นัดประวัติศาสตร์! วงการม้าแข่ง กับการปิดตำนาน 102 ปี ‘สนามม้านางเลิ้ง’

นัดประวัติศาสตร์! วงการม้าแข่ง กับการปิดตำนาน 102 ปี ‘สนามม้านางเลิ้ง’

เสียงควบม้าจากการบังคับของจ๊อกกี้ หรือ ‘คนขี่ม้าแข่ง’ ประสานกับเสียงเชียร์จากเหล่าบรรดาแฟนๆกีฬาแข่งม้า จึงเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นใน ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือที่คนรู้จักกันในชื่อ ‘สนามม้านางเลิ้ง’ ซึ่งกีฬาแข่งม้านั้นอยู่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 100 ปีแล้ว และถือได้ว่าเป็น ‘กีฬาของพระราชา’

หากกล่าวถึง ‘กีฬาม้าแข่ง’ นั้นถือกำเนิดเกิดขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จกลับจากประพาสยุโรปในปี พ.ศ.2440 สโมสรน้ำเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้ร่วมกับเจ้าคอกม้าต่างๆจัดแข่งม้าเทียมรถ เพื่อให้การต้อนรับและถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 5

โดยปรับให้ท้องสนามหลวงกลายเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว นับเป็นการจัดกีฬาแข่งม้าแบบตะวันตกครั้งแรกของประเทศไทย ในปี 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งราชกีฑาสโมสร หรือที่เรียกกันว่า ‘สนามฝรั่ง’ เพื่อเป็นแหล่งบันเทิงจำกัดวงาหรับคนต่างชาติ

กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พระประดิพันธภูบาลและพระยาอรรถการประสิทธิ์ ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งสโมสรสนามม้า ‘สนามม้าไทย’ แข่งเพื่อให้บริการแข่งม้าสำหรับคนไทยและนำรายได้มาใช้บำรุงพันธุ์ม้าจากประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ ทรงมีพระบรมราชานุญาตพร้อมทั้งได้พระราชทานนามว่า ‘ราชตฤณมัยสมาคมแห่งกรุงสยาม’ อีกทั้งทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พ.ศ.2459 และพระราชทานนามว่า ‘ราชตฤณมัยสมาคม’ รวมไปถึงยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์เข้าร่วมการแข่งขันอีกด้วย

ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นผู้เช่าอาคารและที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณสนามม้านางเลิ้ง จำนวน 3 สัญญาเช่าฉบับที่ 2976/2542 , ฉบับที่ 2977/2542 และ ฉบับที่ 2978/2542 ลงเมื่อวันที่ 29 ก.ย. พ.ศ. 2542 โดยปรากฏว่าทั้ง 3 สัญญามีกำหนดอายุสัญญาเช่า 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2542 ในอัตราเช่าเดือนละ 30,000 บาท , 10,000 บาท และ 10,000 บาท ซึ่งรายละเอียดและเงื่อนไขสัญญาเช่าเป็นที่ทราบกันนั้น

ปัจจุบันสัญญาเช่าทั้ง 3 ฉบับ ได้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่ามานานแล้ว สำนักงานทรัพย์สินฯจำเป็นต้องใช้ที่ดินและอาคารดังกล่าว จึงไม่สามารถให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นผู้เช่าได้อีกต่อไป ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินฯได้ประสานและแจ้งให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ ทราบในเบื้องต้นแล้ว สำนักงานทรัพย์สินฯได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับสนามม้านางเลิ้ง และขอให้ส่งมอบสถานที่เช่า ภายในกำหนด 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. พ.ศ. 2561 ซึ่งทางสนามนางเลิ้งได้กำหนดการแข่งม้าเป็นนัดสุดท้ายในวันที่ 16 ก.ย. 2561 หรือจะพูดสั้นๆได้ว่าเป็น ‘นัดประวัติศาสตร์ปิดตำนาน 102 ปี สนามม้านางเลิ้ง’ และจะส่งมอบคืนพื้นที่สิ้นเดือนกันยายนนี้

สำหรับบรรยากาศการจัดแข่งม้า ณ ‘สนามม้านางเลิ้ง’ นัดสุดท้ายนี้คึกคักอย่างมากมีบรรดาเหล่าคอกีฬาม้าแข่งตีตั๋วเข้าชมการแข่งขันอย่างมากมาย ซึ่งการแข่งขันในนัดนี้จะพิเศษกว่าทุกครั้งคือ จะเพิ่มเงินรางวัลเป็น 2 เท่า ทุกเที่ยว และเที่ยวที่ 5 ม้าชั้น 5 เพิ่มเงินรางวัลเป็น 3 เท่า จึงเป็นนัดพิเศษและนัดส่งท้ายที่ทำให้บรรดาเหล่าคนเล่นม้ามารวมตัวกันจนแน่นอัฒจันทร์เพื่อรอรับชมม้าที่เลือกไว้ โดยการแข่งขันรอบแรกในช่วงเวลา 12.30 น. และรอบสุดท้ายในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งมีม้าแข่งเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 140 ตัว แบ่งเป็นรอบละ 14 ตัว โดยจะแข่งขันการทั้งหมด 10 เที่ยว

นายณรงค์ ฮุนโสภณ หรือ ‘ลุงจุก’ วัย 64 ปี ตัวแทนคอกม้า ‘ทิพย์วารี’ ที่ส่งม้าลงแข่ง เปิดเผยกับทีมข่าว MThai ว่า ตนคลุกคลีกับสนามม้านางเลิ้งมาตั้งแต่ปี 2516 หรือกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งสมัยนั้นเริ่มจากติดตามคุณพ่อที่ส่งมาแข่งด้วย จึงทำให้ผูกพันธ์กับสนามม้าแห่งนี้อย่างมา ซึ่งมีหลายภาพเหตุการณ์ที่ประทับใจยังติดตรึงใจมาถึงทุกวันนี้

ส่วนการปิดสนามแห่งนี้ไปนั้น ตนมองว่าอาจมีผลกระทบต่อทั้งคอกม้าและคนที่เกี่ยวทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันสนามม้าที่ใช่แข่งนั้นเหลือเพียง 3 แห่งทั่วประเทศ หากเทียบกับจำนวนม้าในสังกัดคอกต่างๆที่มีจำนวนมากจึงทำให้มีสนามไม่เพียงพอ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลม้าต่อตัวก็ร่วมหมื่นบาทแล้วทั้งค่าอาหาร ค่ายา ค่าคนดูแล รวมทั้งค่าจ้างจ๊อกกี้ ประกอบกับเงินรางวัลที่ลดลงทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการส่งม้าแข่ง ตนจึงมองว่าหากในอนาคตสนามม้าลดลงอีกก็ส่งผลกระทบต่อคอกม้าที่ส่งแข่งอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับสภาพที่สนามม้านางเลิ้งจะปิดตัวลง

“การแข่งม้าในประเทศไทย หากไม่มีสถานที่แข่งรองรับเพียงพอก็อาจทำให้กการแข่งม้าสูญหายไปจากประเทศไทยได้ ก็หวังแต่เพียงว่าจะมีผู้ใหญ่เล็งเห็นถึงความสำคัญและพัฒนาวงการแข่งม้าให้อยู่คู่กับคนไทยต่อไป” ลุงจุก กล่าวทิ้งท้าย

นักศึกษาโหด! แทงกันกลางสนามสอบ อาการสาหัส เหตุทะเลาะกันในเฟซบุ๊ก

นักศึกษาโหด! แทงกันกลางสนามสอบ อาการสาหัส ชนวนเหตุทะเลาะกันในเฟซบุ๊ก

วันที่ 16 กันยายน 2561 พ.ต.ท. ราชันย์ เพ็ชร์รุจิ  สารวัตรสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ด้วยอาวุธมีด จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุบริเวณศาลาภายใน โรงเรียนวิเศษไชยชาญตันติวิทยาภูมิ ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งในช่วง 15-16 ก.ย. 61 ทาง กศน วิเศษชัยชาญ ได้ขอยืมสถานที่เพื่อเป็นสถานที่สอบปลายภาค พบที่พื้นเต็มไปด้วยรอยเลือด และร่องรอยการต่อสู้  ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่ง โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ  ทราบชื่อคือ นายวณิชชากร บุญไทย อายุ 19 ปี

โดย นายรุ่งโรจน์  อรัญภูติ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน หนึ่งในนั้นแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษา จากนั้นพากันเดินเข้าไปในศาลา ซึ่งมีนักศึกษาหญิง 1 คน และชาย 2 คน ก่อนชกต่อยกันขึ้น ไม่นานนักก็มีคนถูกแทงด้วยอาวุธมีดพกสั้น ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นทั้ง 6 คน ได้ขึ้นรถจักรยายนต์ขับหนีไป

ด้าน น.ส.รุจิรา ศรีสุธรรม หรือ เม ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ที่ผ่านมาคนเจ็บได้ทักตนมาทางเฟซบุ๊ก ตนก็ได้ห้ามปรามเพราะไม่อยากให้แฟนเข้าใจผิดแต่ทางด้านคนเจ็บกลับพูดจาท้าทายจึงมีการโต้เถียงกันและนัดเจอกันเมื่อวานนี้ (15 ก.ย.61) ที่สนามสอบ พอมาเจอกันไม่มีเรื่องอะไร จนวันนี้เจอกันทีบริเวณสนามสอบ ซึ่งตนขี่รถจักรยายนต์มากับลูก คนเจ็บก็มองหน้าและพูดจาหาเรื่อง หาว่าให้ของลับเขา ตนจึงโทรตามแฟนจากนั้นแฟนก็มาพร้อมเพื่อน ในตอนแรกแฟนเป็นฝ่ายต่อยคนเจ็บก่อน แล้วจู่ๆ เพื่อนของแฟนก็ชักมีดแทงคนเจ็บ ซึ่งแฟนตนพยายามห้ามแต่ก็ไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดพร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น คาดว่า สาเหตุมาจากเรื่องการทะเลาะกันทางเฟซบุ๊ก และมีการขะเม่นกันจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ด้านคนเจ็บ ถูกแทง จำนวน 4 แผล บริเวณใต้ราวนมขวา ลิ้นปี่ และแขน อยู่ในอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลอ่างทอง ล่าสุดทราบชื่อผู้ก่อเหตุ หรือมือแทง ชื่อ นายพงษ์กร แป้นงาม อายุ 18 ปี  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัว พร้อมกับพวกอีก 5 คน เพื่อนำมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป