แจ้งข้อหาตำรวจ-ขาใหญ่ หลังดวลปืนสนั่นในสถานบันเทิงเมืองพัทยา

แจ้งข้อหาตำรวจ-ขาใหญ่ หลังดวลปืนสนั่นในสถานบันเทิงเมืองพัทยา

จากกรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อเหตุยิงปืนกับ นายสมชาย แซฉั่ว อายุ 49 ปี หรือ “ไช้ วัดโพธิ์” ขาใหญ่ย่านนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ จ.ส.ต.ปวเรศ บรรจง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บกลางร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสายสาม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ท่ามกลางสายตานักเที่ยวจำนวนมาก

ซึ่งต่อมา ส.ต.ต.นเรศรักษ์ เครือวาระ อายุ 30 ปี สังกัด สภ.วังขอนแดง จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ได้เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช่ก่อเหตุ ตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเหตุแล้ว โดยอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเป็นของ จ.ส.ต.ปวเรศ ที่โดนยิงได้รับบาดเจ็บนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ก.ย.61 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินไปทางยังโรงพยาบาลเมืองพัทยา เพื่อเยี่ยมอาการ จ.ส.ต.ปวเรศ บรรจง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 415

จากการสอบถามอาการจากทางแพทย์ทราบว่าขณะนี้อาการของ จ.ส.ต.ปวเรศ อยู่ในขั้นปลอดภัย ซึ่งอาการโดยรวมพบว่าถูกอาวุธปืน 11 ม.ม. ยิงเข้าที่ต้นแขนข้างขวา กระดูกแตก แต่แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย สามารถพูดคุยและทานอาหารได้ตามปกติ ซึ่งแพทย์จะได้ให้นอนพักรักษาอาการจนปลอดภัยก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.อภิชัย ยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมจะดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการดูอาการของ จ.ส.ต.ปวเรศ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ถูกกระสุนปืน กรณีเข้าไปห้ามเหตุทะเลาะวิวาทพบว่าตอนนี้ปลอดภัยดีแล้วคงไม่น่าวิตกกังวลอะไร ขณะที่อาการของ นายสมชาย แซ่ฉั่ว หรือ “ใช้วัดโพธิ์” ก็มีอาการดีขึ้น แต่ยังคงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและยังคงต้องรักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพพัทยา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากล่าว นายสมชาย 2 กระทง ตามหมายศาลที่ได้ออกหมายจับเลขที่ ฝ 408/2561 ลงวันที่ 17 /09/2561 ได้แก่ 1.การพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ 2.พยายามฆ่า ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุมตัวและคุ้มกันอย่างใกล้ชิด

ส่วน ส.ต.ต.นเรศรักษ์ เครือวาระ สังกัด สภ.วังขอนแดง จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสมชายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องข้อกล่าวหาพยายามฆ่าเช่นกัน แต่คงต้องสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้งว่าจะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการป้องกันตัวหรือไม่ เพราะอาจเป็นกระทำการโดยการป้องกันตัวตามมาตรา 68 ทั้งนี้ เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการยิงป้องกันตัวแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเสียชีวิตได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีการยิงใส่เจ้าหน้าที่อยู่หลายนัดขณะที่อาวุธปืนของ นายสมชาย นั้นทราบว่าเป็นอาวุธปืนทีมีทะเบียนถูกต้องและได้รับอนุญาตในการพกพก รวมถึงอาวุธปืนขนาด .22 ม.ม.อีก 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นที่บ้านพักแต่ยังไม่พบเท่านั้น

สำหรับสาเหตุของการยิงกันครั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่าวันเกิดเหตุ นายสมชาย กำลังทะเลาะมีปากเสียงกับหญิงสาวคนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งอยู่ด้านข้างพยายามเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะมีการทะเลาะอย่างรุนแรงถึงขั้นลงมือใช้อาวุธปืนยิงใส่กันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พล.ท.ฐิติราช’ เป็นนายทหารราชองครักษ์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘พล.ท.ฐิติราช’ เป็นนายทหารราชองครักษ์ 

วันที่ 17 ก.ย. 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจและข้าราชการทหาร เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๖๒

แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ และพระราชทานยศจำนวน ๒ นาย ดังนี้

๑. พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการประจำสำนักงานผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลโท) และพระราชทานยศ พลโท แต่งกายทหารบกเหล่าทหารราบ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑

๒. พันเอก ธนภัทร นาคชัยยะ ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ ๑ (อัตรา พันเอกพิเศษ) มารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองหลักนิยมวิชาการในการฝึก กรมการฝึก (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

กรมฝ่ายเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) และพระราชทานยศ พลตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ที่มา  ราชกิจจานุเบกษา