นายกฯ ชี้ ขายเสื้อดำสหพันธรัฐไทยเข้าข่ายกบฏ

นายกฯ ชี้แจงกรณีจับกุมกลุ่มขายเสื้อดำสหพันธรัฐไทย ซึ่งผิดกฎหมายเข้าข่ายกบฏ พร้อมสั่งตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกลุ่มที่หลบหนีคดีในต่างประเทศหรือไม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจับกุมผู้ที่จำหน่ายเสื้อยืดสีดำมีแถบป้ายสีขาวและสีแดงบริเวณหน้าอกที่เรียกว่าสัญลักษณ์การแบ่งแยกการปกครองเป็นสหพันธรัฐไทย ว่า กรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศไม่ใช่สหพันธรัฐ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

และกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ แต่สหพันธรัฐถือเป็นการแบ่งแยกเป็นรัฐต่างๆ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น สัญลักษณ์ของประเทศไทยเป็นธงไตรรงค์ ดังนั้นต้องตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกบฏเป็นการล้มระบอบการปกครองหรือไม่

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ากลุ่มคนที่จำหน่ายและผลิตเสื้อดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลหลบหนีคดีในต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวของเพิ่มเติมแล้ว พร้อมยืนยันการจับกุมในครั้งนี้ไม่ใช่การไปรังแกประชาชน แต่เป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมาย

พุทธิพงษ์ ยันยินดีร่วมงานรัฐบาล ปัดโดนดูดแลกล้มคดี กปปส.

“พุทธิพงษ์” รายงานตัวกับนายกฯ หลังได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ยืนยันออกจาก ปชป. แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่ม กปปส. ได้เดินทางไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้ารายงานตัว หลังจากที่วานนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้เข้าทำหน้าที่เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่ติดตามงานของกระทรวงต่างๆ และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน รวมถึงให้เป็นผู้ประสานรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา

โดยนายพุทธิพงษ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า การเข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง หรือผลประโยชน์แลกเปลี่ยนในคดี กปปส. แต่การที่ตนเข้ามาทำงานนั้น เพราะเคยถูกผู้ใหญ่ทาบทามให้มาร่วมงานแล้วครั้งหนึ่ง โดยคราวนั้นถูกทาบทามให้ทำหน้าที่เป็นประธานบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. แต่ได้ปฏิเสธเพราะติดภารกิจอยู่

แต่เมื่อได้ถูกทาบทามอีกครั้งซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ก็ยากที่จะปฏิเสธ เพราะเป็นมารยาทถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ถูกทาบทามเขามาทำงานในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าได้รับการทาบทามจากบุคคลใด

และการเข้ารับตำแหน่งไม่ได้ปรึกษากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพราะถือว่าภารกิจในการเป็นแกนนำ กปปส. ได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดคุยแล้วซึ่งตนก็จะไม่กลับไปลง ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน

ส่วนจะทำหน้าที่ชี้แจงประเด็นต่างๆ คล้ายกับ โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีซึ่งขณะนี้ทีมโฆษกรัฐบาลก็ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว

ปภ.เผยยังมีผู้ประสบอุทกภัย 7 จังหวัด เร่งช่วยเหลือ

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครอบคลุมทุกด้าน

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค – 12 ก.ย 61 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในพื้นที่ 20 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด แยกเป็น

ลุ่มน้ำโขง 2 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 8 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 7 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

ลุ่มน้ำอูนและลุ่มน้ำสงคราม 1 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

ลุ่มน้ำชี 1 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

ลุ่มน้ำปราจีนบุรี 2 จังหวัด ได้แก่ นครนายก น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง ปราจีนบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

ลุ่มน้ำเพชรบุรี 1 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วเร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยให้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ท้ายนี้หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป