ตร.จ่อเอาผิดเจ้าของเครนก่อสร้าง-คนขับ โค่นทับเสาไฟ เสียหายกว่า 10 ล้าน

ตร.จ่อเอาผิดเจ้าของเครนก่อสร้าง-คนขับ โค่นทับเสาไฟ เสียหายกว่า 10 ล้าน

จากกรณีเครนก่อสร้างโค่นล้มทับเสาไฟฟ้า บริเวณถนนศาลาแดง ส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมากว่า ล่าสุด (15 ก.ย. 61) พนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลทุ่งมหาเฆม เผยทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างได้ติดต่อเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริเวณรถเครนแล้ว ส่วนของคนขับรถยังไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปในช่วงชลมุนวานนี้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานสามารถดำเนินคดีกับคนขับรถเครนและเจ้าของรถเครนผู้รับผิดชอบ ฐานประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ส่วนความเสียหายขณะนี้มีประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านคลีนิกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์มากกว่า 15 ราย ประเมินมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้าน

สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุ ล่าสุดทางตำรวจได้เปิดการจราจรตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.และพนักงานบริษัทการสื่อสาร รวมทั้งการไฟฟ้านครหลวงได้เร่งเก็บเศษวัสดุและสายไฟฟ้าที่ตกค้าง เพื่อป้องกันอันตรายกับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ขณะประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว ส่วนสัญญาณอินเตอร์เน็ทคาดว่าใช้ได้ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันนี้

ชาวประมงหยุดออกเรือ หวั่นเจอคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของ ‘พายุมังคุด’

เรือประมงพื้นบ้านชายฝั่งทะเลของ จ.สงขลา ทั้ง 6 อำเภอเริ่มหยุดออกเรือ เนื่องจากกลางทะเลเริ่มมีคลื่นลมแรง

วันนี้ ( 15ก.ย.61 ) ที่จ.สงขลา เรือประมงพื้นบ้านที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยของจ.สงขลา ทั้ง 6 อำเภอไล่ตั้งแต่ อ.ระโนด สทิงพระ สิงหนคร เมืองสงขลา จะนะ และอ.เทพา เริ่มหยุดออกเรือชั่วคราวเนื่องจากสภาพอากาศกลางทะเลเริ่มแปรปรวนจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นมังคุด ทำให้ท้องฟ้ามีเมฆฝนเข้ามาปกคลุมและเริ่มมีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้าและบริเวณชายฝั่งเริ่มมีคลื่น ส่วนกลางทะเลมีคลื่นลมแรง

เช่นที่ชุมชนชาวเลเก้าเส้ง อ.เมืองสงขลา เรือประมงพื้นบ้านทั้งหมดต้องจอดเรียงรายอยู่ชายฝั่งไม่กล้าเสี่ยงออกทะเลเพราะอาจถูกคลื่นซัดเรืออัปปางได้ และชาวประมงพื้นบ้านบางส่วนต้องออกมาทอดแหและวางกัดบริเวณชายฝั่งเพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ต้องหยุดออกเรือยาวไปอีกอย่างน้อย6วัน แม้ว่าทะเลอ่าวไทยตอนล่างจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ตาม

ประกอบกับทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้เรือประมงโดยเฉพาะเรือขนาดเล็กทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งระหว่างวันที่ 16-20กันยายนนี้เนื่องจากคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

หนุ่มฝรั่งเกิดอาการหวาดระแวง ก่อนโดดแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต

ชายชาวต่างชาติวัย 65 ปี มีอาการหวาดระแวงจะถูกทำร้ายวิ่งเข้ามาในร้านขายผัดไท ริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุวัฒน์ เสน่หา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีชาวต่างชาติกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไปในน้ำ เหตุเกิดริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม หมู่ 3 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหน้าศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่าเจ้าแม่ทับทิม เจ้าหน้าที่ประดาน้ำได้ลงค้นหาในแม่น้ำพระยา ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชายชาวต่างชาติ สวมเสื้อกร้ามสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว

นายณัฐพล สุดโต อายุ35 ปี เจ้าของร้านบ้านผัดไท ให้ปากคำว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ สวมเสื้อกร้ามสีขาว สวมกางเกงยันส์ ใส่รองเท้าแตะมาข้างเดียว วิ่งเข้ามาที่ร้านเหมือนตื่นกลัวอะไรมา ตนถามว่าพูดภาษาไทยได้ไหม เขาพูดไม่ได้ เรียกให้นั่งก็ไม่นั่ง ให้ดื่มน้ำก็ไม่ดื่ม ตนจึงโทรแจ้ง 191 ตนกลัวจะเกิดเหตุร้ายจึงวิ่งไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อตามตำรวจมาช่วย แต่พอกลับมาพบว่าเขาวิ่งออกไปแล้ว และมีคนบอกว่าเขากระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว

นายจรัส ศรีจันทึก อายุ 55 ปี คนตกปลาผู้ที่กระโดดลงไปช่วย กล่าวว่าตนนั่งตกปลาอยู่สุดเขื่อน เห็นชายต่างชาติเดินมาแล้วจู่ๆก็กระโดดลงแม่น้ำ ตนจึงได้กระโดดลงไปช่วย แต่เขาพยายามตะเกียดตะกายตนและเขาตัวใหญ่ตนรับน้ำหนักเขาไม่ไหว กลัวจะจมน้ำทั้งคู่ ตนจึงพยายามขึ้นจากน้ำเพื่อหาสิ่งของที่จะโยนให้เขาเกาะลอยตัวได้พร้อมตระโกนให้คนช่วย จนเห็นว่าเขาลอยเข้าไปใต้ตึกโดยไม่ทราบชะตากรรม ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยมางมพบศพ

ตรวจสอบในตัวพบใบแจ้งความเอกสารหายที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.61 ระบุชื่อนาย เฮนรี่ เคทซ์ อายุ 65 ปี สัญชาติ อเมริกัน ได้แจ้งความว่า บัตรไอดีการ์ดสัญชาติอเมริกัน สมุดหนังสือเดินทาง สมุดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเอ็มควอเทียร์ สูญหาย มีเงินสดติดตัวประมาณ 300 กว่าบาท บัตรรับยาของโรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน กุญแจห้องพักและคีย์การ์ด จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นแพทย์ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย ได้นำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง