‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงผลการสนธิกำลังร่วมกันปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่ ภ.จว.ปทุมธานี
เมื่อเวลา 01.00น.วันที่ 14 ก.ย. 61 ที่ด้านหน้าลานจอดรถที่ว่าการอำเภอคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หน.ชุดปฏิบัติการตามคำสั่ง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการปฎิบัติการหลังได้สนธิกำลังร่วมกันปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่ ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาแอดมินเพจตามหมายจับจำนวน 1 ราย
จากการสืบสวนทราบว่ามีเพจเฟสบุ๊คชื่อ “พลังหัวเขียว ประเทศนนท์” มีพฤติกรรมโพสต์ชักชวนให้กลุ่มวัยรุ่นออกมารวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะบริเวณถนนรอยต่อ จ.ปทุมธานี-จ.นนทบุรี โดยในการแข่งขันแต่ละครั้งมีการรวมตัวกันมากกว่า 100คัน และถ่ายทอดสดลงในเฟซบุ๊ก
ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นสนใจรับชมและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก จากพฤติกรรมดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนผู้พักอาศัยในบริเวณ จ.ปทุมธานีและใกล้เคียงและผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของเพจเฟสบุ๊คดังกล่าวคือ นายเอกราช พ่วงฉิม อายุ 20 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางสาธารณะ” ดำเนินคดีตามกฎหมายหมายจับที่ 74 เพจที่ 90 ที่มีการถูกปิดไปแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและร้านแต่งรถจักรยานยนต์ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนแต่งรถซิ่ง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนซึ่งมีผลการปฏิบัติดังนี้ ตรวจค้นร้านท่อเสีย 68 ร้าน พบการกระทำความผิด 19 ร้าน และยึดท่อไอเสียที่ได้มาตรฐานไว้ตรวจสอบจำนวน 84 รายการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษตรวจวัดระดับเสียงท่อไอเสียที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (95 เดซิเบล) ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากโดยตรวจรถจักรยานยนต์คันใหญ่ (บิ๊กไบค์) จำนวนทั้งหมด 39คัน พบมีท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานกำหนดจำนวน 12 คัน จึงได้ออกคำสั่งห้าม ใช้รถเป็นเวลา 30 วัน
และตรวจยึดรถจักรยานยนต์และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558และ46/2558 โดยได้ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจำนวน 161 คัน และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนได้จำนวน 155 ราย โดยตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดทั้งหมดแบ่งเป็นเยาวชน 58 ราย ผู้ใหญ่ 97 ราย พบยาบ้าจำนวน 83 เม็ด และยาไอซ์ 1.1 กรัม นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
จากนั้นจึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหากลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งขันรถในทางสาธารณะว่ามีผลร้ายที่ตามมาอีกมากมาย และรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยอบรมบุตรหลานไม่ให้ออกมารวมตัว มั่วสุมหรือมีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ ส่วนเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการส่งตัวไปเข้ารับการอบรมตามวันเวลาที่จะกำหนดต่อไป



