Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไอโฟน ‘Xs’ ‘Xs Max’ และ ‘Xr’

“แอปเปิล” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไอโฟน “Xs” “Xs Max” และ “Xr” ชูระบบประมวลผลที่เร็วขึ้น ส่วน “แอปเปิล วอตช์” มาพร้อมความสามารถเรื่องสุขภาพที่ฉลาดขึ้น

“แอปเปิล” บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี เมื่อเวลาราวเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่สมาร์ทโฟนเรือธง “ไอโฟน” ซึ่งมีทั้งรุ่น “เท็นเอส” “เท็นเอส แม็กซ์” และ “เท็นอาร์” โดยรุ่นเท็นเอส มีหน้าจอซูเปอร์เรตินา ขนาด 5.8 นิ้ว มาพร้อมโปรเซสเซอร์ใหม่ที่เร็วขึ้น แถมแบตเตอรี่อึดกว่าไอโฟนเท็น 30 นาที

ส่วนรุ่นเท็นเอส แม็กซ์ มีหน้าจอซูเปอร์เรตินา ขนาด6.5 นิ้ว มีระบบลำโพงคู่ ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่สุดเท่าที่แอปเปิลเคยมีมา ทำให้อึดกว่าไอโฟนเท็นราว 1 ชั่วโมงครึ่ง

ทั้งเท็นเอส และเท็นเอส แม็กซ์ ตัวเครื่องเป็นสแตนเลส และกระจก รองรับระบบ 2 ซิม และระบบเฟซไอดีที่รวดเร็วขึ้น และใช้ชิป เอ12 ไบโอนิก ที่แอปเปิลระบุว่าเร็วที่สุดในขณะนี้ อีกทั้งกันน้ำได้ลึก 2 เมตร เป็นเวลา 30 นาที นอกจากนี้กล้องคู่ขนาด 12 เมก้าพิกเซล ก็พัฒนาให้มีเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอได้ดีขึ้น มีระบบ สมาร์ท HDR และกล้องหน้าที่เร็วขึ้น 2 เท่า ของทั้งสองรุ่นยังสามารถปรับความชัดลึกชัดตื้นของภาพ หลังจากถ่ายเสร็จแล้วอีกด้วย

เท็นเอส และเท็นเอส แม็กซ์ มีทั้งสีสเปซเกรย์ สีเงิน และสีทองใหม่ ขณะที่หน่วยความจำมีให้เลือก 64 กิกะไบต์, 256 กิกะไบต์ และ 512 กิกะไบต์

ราคาเท็นเอส เริ่มต้นอยู่ที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ // ส่วนราคาเท็นเอส แมกซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทั้ง 2 รุ่นนี้จะเปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน และจะเริ่มส่งไปให้ลูกค้าวันที่ 21 กันยายน

ส่วนไอโฟนอีกรุ่น คือ “เท็นอาร์” ที่มาพร้อมหน้าจอลิควิด เรตินา ขนาด 6.1 นิ้ว ตัวเครื่องเป็นอะลูมินั่งและกระจก เลนส์กว้างขนาด 12 เมก้าพิกเซล โดยจะมาสีขาว ดำ น้ำเงิน คอรัล เหลือง แดง และเงิน รุ่นนี้มีหน่วยความจำ 64 กิกะไบต์, 128 กิกะไบต์ และ 256 กิกะไบต์ ราคาเริ่มต้น 749 ดอลลาร์ เริ่มสั่งจองได้วันที่ 19 ตุลาคม เริ่มส่งไปให้ลูกค้าวันที่ 26 ตุลาคม

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว แอปเปิล วอตช์ ซีรีส์ 4 มีขนาดจอใหญ่ขึ้นร้อยละ 30 ทำให้ใช้งานแผนที่และภาพได้สะดวกขึ้น รวมทั้งมีระบบตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจจับความเคลื่อนไหว หากเกิดกรณีลื่นล้มหรือตกจากที่สูง สามารถส่งข้อความขอความช่วยเหลือได้ เริ่มเปิดจองวันที่ 14 กันยายน

แลนด์มาร์คใหม่เมืองคอน!! อ่างเก็บน้ำกะทูนกับซากวัดเก่าจมน้ำกว่า 30 ปี

แลนด์มาร์คใหม่เมืองคอน!! อ่างเก็บน้ำกะทูนกับซากบ้านเรือนจมน้ำกว่า 30 ปี นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

วันที่ 13 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อ่างเก็บน้ำกะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช หลังจากทางกรมชลประทาน มีการปล่อยน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำในอ่างรับน้ำฝนที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น จนเห็นซากปรักหักพังของบ้านเรือนประชาชนที่จมอยู่ในอ่างเก็บน้ำกะทูนมากว่า 30 ปี ปรากฏว่ามีชาวบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เดินทางมาชมและถ่ายภาพซากปรักหักพัง บ้านเรือน วัด เมรุ ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

