เตรียมย้ายป้ายรถเมล์-เปิดเกาะกลางย่านรัชดา แก้ปัญหาจราจรติดขัด

เตรียมย้ายป้ายรถเมล์-เปิดเกาะกลางย่านรัชดา แก้ปัญหาจราจรติดขัดแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า

วันนี้ (13 ก.ย. 61) พลตำรวจโทไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ พร้อมด้วยกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 , กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ห้องประชุม สำนักงานสนามการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต เขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงความคืบหน้า การดำเนินการแก้ไขปัญหา อันดับแรกคือปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เบื้องต้น ได้ดำเนินการย้ายป้ายรถประจำทางแล้วจำนวน 4 จุด จากที่ตั้งเป้าไว้ 10 จุด คงเหลือ อีก 6 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

ส่วนการเปิดเกาะกลางที่บริเวณ ถนนรัชดาภิเษก ช่องซอย 32 นั้น ปัจจุบันได้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ ได้มีการเปิดเกาะ รวมถึงติดตั้งสัญญาณไฟจราจร คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในวันที่ 20 กันยายน นี้ โดยหากแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด บริเวณเส้นทางดังกล่าวได้ ในระดับหนึ่ง

สวยงาม! วัดพระธาตุจอมทอง อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี มีบันไดนาคทอดยาว

วัดพระธาตุจอมทอง อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี บนดอยจอมทอง มองเห็นทิวทัศน์ทั่วเมืองพะเยา มีบันไดนาคทอดยาว

วันนี้ (13 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดู วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่บนดอยจอมทอง บริเวณริมกว๊านพะเยา อยู่ห่างจากตัวเมือง 3 กิโลเมตร มีทางรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขา ภายในวัดมี “พระธาตุจอมทอง” เป็นเจดีย์ทรงล้านนาสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง 9 เมตร ซ้อนกันสามชั้น รองรับองค์ระฆัง ส่วนยอดสุดเป็นฉัตรสีทอง ฐานโดย องค์พระธาตุ บุด้วยแผ่นทองทั้งองค์ และเป็นรูป 12 นักษัตร ลายไทยอันงดงามรอบองค์เจดีย์ ลักษณะคล้ายพระธาตุหริภูญชัย ของจังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่บนเนินเขาตรงข้ามวัดศรีโคมคำ อยู่ในแนวเขตติดต่อ ต.เวียง ต.ต๋อม ต.ท่าวังทอง  อเมือง จะเยา ความเป็นมานั้นเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เมืองภูกามยาว ประทับแรมบนดอยตั้งอยู่บนฝั่งหนองเอี้ยงทางทิศเหนือ พระองค์ได้มอบพระเกศธาตุองค์หนึ่งเพื่อนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำบนดอยนั้น เป็นถ้ำลึก 70 วา โดยครอบครัวบ้านช่างทองที่นำภัตตาหารมากถวาย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับตำนานของพระเจ้าตนหลวงแห่งวัดศรีโคมคำ ที่สอดคล้องมาจนถึงทุกวันนี้และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรืออุทยานพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา

อุตุฯ เตือนฉ.10 พายุ ‘บารีจัต-มังคุด’ เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนหนัก!

อุตุฯ เตือนฉ.10 พายุ ‘บารีจัต-มังคุด’ ทำภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนตกหนัก

วันนี้ (13 ก.ย. 61) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้เคลื่อนเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยและอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังจะเคลื่อนผ่านตอนบนของเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นสู่ฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (13 ก.ย. 61) แล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และตอนใต้ของเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน และผ่านเกาะฮ่องกง โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ

ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 16-19 กันยายน 2561 จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง