพื่อวางยาไอซ์ แต่ละซองมีน้ำหนักถึง ห่อละ 1 กิโลกรัม

ที่ปิดทับด้วยพลาสติกหน้าและตามด้วยฝักทอง พริกแห้งคาดว่าทำเพื่อสบตาเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ สำหรับปฏิบัติการตรวจยึดยาไอซ์ที่มีน้ำหนักชองละ 1 กิโลกรัมนั้นรวมทั้งหมดประมาณ 279 กิโลกรัมมีมูลค่าหลายพันล้านบาทหากส่งไปประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าแพงขึ้นเป็น 2 เท่า

ระทึกกลางดึก!! เรือโดยสารฝ่าคลื่นลม รับผู้บาดเจ็บสาหัสจากเกาะพะงัน

เรือโดยสารจากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องฝ่าคลื่นในทะเลที่มีกำลังแรง ไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน 2 รายจากโรงพยาบาลเกาะพะงัน มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561 ในเฟซบุ๊ก เพจ “รวมพลคนสมุยของแท้” มีผู้ใช้ชื่อว่า Havet Thai ไ้ด้โพสต์ภาพเหตุการณ์เมื่อเรือโดยสารจากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องฝ่าคลื่นในทะเลที่มีกำลังแรง ไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน 2 รายจากโรงพยาบาลเกาะพะงัน มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะสมุย พร้อมกับเขียนเรื่องราวว่า

“เมื่อกลางดึกของเช้าวันนี้ 02:00-04:00 กัปตันสุบิน มีเดช พร้อมด้วยนายสุริยา บัววารี ตำแหน่งต้นกล และลูกเรือทัพดาวราย ของบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ขณะจอดเทียบท่าที่วัดพระลาน เกาะสมุย ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ฉุกเฉินโดยการไปรับผู้ป่วยหนักชาวเยอรมัน และเมียนมาร์ ที่ประสบอุบัติเหตุ จากเกาะพะงัน มายังเกาะสมุย ต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ด้วยเหตุที่มีคลื่นลมแรงจัด เรือสปีดไม่สามารถวิ่งได้ ขอให้ผู้ป่วยทั้งสองท่านปลอดภัยด้วยครับ”

สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนี้เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อเวลา 22.40 น. ของคืนวันที่ 16 กันยายน บริเวณถนนหน้าทาวน์ร็อค ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน รถจักรยานยนต์ของแรงงานชายชาวเมียนมาร์ขี่มาพร้อมกับคนซ้อนท้าย 1 คน ไปชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ของชายชาวเยอรมันที่ขี่สวนทางมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย เป็นชายชาวเยอรมันไม่รู้สึกตัว และชายชาวเมียนมาร์ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ คู่กรณีทั้ง2 รายนี้ต้องส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ส่วนอีกคนผู้ซ้อนท้ายชาวเมียนมาร์บาดเจ็บเล็กน้อยรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะพะงัน

แต่ปัญหาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ เนื่องด้วยคลื่นลมที่มีกำลังแรงในทะเลอ่าวไทยทำให้เรือสปีดโบ๊ทของโรงพยบาลกรุงเทพสมุย ไม่สามารถวิ่งฝ่าคลื่นลมแรง ได้จึงได้ประสานที่ศูนย์ 1669 เพื่อหาเรืออื่นแทน เวลา 23.18น. ศูนย์ 1669 จึงได้ประสานไปตำรวจน้ำสมุย ได้แจ้งกลับว่ามีแต่เรือลำเล็ก ส่วนเรือลำใหญ่จะใช้ได้ในปลายเดือนกันยายนนี้

เวลา 23.29น. ศูนย์1669 ประสานไปที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทัพเรือภาคที่ 2 เวลา 00.11น. แจ้งกลับคลื่นลมแรงเรือไม่สามารถออกได้

เวลา 00.14น. ศูนย์ 1669 ประสานไปยังกองบินตำรวจภาค8 เพื่อขอเฮลิคอปเตอร์ รับแจ้งกลับว่าไม่สามารถขึ้นบินได้ในเวลากลางคืน

เวลา 00.30น. ศูนย์ 1669 ประสานไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.)เพื่อขอให้จัดหาเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถบินได้ในเวลากลางคืน และเวลา00.32น.แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินได้เวลากลางคืน

เวลา 00.40น. ศูนย์ 1669 จึงให้คำแนะนำว่าให้ประสารเรือบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ซึ่งเป็นของเอกชนว่าสามารถออกไปรับผู้บาดเจ็บได้หรือไม่เมื่อเวลา 02.30น. ซึ่งบริษัท เรือเร็วลมพระยา ได้ตอบรับและออกไปรับผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะสมุยได้สำเร็จ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายแพทย์ธีระศักดิ์ วิริยานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย เปิดเผยว่า อาการล่าสุดผู้ป่วยชาวเยอรมันยังไม่รู้สึกตัวและได้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ไม่รู้สึกตัว โดยรวมอาการหนักพอสมควร ส่วนนายเอง ผู้บาดเจ็บชาวเมียนมา มีบาดแผลที่ศรีษะ มีเลือดคั่งในสมอง ไหปลาร้าซ้ายแตก แขนขวาหักผิดรูป รอรับการผ่าจัด คนไข้รู้สึกตัวดี

ในเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเกาะพะงันหรือเกาะเต่า มาทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ซึ่งเรื่องนี้ในอนาคตโรงพยาบาลเกาะสมุยจะเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินชั้นนำในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล จะต้องยกระดับในเรื่องของความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้มารับบริการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงคนที่อยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอีกด้วยให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลเกาะสมุยสามารถดูแลชีวิตผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่างๆได้