และยังถือเป็นการเรียนรู้ภัยพิบัติในอดีตให้กับประชาชนคนรุ่นหลัง เนื่องจากที่ผ่านมาซากปรักหักพังจากภัยพิบัติดังกล่าว ไม่เคยปรากฏมานานหลายสิบปีตั้งแต่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำกะทูนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกภาพหนึ่ง นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังถือโอกาสนำเครื่องมือทางประมง ทั้ง เบ็ดตกปลา แห อวน เพื่อจับสัตว์น้ำในอ่างเก็บน้ำ สร้างรายได้ใช้จ่ายในครอบครัวอีกด้วย

ทั้งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน มีดินโคลนเป็นจำนวนมากไหลเป็นทะเลโคลน รวมทั้งท่อนซุงขนาดใหญ่บนเทือกเขาหลวง และต้นยางพาราเป็นจำนวนมาก หักโค่นไหลลงด้านล่าง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งตำบล มีพื้นที่ได้รับความเสียหายกว่า 6,000 ไร่ บ้านเรือนประชาชนกว่า 1,500 หลัง ถูกดินโคลนและท่อนซุงทับถมหนากว่า 2 เมตร มีผู้เสียชีวิตและสูญหายนับ 100 คน มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท

หลังจากเหตุการณ์คลี่คลาย หน่วยงานราชการ รวมทั้งประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถฟื้นฟูพื้นให้กลับมาเช่นเดิมได้ จึงต้องอพยพที่อยู่อาศัยไปตั้งชุมชนใหม่

นอกจากนี้ภัยพิบัติยังสร้างความเดือนร้อนให้กับชาวบ้าน ต.กะทูน อ.พิปูน หลายคนสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านเรือน พื้นที่ทำกินถูกดินโคลนทับถมจนยากที่จะฟื้นฟู แต่ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนในพื้นที่ประสบภัย และแล้วเสร็จปี พ.ศ. 2540 นับแต่นั้นเป็นต้นมาธรรมชาติ แหล่งทำกิน กลับฟื้นตัวอีกครั้ง ชาวบ้าน ต.กะทูน กลับมายิ้มได้อีกครั้ง

กระทั้งปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำกะทูนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เดินทางมาเที่ยวชม สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่

‘ปูติน’ เผยรู้ตัวผู้ต้องสงสัยเหตุวางยาพิษอดีตสายลับ

“ปูติน” เผยรู้ตัวชายต้องสงสัย 2 คนที่อังกฤษระบุพัวพันเหตุวางยาพิษอดีตสายลับ พร้อมระบุว่าเกาหลีเหนือมุ่งมั่นปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ เรียกร้องไม่สิ้นสุด

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 ว่ารัสเซียพบตัวชาย 2 คน ที่ทางการอังกฤษกล่าวหาว่าพยายามวางยาพิษลอบสังหารนายเซอร์เก สกรีพาล และนางสาวยูเลีย ลูกสาว ที่เมืองซัลส์บูรี่ในอังกฤษ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายปูตินกล่าวบนเวทีประชุมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกที่เมืองวลาดิวอสต็อก ของรัสเซียว่า ชายทั้งสองคนไม่มีอะไรพิเศษและไม่ใช่อาชญากร ทั้งยังหวังว่าพวกเขาจะปรากฏตัวและบอกเล่าเรื่องราว ซึ่งพวกเขาเป็นแค่พลเรือนธรรมดา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อังกฤษตั้งข้อหาชายชาวรัสเซีย 2 คน ที่ใช้นามแฝงว่า นายอเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และนายรัซลัน โบชิรอฟ กรณีใช้สารพิษ “โนวิช็อก” ลอบทำร้ายอดีตสายลับ โดยพวกเขาเดินทางไปอังกฤษในช่วงเกิดเหตุลอบทำร้ายอดีตสายลับ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม และมีรายงานว่าทำงานให้หน่วยข่าวกรองรัสเซีย

ขณะที่โฆษกนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาตอบโต้ว่า ความพยายามของอังกฤษที่จะได้รับคำอธิบายจากรัสเซียเต็มไปด้วยความสับสนและคำโกหก เพราะชายเหล่านี้เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองประจำกองทัพรัสเซีย หรือ GRU

ในเวทีเดียวกัน นายปูตินยังกล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่สหรัฐฯ ไม่ได้ตอบสนอง และเรียกร้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างไม่จบสิ้น

เขากล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือยังรอคอยการตอบสนองจากสหรัฐฯ เพื่อจะดำเนินการให้ชัดเจน และถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะนานาชาติจะรับประกันเกี่ยวกับความมั่นคงของเกาหลีเหนือ